Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : สติตัวจริง

สติตัวจริง

หลวงพ่อปราโมทย์จึงได้ใช้คำว่า “มีสติตัวจริง” เพื่อแยกให้เห็นว่า การรู้อารมณ์มีสองอย่าง
อย่างที่เป็นการรู้ด้วยสติตัวจริง กับรู้ด้วยสติธรรมดาทั่วไป

การรู้ด้วยสติตัวจริง
จิตจะต้องมีทั้งสติ (สติทำหน้าที่ระลึกรู้) และมีความตั้งมั่น(ไม่ไหลไปจมแช่อารมณ์)
ซึ่งก็ยังแยกออกเป็น รู้สภาวะทางกาย กับรู้สภาวะทางใจหรือจิต

ถ้ารู้สภาวะทางกายด้วยสติตัวจริง จิตจะตั้งมั่นจนรู้สึกได้ในขณะนั้นว่า
มีร่างกายที่กำลังถูกรู้อยู่ เป็นส่วนหนึ่ง และมีจิตที่ทำหน้าที่รู้อีกส่วนหนึ่งอย่างสบายๆ
แต่ถ้ารู้สภาวะทางใจด้วยสติทั่วไปธรรมดา
จิตจะไหลไปจมแช่จนเป็นเนื้อเดียวกับสภาวะทางกาย
เช่นถ้ารู้ลมหายใจ
จิตที่มี่รู้ลมหายใจ แบบรู้สึกว่าลมหายใจเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่ถูกรู้
แบบนี้จะเป็นการรู้ด้วยสติตัวจริง

ถ้ารู้สภาวะทางใจ จิตที่มีสติตัวจริงจะเกิดขึ้น
หลังจากที่จิตดวงเก่าซึ่งเป็นจิตฝ่ายอกุศล(จิตที่มีกิเลส)ดับลง
แต่จิตที่มีสติตัวจริงจะยังจำได้ว่า จิตดวงที่เพิ่งดับไปเป็นจิตอย่างไร
เมื่อเกิดสติตัวจริงแล้ว จิตเองจะรู้ด้วยความเป็นกลางต่ออีกชั่วขณะหนึ่ง
แต่ถ้ารู้สภาวะทางใจด้วยสติธรรมทั่วไป
จะรู้ได้แค่ว่ามีอกุศลหรือมีกิเลสอยู่ แต่อกุศลนั้นจะไม่ดับไป
เช่นรู้ว่ากำลังโกรธ แล้วความโกรธก็ยังตั้งอยู่เป็นต้น
และถ้าจิตที่มีสติตัวจริงไปรู้สภาวะทางใจที่เป็นกุศล
ก็จะรู้สึกได้ว่า สภาวะที่เป็นกุศลเป็นสิ่งที่ถูกรู้
ซึ่งสภาวะกุศลไม่จำเป็นต้องดับไปเหมือนอกุศลครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

สุขทุกข์ล้วนของชั่วคราว

mp3 (for download) : สุขทุกข์ล้วนของชั่วคราว

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

สุขทุกข์ล้วนของชั่วคราว

สุขทุกข์ล้วนของชั่วคราว

หลวงพ่อปราโมทย์ : ความทุกข์เนี่ย มันอยู่ที่ว่าเราจะปล่อยมันเอาไว้มั้ย ถ้าเราปล่อยให้มันท่วมทบท่วมท้นจิตใจของเรานะ ก็ทบทุกข์ไปอยู่อย่างนั้นแหละ ถ้าเราสู้ด้วยสติด้วยปัญญานะ ความทุกข์ก็เป็นของไม่เที่ยง เรื่องอะไรจะต้องไปจมอยู่กับความทุกข์ ความทุกข์มันเป็นของไม่เที่ยง มันมาได้มันก็ไปได้ อยู่ที่ว่าเราวางใจถูกต้องมั้ย

ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นในชีวิตของเรานะ ถ้าเรามองว่ามันเป็นของชั่วคราวน่ะ เราจะไม่ทุกข์เท่าไหร่หรอก เวลาที่ไม่สบายเคยนึกมั้ยว่าไม่นานก็หาย เจ็บป่วยแล้วคิดว่ามันจะหายนะ มันก็มีกำลังใจนะ ถ้าคิดว่าตายแน่ ก็ตายเร็วเลย มันอยู่ที่ใจเรานะ เข้มแข็งไว้ มองทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของชั่วคราวไว้

ความสุขในชีวิตของเราก็ของชั่วคราว เพราะฉะนั้นถ้าความสุขหายไปก็ไม่ต้องตกใจ ความทุกข์ในชีวิตของเราก็เป็นของชั่วคราวนะ ถ้าความทุกข์มาก็ไม่ต้องตกใจ เพราะมันชั่วคราว เนี่ยพยายามสอนตัวเองไปเรื่อยๆ

หลวงพ่อถึงสอนคาถาให้ เวลาที่พวกเรามีความทุกข์มากๆนะ “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” ไม่ว่าอะไร เดี๋ยวมันก็ผ่านไป แต่พวกเราจะเอาคาถานี้ไปใช้ตอนที่ตกทุกข์ได้ยาก ตอนสบายไม่ยอมท่อง เพราะฉะนั้นตอนสบายก็ท่องไว้ด้วยนะ ว่าความสุขความสบายที่เราเจออยู่นี่ เดี๋ยวมันก็ผ่านไปเหมือนกัน ไม่มีหรอกความสุขถาวร ความทุกข์ถาวรก็ไม่มี

เวลาที่เราอยากได้อะไรสักอย่างที่ได้ยาก พอได้มาเราดีใจ รู้สึกมั้ย ดีใจ สังเกตมั้ยความดีใจสั้นๆ เดี๋ยวก็หายไปแล้ว เดี๋ยวก็ไปอยากอย่างอื่นต่อ บางทีไปจีบสาวนะ อยากได้มาเป็นแฟน ได้มาไม่นานก็รู้สึก แฟนคนอื่นมันสวยกว่าแล้ว อยากให้มันผ่านไปเร็วๆ นั่งท่องคาถา มันไม่ไปอีกนะ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป หือ..แต่มันอยู่นานจัง

เพราะฉะนั้นทุกอย่างในชีวิตของเรานะ หัดดูไป มีแต่ของชั่วคราวทั้งหมดเลย ถ้าคนไหนภาวนาไม่เป็นนะ ก็ท่องคาถาไป “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” ความสุขมาก็ท่องคาถาไว้ “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” ความทุกข์มาก็ท่องคาถาไว้ “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” ถ้าคนไหนพัฒนาขึ้นไปอีก ก็มาหัดภาวนา มาดูที่ใจเรานี่แหละ ในใจเรานี่นะ ความสุขมาแล้วมันก็ไป ความทุกข์มาแล้วมันก็ไป คอยดูอยู่บ่อยๆ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรม ณ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๔

CD: พระธรรมเทศนา ณ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๓
File: 541224
ระหว่างนาทีที่  ๑๐ วินาทีที่ ๐๘ ถึงนาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๓๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : การภาวนาในชีวิตประจำวันเป็นอย่างไร?

