Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์: อย่าสร้างผลโดยไม่ทำเหตุ แต่ให้ทำเหตุไว้แล้วผลจึงจะเกิดขึ้น

อย่าสร้างผลโดยไม่ทำเหตุ แต่ให้ทำเหตุไว้แล้วผลจึงจะเกิดขึ้น

การปฏิบัติภาวนานั้น เราย่อมมุ่งหวังผล

แรกเริ่มก็มุ่งหวังให้เกิดสติ เกิดจิตตั้งมั่น

ต่อไป ก็ให้เห็นไตรลักษณ์

ไปจนที่สุดคือให้เกิดมรรคจิต เกิดผลจิต พ้นทุกข์จริงๆ

หรือบางคนก็มุ่งหวัง โสดาปัตติผล สกิทาคามีผล

อนาคามีผล อรหัตตผล ไปตามลำดับ

แต่ในระหว่างการศึกษาปฏิบัติภาวนา

ในระหว่างที่ยังเป็นผู้ที่ต้องศึกษาเพราะยังไม่จบกิจที่พึงกระทำ

ยังต้องหัดรู้ทุกข์ ยังต้องหัดเจริญมรรค

เพื่อจะละสมุทัย เพื่อจะให้แจ้งนิโรธ

ก็ต้องเข้าใจด้วยว่า …

ผลต่างๆ ตามที่มุ่งหวังกันอยู่นั้น

หาใช่ได้มาเพราะลงมือลงแรงปรุงแต่งสร้าง”ตัวผล”นั้นขึ้นมาตรงๆ

แต่ตัวผลนั้น เกิดขึ้นได้เพราะ

การหมั่นทำหมั่นสร้างเหตุปัจจัยของผลนั้น

เมื่อเหตุปัจจัยบริบูรณ์ด้วยประการทั้งปวงแล้ว

ผลที่มุ่งหวังก็จะเกิดขึ้นเอง

ในการหมั่นทำหมั่นสร้างเหตุปัจจัยอยู่นี้

หากเราพลาดไปสร้าวตัวผลตรงๆโดยไม่สร้างเหตุ

การภาวนาก็จะผิดพลาดไปเพราะตัวผลที่เราสร้างมันขึ้นมา

มันก็จะเป็นผลเทียม เป็นผลยังไม่เที่ยง ยังเป็นการหลงไปยึดถืออยู่

แล้วก็การลงมืลงแรงสร้างตัวผลขึ้นมานั้น

ก็ไม่ใช่การทำเหตุปัจจัยให้แจ้งอริยสัจหรือให้เกิดมรรคผล

บางคนพอได้ยินได้ฟังว่า

พระอรหันต์ท่านจะไม่หลง ไม่ขาดสติ ไม่เผลอลืมตัวไปเลย

ก็จะ “พยายามที่จะไม่ให้หลง”

แล้วพอไปได้ยินคนอื่นคุยกันว่า …

“ในการเจริญสตินั้น อย่าพยายามไม่ให้หลง

แต่พอหลงไปแล้ว ให้รู้ว่า เมื่อกี้หลงไป

เพราะถ้าขืนพยายามไม่ให้หลง ก็จะกลายเป็นการข่มบังคับจิต”…

ก็เกิดความเข้าใจผิดไปว่า

การพยายามไม่ให้หลงด้วยการกดข่มบังคับจิต เป็นการปฏิบัติภาวนาที่ผิดๆ

ซึ่งก็คงเข้าใจผิดไป เพราะไปเอาตัวผลมาทำโดยไม่ทำเหตุนั่นเอง

ทั้งที่จริงแล้ว

การไม่พยายามบังคับกดข่มจิตใจเพื่อไม่ให้หลงไปนั้น

เป็นหลักๆ หนึ่ง ในการเจริญสติด้วยการหัดรู้สภาวะทางใจ

ที่มีหลักในเบื้องต้นอยู่ว่า

“จิตเป็นอย่างไร ก็ให้รู้ชัดว่าจิตเป็นอย่างนั้น”

เพราะฉะนั้นเมื่อจิตหลงไปก็ให้รู้ชัดว่าจิตหลงไป

ไม่ใช่ไปฝืนบังคับกดข่มจิตไม่ให้หลง

ขอให้เข้าใจว่า

จิตที่เผลอหลงไป เป็นจิตทั่วไปตามปกติธรรมดาของปุถุชนทุกคน

ส่วนการหัดรู้สภาวะของจิตที่เป็นไปตามปกติธรรมดานั้น

ก็คือการทำเหตุ เป็นการสร้างเหตุปัจจัยที่จะทำให้เกิดผลคือ

เกิดจิตที่มีสติ มีความตั้งมั่น อย่างน้อยก็ชั่วขณะหนึ่ง

แล้วเมื่อเกิดจิตที่มีสติ มีความตั้งมั่นบ่อยๆ ต่อเนื่องไปได้ตามกำลัง

ก็จะเจริญต่อไปเป็น สามารถรู้สภาวธรรมอื่นๆ

ทั้งที่เป็นสภาวะทางกายและทางใจ

ได้ด้วยจิตที่มีสติ มีความตั้งมั่นเช่นกัน

การรู้สภาวธรรมต่างๆ ได้ต่อเนื่องอย่างมีสติ มีความตั้งมั่น

อันเป็นผลมาจากการหัดรู้สภาวะในเบื้องต้น

ก็จะกลายมาเป็นเหตุปัจจัยให้เห็นความเกิดดับของรูปนาม

เห็นความเกิดดับของขันธ์ ๕

เห็นขันธ์ ๕ ที่เป็นอุปาทานขันธ์

ซึ่งก็เท่ากับเป็นการ “รู้ทุกข์” อันเป็นกิจของอริยสัจนั่นเอง

การรู้ทุกข์ รู้ความเกิดดับ

รู้ความไม่เที่ยง (รู้อนิจจัง) ของขันธ์ ๕

รู้ความถูกบีบคั้นให้ทนอยู่ไม่ได้ (รู้ทุกขัง) ของขันธ์ ๕

รู้ความไม่ควรยึดถือเอาขันธ์ ๕ มาเป็นตัวตนเป็นของตน

รวมแล้วก็คือ ผลในเบื้องกลางของการหัดรู้สภาวธรรมทั้งทางกายและทางใจ

และผลในเบื้องกลางนี้เอง ที่เป็นเหตุปัจจัยที่จะให้เกิดผลในเบื้องปลาย

คือขณะจิตใดที่การทำเหตุด้วยการรู้ทุกข์ เต็มพร้อมบริบูรณ์

ก็จะเกิดปัญญาเต็มพร้อมบริบูรณ์ เกิดมรรคจิต เกิดผลจิตขึ้น

^_^

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์: ภาวนาแล้วพบความว่างเหมือนไม่มีจิต

