Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

องค์ธรรม ๕ ประการ ที่ทำให้สำเร็จง่าย


mp 3 (for download) : องค์ธรรม ๕ ประการ ที่ทำให้สำเร็จง่าย

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : มีองค์ธรรม ๕ ประการของคนภาวนานะ ถ้ามีครบ ๕ ประการก็สำเร็จง่าย อันแรกมีศรัทธา ต้องศรัทธาในพระพุทธเจ้า ศรัทธาในพระธรรมในพระสงฆ์ ไม่ใช่ศรัทธาพระองค์นั้นองค์นี้นะ เวลาศรัทธาเนี่ย ต้องศรัทธาพระพุทธเจ้าเป็นหลักไว้

นอกจากมีศรัทธา เชื่อมั่นว่าคำสอนของท่านจะพาให้พ้นทุกข์ได้ สุขภาพต้องดีพอ ถ้าจะมาเริ่มภาวนาตอนอัลไซเมอร์กินแล้วเนี่ยนะ ไม่ได้ผลแล้ว สุขภาพต้องพอแข็งแรงพอประมาณ แต่ไม่่ใช่ฟิตเปรี๊ยะ วิ่งร้อยเมตรใน ๙ วินาที ไม่จำเป็นหรอก ถ้าสุขภาพไม่ดี ภาวนายาก ใจมันกังวล ไม่มีแรง ยิ่งโรคบางอย่างนั่งแล้วเบลอ เบลอๆทั้งวัน ภาวนาลำบาก งั้นพวกเรารีบภาวนาตั้งแต่ยังแข็งแรงอยู่ แต่ถ้าเราภาวนาจนชำนาญตั้งแต่แข็งแรงแล้ว ต่อไปเป็นโรคนะ เบลอๆ(ก็)ยังภาวนาได้นะ เป็นโรคอะไรก็ยังภาวนาของเราอยู่ได้ ไม่ลำบาก

นอกจากนี้ก็ต้องอะไรนะ อ้อ ซื่อๆ เนี่ยเพราะเพิ่งเทศน์ให้ฟังตะกี๊นี่เอง ต้องซื่อนะ แต่ละคนชอบปั้น ปั้นหน้า ใส่หน้ากาก หลอกตัวเองก่อน แล้วหลอกคนอื่นทีหลัง อย่างนี้ภาวนายาก เพราะเรามองไม่เห็นกิเลส กิเลสซ่อนหมดเลย งั้นนึกว่าเราเป็นคนดี งั้นอย่างหลวงพ่อถามเวลาส่งการบ้าน เห็นกิเลสอย่างโน้น เห็นกิเลสอย่างนี้ เอ้อหลวงพ่อว่าอย่างนี้ดีนะ ถ้าเห็นกิเลสได้วันนึงก็สู้กิเลสได้ ไม่เห็นนะมันสู้ไม่ไหวหรอก กิเลสเอาไปกินหมด ซื่อๆ ภาวนาไม่ดี ก็รู้ว่าไม่ดีนะ จะถามครูบาอาจารย์ก็อย่าใส่หน้ากากมาถาม ถ้าถามซื่อๆนะ แบบ เรามีกิเลสอย่างนี้ เราจะสู้ยังไง จนมุมแล้วยังไม่รู้จะช่วยตัวเองได้ไง อย่างนี้ครูบาอาจารย์เต็มใจช่วยเลย ซื่อๆนะ ต้องเรียนกันด้วยใจจริงๆเลย เรียนด้วยจิตใจที่เสแสร้ง ใส่หน้ากาก ไม่ได้ผลหรอก ต้องซื่อๆ

ถัดจากนั้นก็ต้องขยัน ปรารภความเพียร พูดภาษาสมัยใหม่นะก็คือทำในรูปแบบด้วย ไม่ทำในรูปแบบเลยนะ จิตใจก็จะย่อหย่อน สมาธิก็จะตก ถึงจุดหนึ่งภาวนาไม่ได้จริง งั้นแบ่งเวลาทำในรูปแบบไว้ทุกวันนะ ๑๐ นาทีก็ยังดีกว่าไม่ทำเลย เบื้องต้นหลวงพ่อขอ ๑๐ นาทีเท่านั้นแหล่ะ พอ ๑๐ นาทีเราทำได้ชำนิชำนาญ มีความสุขที่ได้ทำนะ มันเพิ่มเองนะ เดี๋ยวนี้ใครเคยนั่งภาวนา หรือเดินจงกลม รวมๆแล้ววันนึงได้ชั่วโมงนึงบ้างมีมั้ย ยกมือซิ นี่ชักเยอะแล้วนะ ถูกหลอกมาตั้งแต่ ๑๐ นาทีนั่นแหล่ะ ถ้าหลวงพ่อสตาร์ทที่หนึ่งชั่วโมง พวกเราถอยไปหมดแล้ว พวกเราไม่มีแรง วันๆก็เหนื่อยจะตายแล้ว ยังจะมาเกณฑ์ให้ภาวนาอีก แค่นี้ก็แย่อยู่แล้ว แต่พอเราหัดวันละเล็กวันละน้อยนะ ชำนิชำนาญขึ้นมา ภาวนาแล้วมีความสุข ขยันน่ะ ยิ่งเพิ่มขึ้นๆเรื่อยๆเลยนะ