การภาวนาในชีวิตประจำวันเป็นอย่างไร?

การทำนั่นทำนี่ก็เป็นไปตามปกติธรรมดาของคนทั่วไป
การหัดภาวนาก็เป็นการหัดรู้สึกว่า มีกายเคลื่อนไหว มีจิตใจเป็นอย่างไร
ซึ่งก็เป็นการหัดรู้ไปตามปกติธรรมดาที่เป็นนั่นเองครับ
เพียงแต่จะรู้สึกเหมือนมีจิตใจอีกส่วนหนึ่งทำหน้าที่ในการรู้กายรู้ใจ
ซึ่งถ้าไม่ได้เป็นการหัดภาวนา จะไม่รู้สึกว่าเหมือนมีจิตใจอีกส่วนหนึ่งทำหน้าที่ในการรู้กายรู้ใจ

ถาม : จะภาวนาโดยการดูความกลัวได้อย่างไร ?

ดูไปเท่าที่จะดูได้ครับ
บางครั้งอาจดูไปจนเห็นว่าความกลัวดับ
บางครั้งดูแล้วความกลัวยังไม่ได้ดับ แต่จิตเกิดไปสนใจรู้สิ่งอื่นแทนก็ได้ครับ
ที่สำคัญคือ เราไม่ได้ดูเพื่อให้สภาวะใดๆดับนะครับ
แต่ดูเพื่อให้รู้ว่ามีสภาวะนั้นเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปตามเหตุปัจจัย (แล้วแต่จะเห็นได้)

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ปฏิบัติด้วยฉันทะ

mp 3 (for download) : ปฏิบัติด้วยฉันทะ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.


หลวงพ่อปราโมทย์ : สิ่งที่ผลักดันให้เราปฏิบัตินั้นมี ๒ อันคือ ฉันทะกับตัณหา ตัณหาเนี่ยอยากได้ผลแต่ขี้เกียจทำเหตุ อยากได้ผลถามว่าพอใจที่จะปฏิบัติมั้ย ไม่อยากปฏิบัติหรอก แต่อยากบรรลุมรรคผล แต่เพราะอยากบรรลุมรรคผลมากก็เลยฝืนใจปฏิบัติ หาทางทำอย่างนู้นหาทางทำอย่างนี้ หวังผล คล้ายๆคนที่ทำงานโดยไม่รักงาน แต่อยากได้เงินเดือนเยอะๆ อยากได้ซี นี่พวกทำด้วยตัณหา ไม่มีความสุขในขณะที่ปฏิบัติ

ในขณะเดียวกันถ้าพวกมีฉันทะของการปฏิบัตินะ มีความสุขที่จะปฏิบัติ พอใจที่จะทำเหตุไม่สนใจผลหรอก อย่างบางคนสนใจทำเหตุ มีความสุขที่จะทำงาน ทำไปเรื่อย ทำงานด้วยความสุขรักที่จะทำงาน อย่างนี้ผลมันออกมาเอง เพราะงั้นไม่เหมือนกัน

อย่างอาตมาตอนเด็กๆนะ ไปเรียนกับท่านพ่อลี อยากปฏิบัติ ภาวนาอยากปฏิบัติ ทำอย่างนู้นทำอย่างนี้ หายใจเข้าหายใจออก ต่อมาไปเจอหลวงปู่ดูลย์ หลวงปู่ดูลย์สอนธรรมะประหลาด เราเคยได้ยินแต่ว่าครูบาอาจารย์สอนให้พุทโธแล้วพิจารณากาย นี่มันไม่ถูกจริต บางท่านท่านพุทโธพิจารณากายท่านไปได้ ของหลวงพ่อมันไม่ถูกจริตเรื่องกาย ไปเจอหลวงปู่ดูลย์ หลวงปู่ดูลย์บอกว่า อ่านหนังสือมามากแล้วต่อไปนี้อ่านจิตตนเอง พอได้ยินคำว่าอ่านจิตตนเองมันรู้สึกสนใจ รู้สึกเอ๊ะมันน่าเรียนรู้จังเลย เราเคยรู้แต่อย่างอื่นๆนะ วิชาอื่นๆเรียนเยอะแยะ แต่ทำไมเราไม่เคยเรียนรู้เรื่องจิตตัวเอง

พอรู้สึกว่ามันน่าสนใจ ขยันดู ขยันดูเองเลย คอยตามรู้ตามดูนี้วิริยะมันเกิดเอง จิตใจคอยจดจ่อที่จะคอยรู้คอยดูเรื่อยๆ นี่คือตัวจิตตะ จิตใจก็คอยเรียนรู้เคล้าเคลียเรียนรู้เรื่องจิตใจของตัวเองอยู่เรื่อยๆนะ ใคร่ครวญพิจารณาอยู่ เรียกว่าวิมังสา อิทธิบาท ๔ เกิดขึ้นเพราะมีฉันทะ แต่ถ้าบางคนปฏิบัติไม่ได้อย่างงั้นนะ อย่างตอนอาตมาปฏิบัติไม่คิดถึงผลเลย ลืมคำว่าปฏิบัติไปแล้ว หลวงปู่ให้ดูจิตรู้สึกว่ามันน่าดู เฝ้ารู้เฝ้าดู ดูได้ตั้งแต่ตื่นเลยไม่มีใครบังคับ

นี้พวกเราบางทีปฏิบัติ เราไม่ได้รักการปฏิบัติ ครูบาอาจารย์ต้องบังคับ เคาะระฆังเรียกมานั่งพร้อมๆกันอะไรนี้ ตัวมานั่งนะใจก็หนีออกนอกวัดไปอีก อย่างนี้ก็ใช้ไม่ได้หรอก งั้นต้องมีฉันทะคือพอใจที่จะปฏิบัติ สนใจรู้สึกว่าน่าเรียนน่ารู้ ถ้ารู้สึกว่าจิตใจของเราเป็นเรื่องน่าเรียนน่ารู้นะ มันจะขยันดู ไม่มีใครเรียกให้ดูก็ดูเอง

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗
Track: ๑๑
File: 480130B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๓๘ วินาทีที่ ๕ ถึง นาทีที่ ๔๐ วินาทีที่ ๕๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เทคนิคการเจริญสติในขณะขับรถ