ภาวนาแล้วพบความว่างเหมือนไม่มีจิต

จะมีสภาวะอะไรเกิดขึ้นก็นั่งรู้นั่งดูไปนั่นแหละครับ
แล้วก็ค่อยๆสังเกตว่า ที่ว่าเหมือนไม่มีจิต ไม่มีอะไรให้ดู
เพราะจิตถลำไปอยู่กับความว่างหรือไม่
การฝึกจิตเพื่อจะเดินปัญญาต่อ จิตต้องตั้งมั่น
เห็นความว่างเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ใช่กาย เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ถูกรู้อยู่นะครับ
ถ้าเห็นว่าความว่างเป็นอีกสิ่งที่ถูกรู้ ก็จะมีความว่างให้จิตรู้อยู่ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Download: mp3 แสดงธรรมที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต บางกรวย เมื่อวันอังคารที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๓

Download Now

Download Now

Download Now!
mp3 แสดงธรรมที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต บางกรวย เมื่อวันอังคารที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๓
Click here THAI-1 THAI-2 USA UK

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรายึดอะไรก็ทุกข์เพราะอันนั้น

เรายึดอะไรก็ทุกข์เพราะอันนั้น

เรายึดอะไรก็ทุกข์เพราะอันนั้น

mp 3 (for download) : เรายึดอะไรก็ทุกข์เพราะอันนั้น

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: การภาวนาไม่ใช่เรื่องยากเรื่องเย็นนะ แต่ต้องใจถึงๆ จริงจัง ซื่อสัตย์กับตัวเอง ซึ่อสัตย์กับตัวเองที่จะเรียนรู้ตัวเอง ความไม่ดีของเรา ซ่อนเร้นอยู่เยอะ แต่ละคน เก็บขยะไว้เต็มไปหมดเลย เก็บขยะ เปิดคลังมหาสมบัติออกมา เจอขยะ เพชรๆ พลอยๆ ไม่ค่อยมีหรอก ส่วนมาก อาศัยความตั้งใจจริง กล้าสละประโยชน์ส่วนน้อย ประโยชน์ส่วนน้อยก็คือความสุขอย่างโลกๆเลย ความสุขทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่เห็นจะมีอะไรนักหนาเลย ความสุขของโลกมีนิดเดียว คับแคบ

ลองมาศึกษาปฏิบัติธรรม จะพบกับความสุขที่ยิ่งใหญ่ ความสุขในโลกมันเหมือนเราเป็นแค่ปลาเงินปลาทองอะไรอย่างนี้ อยู่ในตู้แคบๆ ถูกเขาเลี้ยงไว้ อยู่ไปวันๆ ถึงเวลาก็มีกินมีอยู่ไปวันๆนะ เดี๋ยวก็ตาย แล้วเขาก็เอาตัวอื่นมาเลี้ยงแทน บ้านเรานะอยู่ๆไป ตายไป คนอื่นก็มาอยู่แทน เมื่อก่อนมีเพลงด้วยซ้ำไปนะ พอเราตาย อะไร ทรามวัยพ้นมือ เมียเราก็ไม่รู้ว่าเป็นเมียใคร อะไรน่ะ จำไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องกล้า อย่าไปหลงกับความสุข ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย มากนัก ศึกษา ปฏิบัติธรรม เรียนรู้ลงมาในกายเรียนรู้ลงมาในใจของเราบ่อยๆ สิ่งที่มันเป็นภาระที่สุด สำหรับพวกเราก็คือ กายกับใจของเรานี่แหละ เป็นภาระมาก กายกับใจ

อย่างร่างกาย ดูสิ เราต้องดูแลมันเยอะนะ ตั้งแต่หัวถึงเท้า ดูสิ เยอะแยะเลย รักหวงแหนที่สุด ทั้งที่เป็น “ขี้” ทั้งนั้นเลยนะ ลองไล่ลงมาตั้งแต่ขี้หัวถึงขี้ตีน เห็นมั้ย สูงสุดจนถึงต่ำสุด มันวิเศษวิโสอะไรนักหนา ไปหลงกับมันทำไม ดูลงมานะ ดูลงมาในกาย ดูลงมาในใจ เมื่อไรหมดความรักในกาย หมดความรักในใจ ไม่ยึดถือกาย ไม่ยึดถือใจ จะไม่ยึดถืออะไรในโลกแล้ว เพราะสิ่งที่เรายึดถือมากที่สุดคือกายกับใจของเรานี่เอง พอเราไม่ยึดถือในกายในใจ มันไม่มีอะไรให้ยึดถืออีกแล้ว จิตใจมันจะมีอิสรภาพ เพราะว่าไม่ว่าเราไปยึดอะไรเอาไว้นะ เราจะไม่เป็นอิสระเพราะสิ่งนั้นแหละ

ยกตัวอย่าง เรายึดในทรัพย์สมบัติ เราจะไปไหนไม่รอดเลย ไปไหนเราก็ห่วงสมบัตินะ ไปไหนไม่ได้ เนี่ยเราไปยึดอะไรเราก็ไปติดอันนั้น ไปไม่รอด ยึดลูกยึดเมียไว้ก็ไปไหนไม่ได้ ใจเป็นห่วง