นอกจากปรารภความเพียร ทำในรูปแบบนะ เจริญปัญญา นี่ข้อ ๕ ข้อ ๑ มีศรัทธา ข้อ ๒ มีสุขภาพที่พร้อม ไม่ถึงขนาดต้องแข็งแรงเต็มที่หรอก แล้วก็ซื่อๆ ไม่เสแสร้ง ไม่โอ้อวด แล้วก็ขยันภาวนา ทำในรูปแบบทุกวัน เด็ดเดี่ยว จะปวดจะเมื่อยยังไงก็ต้องทำ

เนี่ยหลวงพ่อพุธ ท่านเคยเล่าว่ามีพระนะ ท่านตั้งใจเดินจงกลมทุกวัน ท่านเดินๆไปแล้วท่านเดินไม่ไหว เท้าท่านแตกหมดแล้ว ท่านคลาน คลานจงกลม คลานไปคลานมานะ มือก็แตกหัวเข่าก็แตกแล้วนะ กระดุกกระดิกไม่ได้นะ ท่านนั่งขยับไปขยับมานะ ลงนอนก็นอนพลิกไปพลิกมา คนก็รู้สึกโอ้พระองค์นี้ อาการหนักแล้ว นอนกระสับกระส่าย ความจริงท่านนอนพลิกไปพลิกมานะ ท่านพยายามรู้สึกตัว เนี่ยเด็ดเดี่ยวจริงๆ

นี่ครูบาอาจารย์เล่าให้ฟัง บอก ให้เอาเป็นแบบอย่าง เนี่ยมีความเพียร ข้อ ๕ ก็คือ ต้องเจริญปัญญา มีความเพียรแบบวัวแบบควาย ไม่ได้ ต้องเจริญปัญญา พอเราพากเพียรไปแล้ว จิตเราสงบ จิตเราตั้งมั่นแล้วนะ ต้องเจริญปัญญาด้วยการแยกธาตุแยกขันธ์ เห็นกายเคลื่อนไหว จิตเป็นคนรู้ จิตใจเคลื่อนไหวก็คอยรู้เอานะ อะไรเกิดขึ้นสุขทุกข์ดีชั่วเกิดขึ้น คอยรู้เอา

มันรู้ได้ทุกคนแหล่ะ แต่ละเลยที่จะรู้ ไม่ใช่รู้ไม่ได้ ความโกรธเป็นไง ทุกคนก็รู้ เพียงแต่ตอนโกรธเนี่ย มัวแต่ดูคนที่ทำให้เราโกรธ ไม่ดูใจที่กำลังโกรธ แค่นั้นเอง เวลารักขึ้นมา ทุกคนก็รู้ว่าความรักเป็นยังไง ความโลภเป็นยังไงเราก็รู้ แต่เวลาเรารักเราโลภขึ้นมานะ เราไปคิดถึงคนที่เรารัก เราไม่รู้ว่าใจกำลังรักอยู่ ถ้ารู้ว่าจิตกำลังรักอยู่ นี้เราก็ภาวนาแล้ว มันต่างกันนิดเดียวเอง

คนที่ไม่ภาวนาเค้าดูออกนอก ไปดูคนอื่นไปดูสิ่งอื่น ผู้ภาวนานะรู้ทันจิต รู้ทันใจของตัวเอง ก็แค่นั้นเอง ไม่ได้วิเศษวิโสลึกลับซับซ้อนอะไรหรอก ไม่ยาก ทุกคนรู้จิตใจตัวเองได้อยู่แล้ว แต่ไม่รู้ ไม่ยอมรู้เท่านั้นเอง

งั้นดูบ่อยๆนะ นี่เรียกว่าเจริญปัญญา แยกธาตุแยกขันธ์ แยกรูปแยกนามเรื่อยไป ถึงวันนึงมันก็แจ้งขึ้นมา ร่างกายไม่ใช่ตัวเรา ความสุขความทุกข์ไม่ใช่ตัวเรา กุศลอกุศลไม่ใช่ตัวเรา จิตที่เป็นผู้รู้ผู้ดูก็ไม่ใช่ตัวเรา นี่ถ้าทำได้ ๕ อย่างนะ ๕ อย่างนี้แล้วก็ไปรอด


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๖ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๔ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๑
Track: ๓
File: 540716B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๕๔ ถึง นาทีที่ ๘ วินาทีที่ ๕๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

(Visited 1,537 times, 9 visits today)

Comments are closed.