เทคนิคการเจริญสติในขณะขับรถ

ในระหว่างทำอะไรก็ตาม ให้สังเกตว่า เมื่อกี้เผลอไป
เช่นขับรถอยู่ก็ให้รู้สึกตัว(รู้สึกมีร่างกายนั่งขับรถอยู่) ไปสบายๆ
แล้วสักเดี๋ยวจิตจะเผลอไปคิด จิตที่เผลอไปคิดจะไปสนใจเรื่องที่คิดจนลืมว่ากำลังขับรถ
คิดไปสักครู่ สติจะเกิดแล้วจะรู้สึกได้ว่า เมื่อกี้ลืมการขับรถไป
หรือรู้สึกได้ว่า เมื่อกี้เผลอไปคิด
สติที่เกิดจะเกิดอยู่เพียงชั่วขณะ เดี่ยวจิตก็เผลอไปอีก
การตามรู้จิตที่เผลอไป ก็จะรู้สึกได้ว่า จิตจะเผลอไปได้บ่อยๆ
ลองหัดดูนะครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ให้พรคือให้กำลังใจทำความดี แต่ความดีให้กันไม่ได้ ต้องทำเอง

mp3 (for download) : ให้พรคือให้กำลังใจทำความดี แต่ความดีให้กันไม่ได้ ต้องทำเอง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ให้พรคือให้กำลังใจทำความดี แต่ความดีให้กันไม่ได้ ต้องทำเอง

ให้พรคือให้กำลังใจทำความดี แต่ความดีให้กันไม่ได้ ต้องทำเอง

โยม : ขอเมตตาหลวงพ่อช่วยให้พรหน่อยครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ขอพรนะ พรต้องทำเองนะ พรให้นี่ให้กำลังใจ พรแปลว่าความประเสริฐ ความดี ชาวพุทธเราให้ความดีกันไม่ได้ ต้องทำเอง ให้นี่ให้กำลังใจให้ทำดีนะ

“ยถา วาริวหา ปูรา ปริปูเรนฺติ สาครํ เอวเมว อิโต ทินฺนํ เปตานํ อุปกปฺปติ

อิจฺฉิตํ ปตฺถิตํ ตุมฺหํ ขิปฺปเมว สมิชฺฌตุ สพฺเพ ปูเรนฺตุ สงฺกปฺปา จนฺโท ปณฺณรโส ยถา มณิ โชติรโส ยถา

สพฺพีติโย วิวชฺชนฺตุ สพฺพโรโค วินสฺสตุ มา เต ภวตฺวนฺตราโย สุขี ทีฆายุโก ภว

อภิวาทนสีลิสฺส นิจฺจํ วุฑฺฒาปจายิโน จตฺตาโร ธมฺมา วฑฺฒนฺติ อายุ วณฺโณ สุขํ พลํ”

แปลออกมั้ย อภิวาทนสีลิสฺส นิจฺจํ วุฑฺฒาปจายิโน บทนี้เราแปลได้อันเดียวนะ อายุ วณฺโณ สุขํ พลํ ความจริงเป็นคำสอนในการปฏิบัติเหมือนกันนะ บอกการประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่จะทำให้เรามี อายุ วรรณะ สุขะ พละ ไปก่อเรื่องกับผู้ใหญ่ก็อายุสั้น ไม่มีอายุวรรณะหรอกนะ ความจริงเป็นคำสอนทั้งนั้นแหล่ะ เป็นเรื่องที่ต้องทำทั้งนั้น ชาวพุทธเราขอฟรีไม่มี มีแต่เรื่องต้องทำ เราเป็นชาวพุทธที่แท้ๆนะ ค่อยๆพัฒนา

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรม ณ กลุ่มบริษัทชัยรัชการ
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๕

CD: พระธรรมเทศนานอกสถานที่ กลุ่มบริษัทชัยรัชการ
File: 550214
ระหว่างนาทีที่  ๖๑ วินาทีที่ ๐๒ ถึงนาทีที่ ๖๒ วินาทีที่ ๔๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Dhammada News : ชมรมกัลยาณธรรมขอเชิญฟังหลวงพ่อปราโมทย์แสดงธรรมในงานแสดงธรรม-ปฎิบัติธรรมเป็นธรรมทานครั้งที่ 23

แผนที่ >>>

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Dhammada News : ขอเชิญฟังหลวงพ่อปราโมทย์แสดงธรรมที่ รพ.กบินทร์บุรี ในวันที่ 3 ก.ค. 55

ขอเชิญฟังหลวงพ่อปราโมทย์แสดงธรรมที่ รพ.กบินทร์บุรี ในวันที่ 3 ก.ค. 55 เวลา 13.00 น.

74 ม.5 ถ.304 ต.กบินทรบุรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี 25110
เบอร์โทร : (037) 281196
แผนที่ >>>
.

ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ตามดูความคิด ดูยังไง

ตามดูความคิด ดูยังไง

ความคิดปรุงแต่ง จะออกมาเป็นคำพูดหรือภาพก็ได้ครับ
การตามดูที่เกี่ยวกับความคิดนั้น
ต้องไม่ไปดูว่าคิดเรื่องอะไร เกิดภาพอะไร
แต่ให้หัดดูสภาวะของจิตที่ไหลไปอยู่ในความคิด (หัดดูจิตที่หลงไปคิด)
เพื่อให้เห็นว่า พอเกิดสติ จิตที่หลงไปคิดจะดับลง
เกิดสติแล้ว จิตที่มีสติเดี๋ยวก็ดับลงแล้วจิตก็จะหลงไปทางทวารต่างๆอีกครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ธรรมะพระพุทธเจ้าเปลี่ยนแปลงคนได้ในเดือนสองเดือน

mp3 (for download) : ธรรมะพระพุทธเจ้าเปลี่ยนแปลงคนได้ในเดือนสองเดือน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ธรรมะพระพุทธเจ้าเปลี่ยนแปลงคนได้ในเดือนสองเดือน

ธรรมะพระพุทธเจ้าเปลี่ยนแปลงคนได้ในเดือนสองเดือน

หลวงพ่อปราโมทย์​ : การที่พวกเราศึกษาธรรมะนะ ศึกษาต่อเนื่องช่วงนึงแล้ว จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ถ้าศึกษาธรรมะปฏิบัติแล้วตั้งนานไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยในทางที่ดีนะไม่ใช่เปลี่ยนทางเลว คือถ้าไม่มีอะไรดีขึ้นก็แสดงว่าทำไม่ถูก อีกอันนึงก็คือทำไม่พอ ถ้าทำถูกด้วยทำพอด้วย เราจะต้องเปลี่ยน

ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นสามารถเปลี่ยนใจคนได้ ธรรมชาติของจิต ครูบาอาจารย์สอนนิสัยคนนะเป็นหมื่นปีก็ไม่เปลี่ยนนะ มันมีแต่จะเปลี่ยนช้าๆ ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนในทางแย่ลง นิสัยคนอย่างนิสัยพวกเราวันนี้เป็นอย่างนี้นะ เมื่อก่อนก็เป็นอย่างนี้ การจะเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นนี่ ยากมากเลย ธรรมชาติจิตไหลลงต่ำ เราก็ทำความดีเหมือนกันแต่ละภพแต่ละชาติ แต่มันพอสูสีกัน ชั่วก็ทำนะดีก็ทำพอเจ๊ากันไป ไม่ดีขึ้นไม่เลวลงพออยู่อย่างนั้น บางคนก็ดีขึ้นมาหายาก เลวลงอย่างฮวบฮาบนั้นนะเป็นไปง่าย

แต่ถ้าเราได้เรียนธรรมะของพระพุทธเจ้าแล้วเราจะมีความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หมื่นปีไม่เปลี่ยนแต่เดือนสองเดือนเนี่ยเปลี่ยนได้ด้วยธรรมะของพระพุทธเจ้า เพราะธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นเป็นธรรมะที่ไม่เนิ่นช้า ไม่เนิ่นช้า ถามว่าเนิ่นช้าคือติดอยู่กับโลกหลงอยู่กับโลกนั่นเองเป็นธรรมะที่เนิ่นช้า ธรรมะที่ไม่เนิ่นช้ายิ่งปฏิบัตินะยิ่งโปร่งโล่งเบา กิเลสตัณหานะค่อยคลายออกจากจิตใจเป็นลำดับๆไป เนี่ยเราจะรู้สึกได้ด้วยตนเอง

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรม ณ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
อ. ศรีราชา จ.ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๕

CD: พระธรรมเทศนา สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๔
File: 550331
ระหว่างนาทีที่  ๐ วินาทีที่ ๐๑ ถึงนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๐๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : แยกรูปแยกนาม

แยกรูปแยกนาม

แยกรูปแยกนาม เป็นสภาวะที่จิตมีความตั้งมั่นอ​ยู่และเห็นรูปเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ถูกรู้
แยกขันธ์ เป็นสภาวะที่จิตมีความตั้งมั่นเ​ห็นขันธ์ใดขันธ์หนึ่งหรือมากกว่​านั้น
เกิดดับ เปลี่ยนแปลง ทำงานของแต่ละขันธ์ ไม่อยู่ใต้อำนาจบังคับของใครๆ
แยกธาตุ เป็นสภาวะที่จิตมีความตั้งมั่นเ​ห็นรูปเป็นธาตุสี่คือ ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ธาตุใดธาตุหนึ่งหรือมากกว่า เกิดดับ เปลี่ยนแปลง ไม่อยู่ใต้อำนาจบังคับของใคร
แยกรูปแยกนามจึงเป็นการแยกรูปขั​นธ์เบื้องต้น คือเห็นรูปอยู่ส่วนหนึ่งจิตหรือ​นามเป็นอีกส่วนหนึ่ง เมื่อแยกรูปแยกนามได้แล้วเบื้อง​ปลายจะเห็นรูป (เห็นธาตุ เห็นขันธ์)เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปล​งทำงานของมันไปเอง.

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

รถตู้ฟรี เพื่อไปฟังธรรมสำนักสงฆ์สวนสันติธรรม (กรกฎาคม ๒๕๕๕)

รถตู้ฟรี เพื่อไปฟังธรรม สวนสันติธรรม

รถตู้ฟรี เพื่อไปฟังธรรม สวนสันติธรรม

หลวงพ่อปราโมทย์ แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม

ไม่มีการแสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม

รถตู้โดยกลุ่มธรรมดา.net ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากตารางกลุ่มธรรมดา.net

รถตู้โดยกลุ่มธรรมทาน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากตารางรถตู้โดยคณะเจ้าภาพอื่น

รถตู้โดยลุงเมา (คณะเจ้าภาพหลากหลาย) กรุณาดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากตารางรถตู้โดยคณะเจ้าภาพอื่น

รถตู้โดยชมรมพุทธศาสน์ กฟผ. กรุณาดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากตารางรถตู้โดยคณะเจ้าภาพอื่น

1. รถตู้โดยกลุ่มธรรมดา.net

กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๕ (ดูรายการรถตู้ฟรีโดยเจ้าภาพท่านอื่น คลิ้กที่นี่)

วัน เวลา นัดพบ วันที่รับสมัคร
วันอาทิตย์ที่ 1 ก.ค. 55 05:00 น. ปั้มปตท รังสิต 25 -28 มิ.ย. 55
วันเสาร์ที่ 14 ก.ค.55 05:00 น. ปั๊มเอสโซ่ สถานีอารีย์ 2 -11 ก.ค. 55
วันอาทิตย์ที่ 22 ก.ค. 55 05:00 น.
5.10 น.
ปั๊มเอสโซ่ บางแค
ปั้มปตท พระราม 2
9 -18 ก.ค. 55

แผนที่
(คลิ้กที่ภาพ เพื่อดูแผนที่ขนาดเต็ม)

แผนที่ ปั๊มพ์ ปตท.รังสิต

แผนที่ ปั๊มพ์ ปตท.รังสิต

แผนที่ ปั๊มเอสโซ่บางแค

แผนที่ ปั๊มเอสโซ่บางแค

ปั๊มปตท.พระราม 2

ปั๊มปตท.พระราม 2


โดยมีรายละเอียดและการสำรองที่นั่ง ดัง นี้
1. กรุณาสำรองที่นั่งภายในวันเวลาที่ รับสมัคร โดยส่งชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ และจำนวนที่นั่งที่ต้องการจองมาที่

    คุณเอ้ หมายเลขโทรศัพท์: 089-445-6269 (เวลา บ่าย 2 ถึง 2 ทุ่ม ทุกวัน)
    คุณดี หมายเลขโทรศัพท์: 089-694-2994
    โดยโทรศัพท์ หรือ ส่งข้อความเท่านั้น กรุณาอย่าฝากข้อความ

2. ทางกลุ่มฯของดรับบริจาคหรือเรี่ยไร สมทบทุนทุกกรณี หากมีการเรี่ยไรจากผู้ให้บริการ จะไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มฯ และทุกท่านมีสิทธิ์ที่จะไม่ต้องสมทบทุนได้ และหากมีกรณีเช่นนี้ขอความกรุณาแจ้งมาทางเมล์ของกลุ่มฯด้วยครับ

3. หากมีปัญหาจากการให้บริการ หรือไม่ได้รับความสะดวกประการใด หรือมีข้อเสนอแนะประการใด กรุณาติดต่อมาที่ van.dhammada.net@gmail.com ได้