คนโบราณท่านเปรียบดีนะ บอก เวลาคนตาย เขาจะผูกมัดตราสังข์ไว้ เขาจะมัด ๓ ข้อ มัดคอนะ มัดคอไว้อันหนึ่ง มัดมือ แล้วก็มัดเท้า มัดคอ มีลูก มีลูกนะ เหมือนเอาเชือกผูกคอไว้ ทำไมผูกคอ รัดแน่นๆ กินไม่ลงนะ อย่างพ่อแม่คนไหนจนหน่อยๆ ไม่มีเงินมาก เจอของอร่อยๆกินไม่ลงนะ คิดถึงลูก กินไม่ลง มันถูกผูกคอไว้

มีสามีภริยาก็บอกว่า เหมือนถูกเอาปอผูกศอก นี่ภาษาอีสานนะ คุณแม่น้อยเคยท่องให้หลวงพ่อฟัง มีลูกเหมือนเอาเชือกผูกคอ มีเมียเหมือนเอาปอผูกศอก มีสมบัติเหมือนเอาปลอกติดขา เวลาเรามีแฟนมีคู่รู้สึกมั้ย เราไม่อิสระ เหมือนเราถูกมัดมือละ บางทีถูกมัดมือชกนะ มันไม่อิสระ นี่ความสุขของโลก เห็นมั้ย มีลูกเราทุกข์เพราะลูกใช่มั้ย มีสามีมีภรรยา เราก็ไม่อิสระ ไม่อิสระ จะทำอะไรเคยอิสระก็ไม่อิสระ มันไม่คล่องตัว

มีสมบัติ เหมือนเอาปลอกติดขา ปลอกติดขาไว้คือไปไหนไม่ได้ มีสมบัติแล้วต้องนั่งเฝ้าสมบัติ ไปไหนเดี๋ยวกลัวหาย เราก็เป็นทุกข์นะ มีความทุกข์ เพราะฉะนั้นในโลกเรามีอะไร เราก็ทุกข์เพราะอันนั้น พระพุทธเจ้าจึงบอก มีวัวทุกข์เพราะวัว มีนาก็ทุกข์เพราะนา มีทรัพย์สมบัติทุกข์เพราะทรัพย์สมบัติ คนในโลกไม่เข้าใจว่ามันเป็นทุกข์นะ ก็อยู่ตามๆกันมาก็เที่ยวแสวงหาหวังว่ามันจะดี ได้มายิ่งเยอะยิ่งดี ไม่รู้ว่ายิ่งภาระเยอะนะ คนเราไม่ได้ต้องการอะไรมากในชีวิตของเราจริงๆ มีแต่ความต้องการเทียมเยอะ ความต้องการเพื่อเอาหน้าเอาตาหลอกๆ

เนี่ยถ้าเรามาดูนะ ดูลงในกายในใจ เรายึดอะไรไว้ เราก็ทุกข์เพราะอันนั้น สิ่งที่เรารักที่สุดนะ คือกายกับใจ ไม่ใช่ลูกนะ บางคนบอกรักลูกที่สุด ไม่ใช่ ไม่ใช่รักสามีภรรยามากที่สุด ไม่มีหรอก โกหก ใครมาบอกเรา ผมรักคุณมากกว่าชีวิตของผม โกหก ชี้หน้าไปเลยนะ โกหก บอก คนที่เขาจิตปราดเปรียว เขารู้นะ อย่ามาโกหกนะ ไม่มีอะไรรักมากเท่าตัวเอง หรือเรารักจิตใจของเรา เราอยากให้จิตใจมีแต่ความสุข สนุกสนาน ใช่มั้ย เรารัก ทีนี้จิตใจมันก็สุขบ้าง ทุกข์บ้าง ดีบ้าง ร้ายบ้าง บ้าๆบอๆไปตามเรื่องของมัน แกว่งขึ้นแกว่งลงไปตามเรื่องของมัน มันไม่มีความสุขที่แท้จริง

ถ้าเรารู้ลงในกาย รู้ลงในใจ พอไม่ยึดกาย เราไม่ทุกข์เพราะกาย ไม่ยึดใจ ก็ไม่ทุกข์เพราะจิตใจ จะมีความสุขที่นึกไม่ถึง น้ำตาร่วงเลยนะ ว่าโอ้อย่างนี้ก็มีด้วยเหรอ ความสุขชนิดนี้ก็มีด้วยเหรอ อัศจรรย์ คำสอนของพระพุทธเจ้าอัศจรรย์จริงๆ สอนให้เรารู้กาย สอนให้เรารู้ใจ จนปล่อยวางกายปล่อยวางใจ เข้าถึงธรรมะที่มีแต่ความสุขล้วนๆเลย อัศจรรย์ที่สุด ความสุขอย่างโลกๆนะ ความสุขคับแคบ สุขที่เจือด้วยความทุกข์เต็มไปหมดเลย รักอะไรก็ทุกข์เพราะอันนั้นแหละ


สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๙
Track: ๑๓
File: 500331B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๑ ถึง นาทีที่ ๘ วินาทีที่ ๒๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์: ภาวนาแล้วเครียด

