Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

เกร็ดธรรมคุณสันตินันท์ : การพิจารณาธรรม


 

การพิจารณาธรรม

 ก่อนอื่นควรเข้าใจคำว่า “พิจารณาธรรมเสียก่อน”
พิจารณาธรรมมีตั้งแต่ขั้นหยาบเป็นสมถะ จนถึงขั้นกลางเป็นวิปัสสนาหยาบ
ขั้นละเอียดก็เป็นวิปัสสนาละเอียด

เช่นถ้านั่ง หรือเดินจงกรมอยู่ จิตใจฟุ้งซ่าน ไม่สงบเลย
ดูอะไรก็ไม่รู้เรื่องเลย
อาจจะแก้ปัญหาเพื่อให้จิตตั้งมั่นเป็นธรรมเอกด้วยการทำสมถะ
เช่นการเดินเอาสติจ่อลงไปที่เท้า และถ้าฟุ้งมากก็บริกรรมควบไปด้วยเช่น
ขวา ซ้าย ขวา ซ้าย เป็นต้น
หรือจะแก้ด้วยการพิจารณาธรรมก็ได้ เช่นเดินอยู่ก็คิดพิจารณาว่า
นี่เราเดินใกล้ความตายไปทีละก้าวแล้ว อายุของเราสั้นลงทุกย่างก้าว
ทุกลมหายใจเข้าออก ตอนนี้เรามีทุกสิ่งทุกอย่าง มีพ่อแม่พี่น้องญาติมิตร
ทรัพย์สินเงินทองหน้าที่การงาน มีของรักของเจริญใจหลายอย่าง
แต่เมื่อเราตายไป สิ่งเหล่านี้ก็จะกลายเป็นสมบัติของคนอื่น
กระทั่งร่างกายนี้ก็เอาไปไหนไม่ได้ ต้องทิ้งคืนเป็นธาตุไว้กับโลก …
เป็นต้น

คิดพิจารณาอย่างนี้ จะทำให้จิตสงบลง ธรรมเอกหรือตัวรู้ก็จะเด่นชัดขึ้นมา

คราวนี้ก็มาถึงการพิจารณาขั้นกลาง

(ตรงนี้คุณสันตินันท์ได้ชี้แจงว่า ขั้นเหล่านี้ท่านแจกแจงเป็นขั้นๆเพื่อให้คนอ่านได้เข้าใจ – ผู้เรียบเรียง)
อันนี้ไม่ใช่การใช้ความจงใจคิดอย่างแบบแรก
คือเมื่อจิตสงบ รู้ตัว และเดินอยู่นั้น ให้ทำความรู้ตัวสบายๆ
กับการเดินนั้น ไม่ต้องสนใจว่า จะพิจารณาธรรมอะไร แต่เมื่อเดินๆ ไป
จิตมันจะคิดนึกขึ้นมาเอง ว่ามันจะพิจารณาธรรมอะไร เช่นเดินๆ อยู่
จิตอาจจะสนใจเข้าไปจับรูป จิตเห็นรูปเป็นหุ่นยนต์เดินไปเดินมา
เห็นมันเป็นก้อนธาตุ ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ .. หรือเดินๆ อยู่เกิดเมื่อย
จิตจับเข้าพิจารณาเวทนา เห็นความเมื่อยไม่ใช่เรา
เป็นของแปลกปลอมเข้ามาในกายเท่านั้น ..
หรือเดินไปแล้วเห็นกิเลสตัณหาผุดขึ้น ก็รู้ความเกิดดับของมันไป ฯลฯ

การปฏิบัติในขั้นวิปัสสนานั้น คำว่าพิจารณาก็คือคำว่า รู้ๆๆ ไม่ใช่คิด
หลวงพ่อพุธท่านพูดเรื่องนี้บ่อยๆ ว่า “รู้เฉยๆ ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
นั่นแหละพิจารณาแล้ว” จิตจะเห็นขันธ์ 5 ทำหน้าที่ของมันเรื่อยๆ ไป

ยังมีการรู้หรือการพิจารณาหรือการเดินวิปัสสนาในขั้นละเอียดอีกอย่างหนึ่ง
อันนี้จิตต้องเป็นไปเองโดยปราศจากความจงใจ เช่นเมื่อเดินๆ อยู่
จิตรวมลงไปโดยไม่จงใจ ไม่มีคน ไม่มีโลก ร่างกายจะหยุดยืนนิ่งๆ อยู่
จิตหมดความคิดเป็นคำพูด
แต่จะมีสังขารละเอียดผุดขึ้นมาสู่ภูมิรู้ของจิตเป็นระยะๆ เกิดแล้วดับ
เกิดดับๆๆ ไปเรื่อยๆ เป็นระยะๆ
อันนี้ขนาดหมดความคิดแล้วก็ยังเรียกว่าการพิจารณาเหมือนกัน
คือจิตมันวิจารธรรม มันเคล้าเคลียอยู่กับธรรม มีแต่เกิดดับให้รู้ล้วนๆ
ไม่มีความคิดเป็นคำพูด 

โดย คุณ สันตินันท์ (นามปากกาของหลวงพ่อปราโมทย์ก่อนบวช)

เมื่อ วัน พุธ ที่ 24 พฤศจิกายน 2542

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

(Visited 246 times, 1 visits today)

Comments are closed.