4. อนึ่งขอให้ทุกท่านตรงต่อเวลาและใน กรณีที่มีเหตุจำเป็นจะยกเลิกการสำรองที่นั่ง กรุณาแจ้งล่วงหน้าเพื่อให้ผู้อื่นได้ใช้สิทธิ์ในการเดินทางด้วยครับ

2. รถตู้โดยคณะเจ้าภาพอื่น

รายการรถตู้ฟรีเพิ่มเติม เพื่อเดินทางไปฟังธรรมที่สวนสันติธรรม (ดูรายการรถตู้ฟรีของ Dhammada.net คลิ้กที่นี่)

วันและเวลาออกเดินทาง จุดนัดพบ การสำรองที่นั่ง คณะเจ้าภาพ
5.30 น. อาทิตย์ที่ 2 และ 4 ของทุกเดือน Mc Donald’s ที่ แมกซ์วาลู ศรีนครินทร์
(เปิด 24 ชม.)
ติดต่อ02-717-5111
ที่คุณกบ หรือ
คุณหนิงเท่านั้น
กลุ่มธรรมทาน
5.00 น. อาทิตย์ที่ 1 ของทุกเดือน ปั๊ม ปตท สนามเป้า ข้าง ททบ. 5
ตรงข้าม รพ.พญาไท 2
ติดต่อ ลุงเมา
084-360-6881,
086-780-4368,
086-556-2623
บ้านขนมนันทวัน จ.เพชรบุรี
5.00 น. อาทิตย์ที่ 2 ของทุกเดือน บ.สาลี่เอกชัย จ.สุพรรณบุรี
5.00 น. เสาร์หรืออาทิตย์ที่ 3
ของทุกเดือน
บ.ชัยรัชการ จก.
โตโยต้า บางนา-ตราด กม. 16
5.00 น. อาทิตย์ที่ 4 ของทุกเดือน กลุ่มเพื่อน ทพญ. ยาหยี,
ทพญ. จ๊ะจ๋า,
คุณ เจษฎ์จรรย์
5.00 น. อาทิตย์ที่ 5 ของทุกเดือน (ถ้ามี) คุณสุปรียา (น้อง)
5.00 น. อาทิตย์ที่ 2 ของทุกเดือน ม.เอเชียอาคเนย์ ม.เอเชียอาคเนย์
5.00 น. เสาร์ที่ 2 ของทุกเดือน
(กรุณาสำรองที่นั่ง
ก่อน 12.00 น.ของวันพฤหัสที่ 2 ของเดือน)
หน้าป้อมยาม กฟผ. ถ.จรัญสนิทวงศ์ ติดต่อ คุณใกล้รุ่ง
080-465- 4924
เวลา 9.00-20.00 น.
ทุกวัน หรือ
mdc@egat.co.th
กิจกรรมพัฒนาจิต
อ. บางกรวย จ. นนทบุรี
ชมรมพุทธศาสน์ กฟผ.

เนื่องจากเป็นการเดินทางของหมู่คณะ ขอให้ทุกท่านตรงต่อเวลา และในกรณีที่มีเหตุจำเป็นจะยกเลิกการสำรองที่นั่ง กรุณาแจ้งยกเลิกล่วงหน้าเพื่อให้ผู้อื่นได้มีโอกาสเดินทางแทน
หมายเหตุ
1. จะไม่มีการเดินทางตามตารางข้างต้นหากวันเดินทางที่กำหนดไว้ตรงกับวันที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรมปิด
2. รอบรถตู้ข้างต้นของดรับบริจาคหรือเรี่ยไร ทุกกรณี หากญาติธรรมมีความประสงค์จะร่วมบุญ กรุณาติดต่อเจ้าภาพโดยตรง หากมีการเรี่ยไรให้ช่วยค่าใช้จ่ายจากคนขับรถตู้ ขอความกรุณาแจ้งมาทาง santi.vangroup@gmail.com
3. หากมีข้อร้องเรียน คำถาม หรือมีข้อเสนอแนะประการใด กรุณาติดต่อมาที่ santi.vangroup@gmail.com หรือ mdc@egat.co.th (ในกรณีที่เป็นรถตู้ของชมรมพุทธศาสน์ กฟผ.)

ขออนุโมทนาคณะเจ้าภาพและญาติธรรมผู้แสวงหาธรรมะทุกท่าน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นอันเดียวกันด้วยความบริสุทธิ์

mp 3 (for download) : พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นอันเดียวกันด้วยความบริสุทธิ์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นอันเดียวกันด้วยความบริสุทธิ์

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นอันเดียวกันด้วยความบริสุทธิ์

หลวงพ่อปราโมทย์ : จิตเป็นหนึ่งนะ จิตกับธรรมเป็นอันเดียวกัน อันนั้นเกิดในสภาวะที่สิ้นตัณหาแล้ว แจ้งพระนิพพาน

จิตจะเข้าถึงความบริสุทธิ์ ธรรมะก็เป็นความบริสุทธิ์ จิตก็เป็นความบริสุทธิ์ ระลึกถึงพระพุทธเจ้าก็คือความบริสุทธิ์ เป็นความบริสุทธิ์อันเดียวกันแล้วเสมอกัน

ระหว่างสาวกกับพระพุทธเจ้านะมีสิ่งเดียวที่เสมอกันนะคือความบริสุทธิ์ ส่วนปัญญานะไม่เท่าท่าน กรุณาไม่เท่าท่าน แต่ว่าความบริสุทธิ์นั้นเป็นอันเดียวกัน เพราะงั้นจะกลืนเป็นอันเดียวกันนะ ไม่แบ่งแยกหรอก จะรู้สึกเป็นอันเดียว

ตรงที่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ กับจิตรวมเป็นอันเดียวกันนะ จะแจ้งพระนิพพานอยู่นะ จิตกับพระนิพพาน จิตจะสลายตัวลง ไม่มีขอบไม่มีเขต ไม่มีจุดไม่มีดวง ไม่มีที่ตั้ง สลายตัวรวมเข้ากับพระนิพพานเข้ากับความว่างของจักรวาล เป็นหนึ่ง เรียกว่านิพพาน

เพราะงั้นไอ้ที่ว่าน้อมใจให้ว่างโดยที่มีจิตเป็นคู่ ไม่ใช่หรอกนะ หลงทางแล้ว จะแจ้งพระนิพพานได้ต้องรู้รูปนามตามความเป็นจริง จนกระทั่งละความยึดถือในรูปนามได้ ก็จะละความอยากในรูปนาม หมดความอยากได้ก็จะแจ้งพระนิพพาน แจ้งพระนิพพานนะ จิตกับพระนิพพาน จิตจะรวมเข้ากับพระนิพพานเป็นหนึ่ง รวมเข้ากับความว่าง ไม่ยึดถืออะไร ว่างอยู่อย่างนั้นแหล่ะตัวนั้นแหล่ะ