ภาวนาแล้วเครียด

เครียดเพราะไม่ได้นั่งดูรูปนามแล้วครับ แต่เพราะไปเพ่งรูปนาม
อย่าเพ่ง อย่าฝืนที่จะควบคุมบังคับให้สงบให้อิ่มเอิบแบบที่เคยเป็นนะครับ
ให้นั่งรู้สึกตัวรู้อะไรสักอย่างไปสบายๆ
จะรู้ว่าบริกรรมพุทโธไปก็ได้ หรือรู้ลมหายใจ รู้ท้องพองยุบ ฯลฯ ไปก็ได้
(เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งที่สามารถรู้ไปสบายๆ ได้
รู้แบบ รู้สึกตัวไปบ้าง สลับกับรู้เผลอหลงไปคิดบ้าง
ไม่ใช่นั่งแล้วต้องไม่เผลอหลงไปไหนเลยหรอกนะครับ
แต่หลังจากเผลอหลงไปแล้ว จะนึกได้เองว่าเผลอหลงไป
พอนึกได้ว่าเผลอหลงไป ก็กลับมารู้พุทโธ
หรือลมหายใจ หรือท้องพองยุบ ฯลฯ ต่อไปสบายๆ
และถ้ารู้สึกเครียด ก็ให้ผ่อนคลายร่างกายผ่อนคลายจิตใจ
ด้วยการหายใจออกแรงๆ หรือจะลุกไปเดิน
เดินไปรู้กายเดินสลับกับรู้ว่าเผลอหลงลืมกายไป ก็ได้ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Video: กิเลสแมเนจเม้นท์ โดยหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ตอนที่ ๗ (จบ)

กิเลสแมเนจเม้นท์ โดยหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ตอนที่ ๗ (จบ)

mp4 for download: THAI-1 THAI-2 USA UK

แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑
ณ. สถาบันวิมุตติยาลัย

หมายเหตุ มีทั้งสิ้น ๗ ตอน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ตั้งหลักให้ดี เราหาแก่นคือวิมุตติ ไม่ใช่อย่างอื่น

ตั้งหลักให้ดี เราหาแก่นคือวิมุตติ ไม่ใช่อย่างอื่น

ตั้งหลักให้ดี เราหาแก่นคือวิมุตติ ไม่ใช่อย่างอื่น

mp3 for download : ตั้งหลักให้ดี เราหาแก่น ไม่ใช่อย่างอื่น

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ตั้งหลักให้ดี มิใช่ภาวนาเพื่อให้เกิดความดี ความสุข ความสงบ หลวงพ่อมาหัดทำใหม่ๆก็ผิดเหมือนกันล่ะ ตั้งเป้าผิด ตั้งเป้าผิดนะ ตอนเด็กๆหัดภาวนาตั้งแต่เจ็ดขวบ หัดรู้ลมหายใจ ตั้งเป้าไว้เลยว่าจะต้องสงบ เอาความสงบเป็นสรณะนะ

ความสงบเองก็เป็นของไม่แน่นอน ใช่มั้ย ยังเป็นสังขารอยู่ ยังเป็นของที่แปรปรวนอยู่ เราไปเอาความสงบเป็นเป้าหมายเนี่ยไปไม่รอดหรอก วันนี้สงบได้อีกวันหนึ่งก็ฟุ้งซ่านได้อีกนะ หรือจะเอาความดี ความดีก็ยังแปรปรวนได้อีก ใช่มั้ย วันนี้ดี พรุ่งนี้ร้ายได้อีก เนี่ยเราเอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นเป้าหมายในการปฏิบัติไม่ได้หรอก มันเป็นของไม่แน่นอน เป็นของแปรปรวน

เราต้องปฏิบัติเอาแก่นสารสาระให้ได้นะ คือ ความหลุดพ้น ไม่ใช่เอาแค่ว่า.. พระพุทธเจ้าเคยเทียบนะ บางคนอยากได้แก่นไม้ แต่ว่าไปเอาใบไม้ ไปเก็บใบไม้มา เก็บกิ่งเล็กๆมา ท่านบอก เหมือนคนจะมาภาวนา จะมาบวชเนี่ย บางคนมาบวชแล้วไปติดที่ลาภสักการะที่ชื่อเสียง อย่างนี้เหมือนอยากได้แก่นไม้ แต่ได้แค่ใบไม้ ได้แค่กิ่งเล็กๆ อะไรอย่างนี้

บางคนก็ภูมิใจ มาบวชทั้งที หรือมาภาวนาทั้งที รักษาศีลได้ดี ท่านบอกศีลก็ยังไม่ใช่แก่น ศีลเหมือนสะเก็ดไม้ สะเก็ดไม้เปลือกๆมัน บางคนก็มุ่งเอาสมาธิ ท่านก็บอกว่าสมาธิก็ยังใช้ไม่ได้ รู้สึกจะข้ามขั้นไปอันหนึ่งแล้ว เปรียบอะไรอีกอัน กิ่งไม้หรืออะไร แล้วค่อยมาสะเก็ดไม้นะ คือยังไม่ถึงแก่นสักทีน่ะ

สิ่งที่ไม่ใช่แก่นของการปฏิบัตินะ อันแรกเลย ชื่อเสียง ลาภสักการะ นะ กระทั่งเป็นโยมอย่านึกว่าภาวนาแล้วไม่เอาชื่อเสียงนะ โยมที่ไปเปิดสอนเนี่ยเยอะแยะเลย นะ สอนถูกบ้าง สอนผิดบ้าง มีสารพัดนานาชนิดเลย บางคนไปเที่ยวสอนคนอื่นนะ แล้วก็บอกว่าเป็นสาขาของหลวงพ่อปราโมทย์ มีนะ เราฟังแล้วงงมากเลยนะ เราไปเปิดแฟรนไชส์ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ฟังแล้วก็งงๆนะ ไม่มีนะ ขอแถลงการณ์หน่อย สวนสันติธรรมไม่มีสาขานะ ตรงนี้ มีคนมาเสนอที่ดิน เสนออะไรให้เสมอๆ หลวงพ่อไม่เอาสักอันหนึ่ง เราไม่มีความพร้อมที่จะขยายงานแบบนั้น ขยายแล้วคุณภาพไม่ดี ขยายทำไม เอาของหลอกลวงไปให้คนเขาได้ยังไง เพราะฉะนั้นไม่มีสาขานะ

เพราะฉะนั้นเราภาวนาไม่ได้เอาชื่อเสียง ไม่ได้เอาผลประโยชน์ เอาผลประโยชน์ก็มี บางคนเขาก็เอาผลประโยชน์ บางคนเอาชื่อเสียง พวกนี้ใช้ไม่ได้ ห่างไกลนะ ห่างไกลจากเป้าหมายที่แท้จริง