ภาวนาตัวนี้บางทีท่านเรียกว่าธรรมธาตุ ครูบาอาจารย์บางองค์นะ ท่านเรียกสภาวะที่จิตที่สัมผัสพระนิพพานเนี่ยว่าธรรมธาตุ อาจารย์มหาบัวเรียกธรรมธาตุ หลวงปู่ดูลย์เรียกว่าจิตหนึ่ง สมเด็จพระญาณสังวรฯท่านไม่ธรรมดานะ ถ้าฟังธรรมะเป็นจะรู้ว่าท่านสุดยอดเลย ท่านเรียกสภาวะอันนี้ว่าวิญญาณธาตุ อาจารย์พุทธทาสท่านเรียกสภาวะนี้ว่าจิตเดิมแท้ หลวงปู่เทสก์ท่านเรียกสภาวะนี้ว่าใจ หลวงปู่บุุดดาท่านเรียกว่าจิตเดียวหรือใจเดียวจำไม่ได้แล้ว แต่ละองค์ๆเนี่ยท่านพูดถึงสภาวะอันเดียวกัน แต่โดยสมมติบัญญัติที่แตกต่างกัน

แต่ถ้าเราไม่ได้ภาวนาเราไม่เข้าใจเรา(จะ)รู้สึกแต่ละองค์พูดไม่เหมือนกัน ไปติดอยู่ที่คำพูด

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๔ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๒
Track: ๑๘
File: 541118B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๓๖ ถึง นาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๑๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : มาทำความรู้จักกับสมาธิกัน

มาทำความรู้จักกับสมาธิกัน

ต้องเข้าใจก่อนว่า สมาธิ คืออะไร

สมาธิ คือ จิตที่ตั้งมั่นในการรู้อารมณ์ใดอารมณ์หนึ่ง

ปกติ จิตจะไม่มีสมาธิ คือไม่ตั้งมั่น คอยแต่จะไหลไปแช่ในอารมณ์
เช่นพอตาเห็นภาพ จิตก็ไหลไปอยู่ที่ภาพจนลืมตัวเองไป
หรือพอมีความคิด จิตก็ไหลไปอยู่ในโลกของความคิดจนลืมตัวเองไป ฯลฯ

ใหม่ๆ ทุกวันในขณะใช้ชีวิตประจำวัน
ให้หัดสังเกตดูจิตที่ไหลไปคิด ไหลไปมอง ไหลไปฟัง
พอรู้จักจิตที่ไหลไป จิตจะเกิดความตั้งมั่น (เกิดสมาธิ) ขึ้นชั่วขณะ

เมื่อรู้จักจิตที่ไหลไป รู้จักจิตตั้งมั่นแล้ว
ก็ให้หัดทำในรูปแบบเพิ่มจากการหัดในชีวิตประจำวัน
โดยการเลือกเอาอารมณ์ที่เป็นรูปนามตัวเองมาใช้ฝึกสติฝึกสมาธิ
เช่น ถ้าชอบลมหายใจก็ใช้ลมหายใจ ชอบคำบริกรรมก็ใช้คำบริกรรม
ให้จิตรู้อยู่กับอารมณ์ที่เลือกไปสบายๆ แต่อย่าฝืนบังคับจิตไว้
พอจิตหลงลืมอารมณ์ที่ใช้ก็ให้หัดรู้ (เหมือนหัดรู้ว่าจิตไหลไปคิด)
รู้ว่าหลงไปแล้วก็กลับมารู้อยู่กับอารมณ์ที่ใช้ฝึกไปสลายๆอีก

ถ้ามีวาสนาในการทางของสมถะ
จิตจะตั้งมั่นรู้อารมณ์ที่ใช้ฝึกได้อย่างต่อเนื่องเองนานๆโดยไม่เผลอหลงไป
แล้วจิตก็จะสงบปราณีตไปตามลำดับ
เมื่อทำสมถะแล้ว จิตจะมีกำลังสามารถทำวิปัสสนาต่อไปจนเกิดปัญญาได้

แต่ถ้าไม่มีวาสนาไปในทางสมถะ
การฝึกในรูปแบบจะช่วยให้จิตมีกำลัง มีสติรู้รูปนามเพื่อพัฒนาไปสู่การเกิดปัญญาต่อไป

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

หน้าที่ต่อทุกข์คือการรู้ ไม่ใช่การละ

Mp3 for download :540102A duty

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หน้าที่ต่อทุกข์คือการรู้ ไม่ใช่การละ

หน้าที่ต่อทุกข์คือการรู้ ไม่ใช่การละ

หลวงพ่อปราโมทย์ : หน้าที่ต่อทุกข์คือการรู้ ไม่ใช่คือการละ

นี่พวกเราหลายคนภาวนาผิด มีทุกข์ขึ้นมาพยายามจะละ เช่นไม่สบายใจขึ้นมาหาทางละ จิตมีกิเลสขึ้นมาหาทางละ จิตเป็นกุศลหาทางรักษาอะไรนี้ จะละบ้างจะรักษาบ้าง คิดว่ารักษาไว้แล้วมีความสุข พระพุทธเจ้ากลับสอนว่าทุกข์ให้รู้ ไม่ได้ให้ทำอย่างอื่น ไม่ได้ให้ละนะ ทุกข์ให้รู้

งั้นหน้าที่เรามีหน้าที่แค่รู้ขันธ์ไปเรื่อย รู้กายรู้ใจอย่างที่มันเป็น รู้เพื่อให้เห็นความจริง ไม่ใช่รู้เพื่อเข้าไปบังคับควบคุมมัน อย่างบางคนนั่งสมาธินะพอปวดเมื่อยก็พยายามทนนะ อดทนมากเลยจะเอาชนะความปวดความเมื่อย ถ้านั่งจนกระทั่งหายปวดหายเมื่อยได้ก็รู้สึกกูเก่งๆ เนี่ยไม่ละกิเลสนะ กลายเป็นกูเก่งๆขึ้นมา

ทุกข์ไม่ได้เอาไว้ละ ทุกข์ไม่ได้เอาไว้เกลียด ทุกข์ไม่ได้เอาไว้หนีมัน แต่ทุกข์เอาไว้รู้มัน คนไหนหนีทุกข์นะไม่ยอมรู้ทุกข์นะก็ไม่มีทางบรรลุมรรคผลนิพพานเลย เพราะใจมันจะไม่เบื่อหน่ายโลก มันจะรู้สึกโลกนี้เอร็ดอร่อย ใจมันก็ติดพันอยู่กับโลก

แต่ถ้าผู้ใดเฉลียวฉลาดขึ้นมาเป็นนักปราชญ์ เห็นความจริงของธาตุของขันธ์เป็นทุกข์ เนี่ยจิตจะเบื่อหน่าย ไม่เอาแล้วกองทุกข์​นี้ จิตจะวางขันธ์ ถ้าเมื่อไหร่พ้นจากขันธ์เมื่อนั้นก็เห็นนิพพาน นิพพานเป็นสภาวะที่สิ้นขันธ์ เนี่ยจะวางขันธ์ได้ก็ต้องเห็นความจริงของขันธ์​นะเป็นทุกข์เป็นโทษจริงๆ

งั้นท่านบอกทุกข์ให้รู้ ไม่ได้ให้ทำอย่างอื่น ให้รู้ความจริงของมัน มันเป็นทุกข์โดยตัวของมันอยู่แล้ว ไม่ใช่ต้องแกล้งมองให้มันเป็นทุกข์

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ
วันอาทิตย์ที่ ๒ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๘
File: 540102A
ระหว่างนาทีที่  ๑๐วินาทีที่
๔๗ ถึง นาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๓๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เมื่อเจริญสติจนจิตตั้งมั่นเป็นกลาง

เมื่อเจริญสติจนจิตตั้งมั่นเป็นกลาง

ถาม : หากว่าเรารู้กายรู้ใจมาจนถึงจุดที่จิตเป็นกลางได้แล้ว  ขั้นต่อไปควรปล่อยให้จิตเขาเห็นไตรลักษณ์เอง หรือว่าเราควรน้อมนำไตรลักษณ์เข้ามาพิจารณาครับ?

ตอบ : การเห็นไตรลักษณ์ที่แท้จริง ต้องไม่มีการคิดพิจารณาครับ
ดังนั้นให้เจริญสติไปจนจิตตั้งมั่นเป็นกลาง
แล้วเมื่อประกอบกับการฟังธรรมเรื่องการเจริญวิปัสสนาเห็นไตรลักษณ์มาก่อน
จิตจะเดินปัญญาเห็นไตรลักษณ์ได้เองครับ

การคิดพิจารณาเอาไว้ใช้กับคนที่จิตไปติดนิ่งติดเฉยจนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงให้ดู
ดังนั้นถ้าไม่ติดนิ่งติดเฉย ก็ไม่จำเป็นต้องน้อมคิดพิจารณาอะไรครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

สิ่งที่ควรเจริญด้วยปัญญาอันยิ่ง คือ สมถะและวิปัสสนา

mp 3 (for download) : สิ่งที่ควรเจริญด้วยปัญญาอันยิ่ง คือ สมถะและวิปัสสนา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

สิ่งที่ควรเจริญด้วยปัญญาอันยิ่ง คือ สมถะและวิปัสสนา

สิ่งที่ควรเจริญด้วยปัญญาอันยิ่ง คือ สมถะและวิปัสสนา

หลวงพ่อปราโมทย์ : การปฏิบัตินะมันมี ๒ อัน อันนึงคือสมถะ อันนึงคือวิปัสสนา เนี่ยสิ่งที่ควรเจริญด้วยปัญญาอันยิ่ง พระพุทธเจ้าท่านสอนสิ่งที่ควรเจริญด้วยปัญญาอันยิ่งคือ สมถะและวิปัสสนา ๒ อัน

ท่านไม่ได้สอนว่าสิ่งที่ควรเจริญคือสมถะและวิปัสสนานะ ท่านสอนว่าสิ่งที่ควรเจริญด้วยปัญญาอันยิ่งคือ สมถะและวิปัสสนา ต้องมีปัญญาประกอบ ทำสมถะไม่มีปัญญาประกอบนะก็เป็นสมถะเซื่องซึมไป สมถะทื่อๆสมถะแข็งๆซึมบ้างแข็งบ้าง หรือสมถะออกนอกใจฟุ้งออกไปรู้นู่นรู้นี่ภายนอกนั้นไม่มีสติไม่มีปัญญากำกับ ไม่ดี

เจริญวิปัสสนาก็ต้องเจริญด้วยปัญญาอันยิ่ง อย่างบางคนไปดูรูปดูนามดูเวทนา อย่างนั่งสมาธิมีความปวดเมื่อยเกิดขึ้นก็นั่งว่าทำยังไงจะเอาชนะเวทนาได้นั่งทนได้ตลอดคืน เวทนาไม่สามารถทำให้เราเปลี่ยนอิริยาบทได้ อันนี้ไม่ได้ทำวิปัสสนาด้วยปัญญาอันยิ่ง เห็นเวทนาจริงนะแต่เกลียดมัน อยากละมัน

เวทนานั้นอยู่ในขันธ์ ๕​ ในขันธ์ ๕ ส่วนใหญ่อยู่ในกองทุกข์ ยกเว้นตัวตัณหาตัวโลภะอะไรพวกนี้ มี ๒ หมวก หมวกนึงอยู่ในกองทุกข์ หมวกนึงอยู่ในกองสมุทัย สิ่งใดเป็นทุกข์สิ่งนั้นต้องรู้ รู้ตามความเป็นจริง เค้าเรียกว่ารู้ทุกข์ ถึงจะเรียกว่าการปฏิบัติด้วยปัญญาอันยิ่ง

งั้นอย่างจะนั่งสมาธิปวดเมื่อยขึ้นมาจะนั่งทนเอาชนะเวทนาเนี่ย อันนี้ทำผิดแล้วไม่ได้ทำด้วยปัญญาอันยิ่ง แต่ทำเพราะโลภะมันหนุนหลังอยู่ ถ้าทำสำเร็จนะนั่งสำเร็จไม่กระดุกกระดิกได้จนมันหายเมื่อยไป มันก็กูเก่งขึ้นมาอีก

งั้นที่ท่านสอนนะแต่ละคำๆของท่านมีความหมาย เราเวลาทรงจำแล้วอย่าให้มันแหว่งไป สิ่งที่ควรเจริญด้วยปัญญาอันยิ่งคือ สมถะและวิปัสสนา

หมายเหตุ สัมปชัญญะ คือ ปัญญาเบื้องต้น ดังนั้นในการเจริญสมถะและวิปัสสนา จะต้องมีอย่างน้อย สัมปชัญญะ แต่สัมปชัญญะเกิดเองเดี่ยวๆไม่ได้ ต้องเกิดร่วมกับสติ ดังนั้น การเจริญสมถะและวิปัสสนา จะต้องมีสติและสัมปชัญญะประกอบด้วยเสมอ

ในแง่ของการปฏิบัติ สิ่งที่เราต้องฝึกฝน ก็คือ การมีสติ(ระลึกรู้อารมณ์)ด้วยสัมปชัญญะ(ความรู้สึกตัว) หากฝึกด้วย “การดูจิต” จะต้องเป็นการดูจิตด้วยความรู้สึกตัว