ไม่ได้ภาวนาเพื่อจะภูมิใจว่ามีศีล มีศีลเหนือคนอื่น สังเกตมั้ย บางคนชอบไปถือศีล ถือศีลเสร็จแล้วกลับมาดูถูกคนอื่นว่าไม่มีศีล เนี่ยเพิ่มกิเลสนะ อย่างนี้ ใช้ไม่ได้นะ ท่านบอกว่าใช้ไม่ได้ หรือบางคนเอาสมาธิ ทุกวันจิตสงบ ใจสว่าง โล่ง ว่าง สบาย อยู่กับความว่าง นี่ภาวนาแล้วเอาสมาธิ ท่านก็ว่ายังใช้ไม่ได้ สมาธิเหมือนกับอะไร เปลือกไม้หรืออะไรอย่างนี้ ท่านเทียบ บางคนจะเอาปัญญา ภาวนาแล้วอยากมีความรู้เยอะๆ อยากแตกฉาน นี่เหมือนเอาเนื้อไม้ ยังไม่ถึงแก่นไม้ ขนาดศีล สมาธิ ปัญญา ถ้าเรามุ่งมาปฏิบัติเพื่อสิ่งเหล่านี้ ก็เรียกว่ายังไม่เข้าเป้าเลย ยังไม่ถึงเป้าหมายที่แท้จริง

แล้วเราปฏิบัติเพื่ออะไร เพื่อวิมุติ ความหลุดพ้นจากความยึดถือ ในรูป ในนาม ในกาย ในใจ นี้ ไม่ยึดอะไรในโลก เพราะฉะนั้นเราภาวนาเพื่อให้เกิดวิมุตินะ จะมีวิมุติได้ต้องมีปัญญาเห็นความจริง ล้างความเห็นผิดไป มันไปยึดถืออยู่เพราะมันเห็นผิด ที่เห็นผิดเพราะมันคุ้นเคยที่จะเห็นผิด เห็นร่างกายทีไรก็รู้สึกตัวเราทุกที ใจมันโกรธขึ้นมาก็ว่าเราโกรธ ใจมันโลภก็ว่าเราโลภ ความจริง จิตมันปรุงความโลภขึ้นมา จิตมันปรุงความโกรธขึ้นมา มันไม่ใช่เราโลภเราโกรธหรอก เนี่ยเราหัดภาวนานะ หัดดูของจริง ไม่ใช่มุ่งเอาสิ่งที่ปลีกย่อย…

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่  ๓๓
File: 521227
ระหว่างนาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๒๕ ถึงนาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๓๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์: ภาวนาแล้วเกิดความเบื่อ หดหู่ กังวล

ภาวนาแล้วเกิดความเบื่อ หดหู่ กังวล

อดทนดูจิตใจที่เบื่อ ที่หดหู่ ที่กังวลไป
โดยไม่ต้องไปสนใจว่าเบื่ออะไร หดหู่อะไร กังวลอะไร
พอเรามาหัดภาวนา เราก็จะเห็นโลกมันก็แค่นี้แหละครับ
จิตที่หลงโลกก็วนเวียนเสพสุขทางตา หู จมูก ลิ้น กายสัมผัส ไปเรื่อยๆ
วนเวียนซ้ำๆซากแบบนี้แหละครับ
ใครไม่หัดภาวนาก็เกิดมาวนเวียนหลงโลกหลงทุกข์กันต่อไป
ใครมาหัดภาวนา ชีวิตก็มีเป้าหมายไปสู่ความพ้นทุกข์
เกิดมาก็เพื่อฝึกฝนจิตใจให้พ้นทุกข์เท่านั้น

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Video: กิเลสแมเนจเม้นท์ โดยหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ตอนที่ ๖

กิเลสแมเนจเม้นท์ โดยหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ตอนที่ ๖

mp4 for download: THAI-1 THAI-2 USA UK

แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑
ณ. สถาบันวิมุตติยาลัย

หมายเหตุ มีทั้งสิ้น ๗ ตอน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ถ้าไม่มีสติไม่มีปัญญา จิตไม่เป็นอุเบกขา

ถ้าไม่มีสติไม่มีปัญญา จิตไม่เป็นอุเบกขา

mp3 for download: ถ้าไม่มีสติไม่มีปัญญา จิตไม่เป็นอุเบกขา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: นี่ คนนี้ถาม บอกว่า ไปเลี้ยงไปช่วยเหลือรักษาสุนัขจรจัด เป็นมะเร็งในช่องปาก เวลาเห็นสุนัขมันจาม เห็นเลือดมันไหล จิตจะเศร้ามาก สงสาร

สงสารกับเศร้าไม่เหมือนกันนะ สงสารเป็นกุศล เศร้าเป็นอกุศล อกุศล ตัวนี้ สงสารจริงๆก็คือกรุณา เห็นเขาเป็นทุกข์อยากให้เขาพ้นทุกข์ ทีนี้ความอยากให้เขาพ้นทุกข์มันไม่ประกอบด้วยปัญญา ไม่เป็นอุเบกขา พอไม่มีปัญญาก็ไม่เกิดอุเบกขา ไม่รู้หรอกสัตว์ทั้งหลายเป็นไปตามกรรมของตนเอง ใจเราก็เลยยอมรับไม่ได้ เห็นสุนัขมันน่าสงสาร เกิดกรุณา ขาดอุเบกขากำกับมันก็พลิกเป็นโทสะ เศร้าเป็นโทสะนะ เศร้าเป็นอกุศล

เพราะฉะนั้นเลี้ยงสัตว์ เมตตา กรุณา ได้ แต่ก็ต้องมีอุเบกขานะ ถ้าไม่มีอุเบกขากำกับ ถ้าไม่พิจารณาลงไปว่าสัตว์ทั้งหลายมันก็มีกรรมเป็นของมันเอง ตัวกรุณามันจะพลิกเป็นโทสะ