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๒
Track: ๑๗
File: 541118A.mp3
ระหว่างวินาทีที่ ๑๗ ถึง นาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๔๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เบื่อโลก

.
เบื่อโลก
ตราบเท่าที่ยังยึดกายยึดจิตยึดขันธ์อยู่
ก็ยังไม่ได้เบื่อโลกทั้งหมดหรอก​
ถ้าจะเบื่อก็แค่เบื่อโลกภายนอกเ​ท่านั้น
แต่ยังไม่เบื่อโลกที่เป็นกายเป็​นจิตเป็นขันธ์
จึงยังดิ้นรนมองหาสุขจากกายจากจิตจากขันธ์อยู่
ต่อเมื่อใดที่เบื่อโลกที่เป็นกา​ยเป็นจิตเป็นขันธ์ได้แล้วนั่นแห​ละ
จึงจะคลายกำหนัด เมื่อคลายกำหนัด จึงจะหลุดพ้น.

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทางวิปัสสนา (๒๗) ถ้าฝึกด้วยการบริกรรมพุทโธ ให้บริกรรมพุทโธแล้วรู้ทันจิต

mp3 for download : ทางวิปัสสนา (๒๗) ถ้าฝึกด้วยการบริกรรมพุทโธ ให้บริกรรมพุทโธแล้วรู้ทันจิต

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางวิปัสสนา

ทางวิปัสสนา

โยม : กราบนมัสการค่ะหลวงพ่อ หนูไม่ได้ส่งการบ้านมา ๘ เดือนแล้วค่ะ มันก็เจริญแล้วเสื่อมสลับกันไปค่ะ แต่ว่า ๒-๓ เดือนนี้ กิเลสตัวลังเลสงสัยน่ะค่ะ มันเยอะน่ะค่ะ โดยเฉพาะลังเลสงสัยเกี่ยวกับคำบริกรรมพุทโธของหนูว่า เออ..มันถูกมั้ย (หลวงพ่อปราโมทย์ : หือ? สงสัยยังไง) ว่ามันใช่ทางมั้ย? เพ่งแล้วนะ อะไรอย่างนี้

หลวงพ่อปราโมทย์ : อ้อ.. สังเกตที่จิตเราสิ พุทโธนี่นะ พุทโธแล้วคอยรู้ทันจิตของเราไป ไม่ใช่พุทโธไปบังคับจิตให้นิ่ง พุทโธ พุทโธ พุทโธ จิตฟุ้งซ่าน รู้ทัน พุทโธ พุทโธ จิตสงบ รู้ทัน นะ ฝึกอย่างนี้ พุทโธแล้วรู้ทันจิต อย่าไปพุทโธแล้วบังคับจิตนะ

โยม : หนูบังคับหรือคะ?

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าบังคับมันจะแน่น หนูวัดได้ด้วยตัวเอง

โยม : คือ หลังๆมันก็ไม่แน่นน่ะค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : มันฟุ้งหรือเปล่า?

โยม : ค่ะ ค่ะ คือหลวงพ่อคะ คือว่าหนูน่ะ สมมุติว่าหลวงพ่อแนะนำให้น้องคนนี้ไปดูกายใช่มั้ยคะ แต่หนูมีความรู้สึกว่า หนูน่ะมาดูกายไม่เป็น

หลวงพ่อปราโมทย์ : ไม่จำเป็น ทางใครทางมัน

โยม : ค่ะ ก็คือทำความสงบ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทำความสงบนะ แล้วก็รู้ทันจิตไป (โยม : ค่ะ) เช่น พุทโธ พุทโธ ไป จิตสงบรู้ว่าสงบ พุทโธไป จิตฟุ้งซ่าน รู้ว่าฟุ้งซ่าน ให้จิตมีบ้านอยู่ อยู่กับพุทโธก็ได้ แต่พุทโธแล้วไม่ได้พุทโธบังคับจิต แต่พุทโธรู้ทันจิต

550409.56m56-58m25

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ห้องสุวรรณภูมิบอลรูม ชั้น ๒ อาคารบี
บจก. เตียวฮงสีลม บางพลี
วันจันทร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕
ระหว่างเวลา ๑๓:๐๐ – ๑๕:๐๐ น.

File: 550409.mp3 (ไทย)
File: 550409.mp3 (สหรัฐอเมริกาและยุโรป)
เสียงพระธรรมเทศนา ระหว่างนาที่ ๕๖ วินาทีที่ ๕๖ ถึง นาทีที่ ๕๘ วินาทีที่ ๒๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : นั่งสมาธิแล้วเห็นแต่ทุกข์

นั่งสมาธิแล้วเห็นแต่ทุกข์

ถาม : เวลาดูจิตแล้วมันยังโอเคกว่าอ่ะค่ะ พอเห็นจิตมันก็ดับ หรือบางทีมันก็ดีใจที่ได้เห็น

แต่พอมาระยะหลังตั้งใจนั่งสมาธิมากขึ้น เห็นหลายสิ่งเกิดดับ เดี๋ยวสุขเดี๋ยวก็ทุกข์อีก สุขมันก็แค่ช่วงที่มันไม่ทุกข์เท่านั้น เห็นทุกขเวทนาของร่างกาย
เห็นแล้วมันเบื่ออ่ะค่ะ ไม่อยากนั่งสมาธิเลย ไม่ชอบเห็นทุกข์ คิดว่าตัวเองคงติดกิเลสอ่ะค่ะ เวลาทุกข์ก็วิ่งหาความสุขสะเคยชิน

ทำยังไงดีคะถึงจะมีกำลังใจ ให้เห็นความเป็นจริงว่าตัวเราและโลกนี้ไม่มีอะไรนอกจาก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ค่ะ?

ตอบ : ไม่เห็นทุกข์ก็ไม่เห็นธรรมหรอกครับ
ตอนนี้พอทุกข์แล้วไม่ชอบไม่อยากเห็น ก็ให้หัดดูจิตที่ไม่ชอบไม่อยากเห็นไปนะครับ
แล้วพอถึงเวลานั่งสมาธิก็นั่งไปตามที่เคยทำอยู่นั่นแหละครับ
จะทุกข์แค่ไหนก็ต้องดู ไม่งั้นก็จะไม่เกิดปัญญาไม่เห็นไตรลักษณ์
แล้วก็ต้องวนเวียนทุกข์แล้วทุกข์ไม่จบไม่สิ้นไปอีกนานแสนนาน
แต่ถ้าอดทนดูทุกข์ไป ไม่นานก็จะพ้นทุกข์ไปได้ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Page 1 of 41234