อย่างตัวเมตตาก็เหมือนกันนะ เมตตา เราเห็นคนนี้น่าสงสาร เห็นคนนี้แล้วเรารู้สึกชอบอะไรอย่างนี้ เมตตา เมตตาคือความรู้สึกเป็นมิตร เมตตากับคำว่ามิตรคำเดียวกันนะ มิตร คำว่าไมตรี คำว่าเมตตา คำว่ามิตร คำว่าเมตตรัยชื่อของพระศรีอาริย์ เมตตรัย คำเดียวกัน คือไมตรีคือความรู้สึกเป็นมิตร

เวลาที่เรารู้สึกเป็นมิตรกับใคร รู้สึกดีๆกับใครเนี่ย ราคะมันจะแทรก ราคะมันจะแทรก เพราะฉะนั้นต้องมีสตินะ ถ้าไม่มีสติไม่มีปัญญา จิตไม่เป็นอุเบกขา ไม่เมตตาเฉยๆ จะกลายเป็นราคะ ทีแรกก็เมตตาเขาดีๆ เสร็จแล้วก็อยากรู้สึกว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาขึ้นมา

จิตนี้พร้อมที่จะพลิกเป็นอกุศลตลอดเวลา มีเมตตาก็พร้อมจะเป็นราคะ มีกรุณาก็พร้อมจะเป็นโทสะ มีมุฑิตาเห็นคนอื่นเขาดีแล้วก็ดีใจกับเขานะ แต่มันชักจะดีหลายทีแล้ว ชักจะอิจฉาแล้ว มันดีเกินไป ไม่เห็นมันทำอะไรเลยทำไมมันดีอย่างนี้ มันเกินไป โลกนี้ไม่ยุติธรรม น่ะไปโน่นแล้ว เห็นมั้ย ไม่อุเบกขา อุเบกขาคือ ไปเห็นสมบัติของเขา เขาได้สมบัติ เช่น ทรัพย์สมบัติ หรือชื่อเสียงเกียรติยศ อะไรอย่างนี้ เขาทำของเขามา นะ เขาทำของเขามา เนี่ยสมควรแก่เหตุเป็นไปตามกรรม ถ้าไม่เห็นตรงนี้ไม่มีอุเบกขา แล้วไปอิจฉาเขา อุเบกขานะ ก็ไม่มีปัญญา ไม่มีสติ กลายเป็นแห้งแล้งแข็งกระด้าง แล้วบอกว่าอุเบกขา

เห็นคนจะตาย ฉันอุเบกขา คนตกน้ำป๋อมแป๋ม ป๋อมแป๋ม ฉันอุเบกขา เนี่ยเข้าใจผิดแล้ว นะ อุเบกขาหมายถึงว่า ต้องทำเมตตา กรุณา มุฑิตา ให้เต็มที่นะ แต่ทำด้วยอุเบกขา ไม่ใช่ว่า อุเบกขาคือไม่ทำอะไร เพราะฉะนั้นพวกเราที่ฝึกสติเนี่ย จำเป็น ดีมาก มีประโยชน์ แค่เลี้ยงหมาก็ตกนรกได้แล้ว หรือไปเกิดเป็นหมาได้ นะ ต้องระวังมากนะ พวกเลี้ยงหมา เลี้ยงแมว แล้วก็รักมันมาก ผูกพันธ์มาก ถ้าตายไปในขณะที่จิตเป็นห่วงมัน โอ๊ย..เราตายแล้วใครจะเลี้ยงมันนะ เรานี่แหละจะมาเป็นเปรตอยู่กับหมา นะ หรือว่ารักใคร่พอใจ นะ โอ๊ย..เอาหมาไปอุ้ม กอดอยู่ทุกวันนะ จิตใจผูกพันธ์กับหมา ตายไปก็เป็นหมาได้นะ มันแล้วแต่ว่า จิตขณะนั้นมันเป็นอกุศลหรือเปล่า เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีสติ สติจำเป็นในที่ทุกสถานในกาลทุกเมื่อ เห็นมั้ย ใครถามเรื่องอะไรตอบได้หมด ลงด้วยเรื่องสติได้แล้ว นะ ถ้าลงได้อย่างนี้ก็เรียกว่าจบได้ ถ้าลงสติไม่ได้นะ จบไม่ลง นักปฏิบัตินะ.. มีแต่สตินี้แหละ ดีที่สุด

เพราะฉะนั้นต้องดูนะ ดูใจของเราไป ใจที่เศร้าหมอง สงสารหมา เมตตา กรุณา ได้นะ แต่อย่าให้เศร้าหมอง


แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี
CD สวนสันติธรรม แผ่น ๒๕
ลำดับที่ ๘
File: 510427B.mp3
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๑
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๐ ถึง นาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๑๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์: เทคนิคการหัดรู้สภาวะ และการสักแต่ว่ารู้

เทคนิคการหัดรู้สภาวะ และการสักแต่ว่ารู้

สภาวะไหนที่ยังรู้ได้ยาก ก็ค่อยๆหัดรู้ไปครับ
แต่อย่าตั้งเป้าว่า ต้องรู้ได้ทัน ต้องไม่หลง ต้องไม่ปรุงแต่งเพิ่ม
เพราะเราต้องหัดรู้แบบ
“ให้มีสภาวะเกิดไปก่อนแล้วจึงหัดรู้สภาวะที่กำลังปรากฏอยู่”
ตรงนี้แหละครับที่ว่าเป็นการหัดรู้จักสภาวะ หัดให้จิตจำสภาวะได้
เมื่อรู้จักเมื่อจำสภาวะได้ ต่อไปเมื่อเกิดสภาวะ ก็จะเกิดสติได้อัตโนมัติ
(ตรงนี้เป็นขั้นต้นของการหัดรู้สภาวะ)

ส่วน “สักว่ารู้” หรือสักแต่รู้นั้น
ต้องภาวนาต่อจากการเห็นสภาวะจนจิตเป็นกลาง
ไม่แก้ไข ไม่แทรกแซง ไม่ทำอะไรต่อสภาวะที่กำลังปรากฏอยู่
แล้วจะเห็นไตรลักษณ์ได้ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Download Now! Video แสดงธรรมที่ ร.พ.นครปฐม เมื่อวันวันจันทร์ ที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๑

Download Now

Download Now

Download Now!
Video แสดงธรรมที่ ร.พ.นครปฐม เมื่อวันวันจันทร์ ที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๑
Click here THAI-1 THAI-2 USA UK

หรือไปที่หน้า Download เพื่อดาวน์โหลดไฟล์อื่นๆครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Video: กิเลสแมเนจเม้นท์ โดยหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ตอนที่ ๕

กิเลสแมเนจเม้นท์ โดยหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ตอนที่ ๕

mp4 for download: THAI-1 THAI-2 USA UK

แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑
ณ. สถาบันวิมุตติยาลัย

หมายเหตุ มีทั้งสิ้น ๗ ตอน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

วิธีฝึกซ้อมก่อนเจ็บป่วย ก่อนตาย

วิธีฝึกซ้อมก่อนเจ็บป่วย ก่อนตาย

วิธีฝึกซ้อมก่อนเจ็บป่วย ก่อนตาย

mp3 for download : วิธีฝึกซ้อมก่อนเจ็บป่วย ก่อนตาย

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : เวลาที่เราเจ็บป่วยมากๆนะ บางทีเจ็บป่วยมากๆนะ ร่างกายมันซึมเซาไป หรือเราถูกหมอโด๊ปยามากนะ มันซึมๆไปอะไรอย่างนี้ เราจะภาวนาอย่างไร มันไม่รู้ มันไม่ตื่น มันไม่เบิกบานเต็มที่ เราไม่ได้ไปภาวนาให้มันสว่างขึ้นมา มันซึมรู้ว่าซึมนะ รู้ด้วยความเป็นกลาง จิตที่เป็นกลางน่ะไม่ซึมหรอก จิตที่เป็นกลางไม่มืดไม่มัวนะ

ถ้าเวลาเราจะตายแล้ว ร่างกายมันซึมเซาไปนะ เราก็ดูมันตายไป ใจเราไม่ได้เดือดร้อนกับมัน ค่อยๆฝึก วิธีฝึกซ้อมตอนตายก็คือซ้อมหลังกินข้าวนี่แหละนะ เวลากินข้าวแล้วมันซึม ใช่มั้ย ในความซึมเนี่ยเราจะภาวนายังไง ไม่ใช่เราจะภาวนาได้เฉพาะตอนที่ดีนะ ตอนที่ร่างกายเราแย่ลงเราก็ต้องซ้อมนะ ลองซ้อมดู

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๒
Track ๑๗
File: 521127B.mp3

ระหว่างนาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๑๐ ถึงนาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๐๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์: จำเป็นไหมที่ต้องรู้บ่อยๆ?

จำเป็นไหมที่ต้องรู้บ่อยๆ?

ต้องรู้บ่อยๆได้เอง โดยไม่เพ่งไม่บังคับนะครับ
ตอนนี้ถ้ายังรู้ได้ไม่บ่อยก็ให้ฝึกต่อไปอีกจนกว่าจะรู้ได้บ่อยๆเอง
ยกเว้นเวลาทำงานที่ต้องใช้ความคิด หรือใช้ความระวังมากๆ ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

สติคือความระลึกได้ ไม่ใช่เจตนาระลึก

สติคือความระลึกได้ ไม่ใช่เจตนาระลึก

mp3 for download : สติคือความระลึกได้ ไม่ใช่เจตนาระลึก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : สติเป็นความระลึกได้ ไม่ได้เจตนาระลึก นะ ถ้าเจตนาระลึกอยู่ล่ะก็ ไม่เจอของจริงหรอก ไปเพ่งเอา ปัญญาจะไม่เกิด เพราะฉะนั้น ยกตัวอย่าง เจตนาระลึกรู้กาย เจตนาระลึกรู้ใจ อะไรอย่างนี้ มันไม่ใช่เจตนาธรรมดา มันเป็นโลภเจตนา มันเจือด้วยความอยากด้วย เช่นอยากปฏิบัติแล้วมาคอยรู้กาย อยากปฎิบัติแล้วมาคอยรู้ใจ เนี่ยความอยากมันนำหน้า ถ้ามีความอยากนำหน้าอยู่ เจตนาตัวนั้นไม่บริสุทธิ์แล้ว เรียกโลภเจตนา นะ

โลภเจตนาเป็นความจงใจทางใจที่จะทำสิ่งบางสิ่ง ภาษาปริยัติมีทรัพย์อีกคำหนึ่งชื่อ มโนสัญญเจตนา เป็นมโนสัญญา มโนสัญญเจตนา หมายรู้ทางใจ มันจะจงใจไปหมายรู้ทางใจ เบื้องหลังมันจริงๆส่วนใหญ่ก็โลภะนั้นแหละ มันก็เลยจงใจไปหมายรู้ พอจงใจไปหมายรู้นะ โลภะแทรก สติแท้ๆมันไม่เกิดหรอก เนี่ยเราต้องค่อยๆพัฒนาจนสติอัตโนมัติเกิดขึ้นมา นะ ถ้าสติอัตโนมัติเกิดขึ้นมาเนี่ย ไม่ได้จงใจจะรู้ แต่มันรู้ของมันเอง แต่อยู่ดีๆจะให้มันรู้ของมันเองน่ะรู้ไม่ได้ ต้องฝึก ต้องทำเหตุ เหตุใกล้ที่ทำให้สติเกิด คือการที่จิตจำสภาวะได้แม่น เพราะฉะนั้นให้หัดรู้สภาวะบ่อยๆ

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
CD แผ่นที่  ๓๓
ลำดับที่ ๑๒
File: 521227
ระหว่างนาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๑๒ ถึงนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๔๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Video: กิเลสแมเนจเม้นท์ โดยหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ตอนที่ ๔

กิเลสแมเนจเม้นท์ โดยหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ตอนที่ ๔

mp4 for download: THAI-1 THAI-2 USA UK

แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑
ณ. สถาบันวิมุตติยาลัย

หมายเหตุ มีทั้งสิ้น ๗ ตอน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์: เมื่อเกิดจิตอกุศลบ่อย

เมื่อเกิดจิตอกุศลบ่อย

ก็เป็นอย่างที่ เห็นนั่นแหละครับ
ไม่ใช่ว่าภาวนาแล้วจะเจอแต่กุศล
คนเราส่วนมากมักจะมีแต่อกุศลเกิดถี่ยิบ
นานๆก็จะมีกุศลเกิดมาให้เห็นสักแวบสองแวบ
(อันนี้แล้วแต่วิบากจะให้ผล)
เพราะฉะนั้น ต้องยอมรับสภาวพตามที่เป็นจริง
แล้วก็ค่อยๆหัดมีสติ รู้สึกตัวขึ้นมาบ่อยๆ กุศลที่เป็นสติก็จะเกิดบ่อยขึ้น
เห็นกายเห็นใจทำงานของมันไปเองตามเหตุปัจจัย
พอเห็นแบบนี้ (อย่างที่เล่ามา) ก็ค่อยหัดดูไปว่ามันหาตัวตนอะไรที่แท้จริงไม่ได้
มีแต่สภาวะที่เกิดแล้วดับไป อกุศลก็ไม่เที่ยงเกิดแล้วดับ
กุศลก็ไม่เที่ยงเกิดแล้วดับ ต่อไปก็จะเกิดปัญญาขึ้นมาได้ครับ

พระพุทธเจ้าไม่เคยบอกให้ทำทานมากๆ บริจาคมากๆ
มีเมตตามากๆ แล้วจะพ้นทุกข์นะครับ
แต่พระพุทธเจ้าบอก ให้มีศีล ให้มีสมาธิ(จิตตั้งมั่น) ให้มีปัญญา จึงจะพ้นทุกข์ได้
ดังนั้นเรื่องการทำทาน บริจาค มีเมตตา ก็ให้ทำไปตามโอกาสก็พอแล้วครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นอันเดียวกัน

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นอันเดียวกัน

mp 3 (for download) : พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นอันเดียวกัน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: พวกเราแต่ละคนมีงานนะ งานของเราที่แท้จริงก็คือ ทำอย่างไรเราจะพ้นจากทุกข์ในสังสารวัฏฏ์นี้ให้ได้ นี่คืองานทีแท้จริงของแต่ละคน แต่ละคน แต่เราไม่รู้หรอก ว่าเราจะต้องทำงานอันนี้

ดังนั้น เมื่อบรรลุเป็นพระอรหันต์ จิตพ้นจากอาสวะนะ ชาติสิ้นจบแล้วนะ พรหมจรรย์จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ เพื่อความหลุดพ้น ไม่มีอีกแล้ว ทำครั้งเดียว ไม่ต้องทำอีกแล้ว พระไตรปิฎกก็จะบอกว่า ท่านผู้นี้ก็เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งในโลก

คำว่าพระอรหันต์ พระอรหันต์นี้ ไม่ใช่กายเนื้อที่เรามองเห็น ในความเป็นจริงนี่พระอรหันต์คือภาคี คืออันหนึ่งอันเดียวที่สมบูรณ์ กับพระรัตนตรัย กับธรรมะ ส่วนพระอรหันต์ที่เห็นเป็นองค์ๆ เช่นพระโมคคัลลา สารีบุตร อะไรอย่างนี้ อันนี้เราเห็นแต่รูปกาย ความเป็นพระอรหันต์ของท่าน กับความเป็นพุทธะ กับธรรมะนั้น เป็นอันเดียวกัน นี่ใจเราจะเห็นถึงขนาดนั้น

เราจะรู้ว่าพระอรหันต์นี้ หรือกระทั่งพระพุทธเจ้า ที่เราเห็นเป็นองค์ๆนี้ เป็นการปรากฎ เป็นการแสดงตัวออกมาของธรรมะเท่านั้นเอง เป็นทางผ่านของธรรมะเพื่อมาสู่โลกของสมมุติบัญญัติ อาศัยสมมุติบัญญัติเพื่อจะถ่ายทอดสิ่งซึ่งเหนือสมมุติบัญญัติ ทำไมต้องอาศัยสมมุติบัญญัติ เพราะว่าถ่ายทอดไปกับคนที่ยังหลงอยู่ในสมมุติบัญญัติ

ธรรมะเป็นของลึกซึ้งนะ ลึกสุดๆเลย ถ้าเข้าถึงแล้วก็จะอัศจรรย์ในปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เอาไปตัดหัวแล้วให้บอกว่า พระพุทธเจ้าพูดไม่จริงก็ไม่ยอมนะ ไม่เชื่อ เชื่อแน่นแฟ้นว่าท่านพูดจริงๆ ใครจะเชื่อนะ ใครจะนึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นอันเดียวกัน ใครจะนึกถึงว่า รูปกายของพระแต่ละองค์ แต่ละองค์ ตั้งแต่พระพุทธเจ้าลงมานะ จนถึงพระโกณฑัญญะ พระอะไรต่ออะไรนี้ เป็นแค่ทางปรากฎขึ้นมาของธรรมะ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ปรากฎขึ้นชั่วคราวแล้วสลายไป แต่ธรรมะแท้ๆไม่ได้สลายไปด้วย


แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๔
ลำดับที่ ๑๒
File: 510324A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๑๘ ถึง นาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๔๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Video: กิเลสแมเนจเม้นท์ โดยหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ตอนที่ ๓

กิเลสแมเนจเม้นท์ โดยหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ตอนที่ ๓

mp4 for download: THAI-1 THAI-2 USA UK

แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑
ณ. สถาบันวิมุตติยาลัย

หมายเหตุ มีทั้งสิ้น ๗ ตอน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Page 1 of 41234