Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

กระทู้เก่ามาเล่าใหม่: การภาวนาในเวลาทำงาน โดย คุณสันตินันท์

การภาวนาในเวลาทำงาน

การภาวนาในเวลาทำงาน

ช่วงที่ผมหัดใหม่ๆ นั้น ต้องทำงานในหน่วยงานที่เครียดมาก
ผมใช้วิธีฉกฉวยโอกาสปฏิบัติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้…

คุณสันตินันท์ เขียนไว้เมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๔๓ ๑๖:๓๓:๑๗

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ CoffeeBreak

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

กระทู้เก่ามาเล่าใหม่: ปัญหาใหญ่ของนักปฏิบัติ โดย คุณสันตินันท์

คาด - หวัง

คาด - หวัง

นักปฏิบัติผู้หวังมรรคผลนิพพานนั้น มีโรคประจำตัวอยู่อย่างหนึ่ง
คือเมื่อปฏิบัติอย่างเต็มที่ สามารถทำความรู้ตัว รู้กายรู้ใจชัดเจนดีแล้ว
ก็อยากจะให้ภาวะจิตที่ทรงธรรมอันดีนี้คงอยู่นานๆ
ครั้นต่อมาไม่นาน จิตที่เคยรู้ชัดก็เริ่มเสื่อมโทรมลง
สติไม่ไว ความสงสัย หรือความเบื่อหน่ายเข้ามาแทรก
เช่นรู้สึกว่า เอ มันยังไงกันนะ เคยปฏิบัติดีคิดว่าเข้าใจแล้ว
แต่อยู่มาเดี๋ยวนี้ ทำไมเหมือนคนปฏิบัติไม่เป็นเสียแล้ว
ไม่ทราบว่าจะดูอะไร จะกำหนดอะไร จะวางจิตใจอย่างไร….

คุณสันตินันท์ เขียนไว้เมื่อ วันอังคารที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๔๓ ๑๐:๕๐:๒๘

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ CoffeeBreak

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ปฎิบัติหรือไม่ปฎิบัติ ดูว่ามีสติหรือขาดสติ

มีสติ หรือขาดสติ

มีสติ หรือขาดสติ

mp3 (for download): ปฎิบัติหรือไม่ปฎิบัติ ดูว่ามีสติหรือขาดสติ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ :

คือ “การปฏิบัติ” ไม่ใช่แปลว่า เราต้องไปนั่งลูกเดียว เดินลูกเดียว นะ  ทีนี้บางคนไม่ได้นั่งไม่ได้เดิน บอกว่าไม่ได้ปฏิบัติ  ตอบอย่างนั้นไม่ใช่  อยู่ที่ว่าสติของเราเกิดไหม

ถ้าเราไม่ได้นั่งสมาธิ ไม่ได้เดินจงกรม แ่ต่สติเกิดเร็ว  อย่างเช่น กิเลสไหลมาแว๊บ เรามองเห็นละ อย่างนี้ก็ถือว่าเราปฏิบัติอยู่

อย่างเรานั่งสมาธิแล้วเราก็เคลิ้มอยู่เรื่อยๆนะ  อย่างนั้นไม่เรียกว่าปฏิบัติอยู่ เรียกว่าหลงอยู่

หรือเดินจงกรมแล้วก็เคร่งเครียดอยู่ ก็ไม่เรียกว่าปฏิบัติอยู่ เรียกว่ากำลังทรมานอยู่

ฉะนั้นคำว่า “ปฏิบัติ” หรือ “ไม่ปฏิบัติ”  ไม่ได้อยู่ที่อาการหรอก มันอยู่ที่สภาวะของจิตใจเรา  “มีสติ” หรือ “ไม่มีสติ”

หลวงปู่มั่นถึงสอนบอก “มีสติคือมีความเพียร  ขาดสติคือขาดความเพียร” ฉะนั้นสติสำคัญมาก


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรมที่สวนโพธิญาณ ต.หนองตากยา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

CD สวนสันติธรรมแผ่นที่ ๑๐
ลำดับที่ ๘
File 481022B
ระหว่างนาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๑๑ ถึงนาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๐๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

กระทู้เก่ามาเล่าใหม่: การเดินจงกรม โดย คุณสันตินันท์

รู้สึกตัว

รู้สึกตัว

ในหลักการแล้ว การเดินจงกรมที่ถูกต้องคือการเดินอย่างมีสติสัมปชัญญะ
เช่นเดียวกับการนั่งที่ถูกต้อง คือการนั่งอย่างมีสติสัมปชัญญะ

ถ้ามีสติสัมปชัญญะ จะปฏิบัติธรรมในอิริยาบถใดก็ถูกต้องทั้งสิ้น
ถ้าขาดสติสัมปชัญญะ ต่อให้เดินจงกรมจนเท้าแตก
ก็ยังไม่ใช่การปฏิบัติธรรมแท้จริงในทางพระพุทธศาสนา …

คุณสันตินันท์ เขียนไว้เมื่อ วันศุกร์ที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๓ ๑๑:๒๖:๒๐

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ CoffeeBreak

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

รักษาศีลแล้วมีความสุข ไม่ใช่ถือศีลแล้วลำบาก

รักษาศีลแล้วมีความสุข

รักษาศีลแล้วมีความสุข

mp 3 : (for download) : ถือศีลแล้วมีความสุข ไม่ใช่ถือศีลแล้วลำบาก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ :

อย่างคนที่ไม่มีศีลเขาก็ไม่มีความสุขอย่างจริงจัง คนทีศีลมีความสุขมากกว่า แต่คนทั่วๆไปที่ไม่มีปัญญาเนี่ย ก็จะเข้าใจว่า รักษาศีลทำให้มีความทุกข์ ความจริงรักษาศีลนั้นรักษาเพื่อให้มีความสุข ไม่ใช่ให้มีความทุกข์

อย่างเราจะฆ่าคนกับเราไม่ฆ่าเนี่ย เห็นมั้ยฆ่าคนมีความทุกข์นะ ต้องวางแผน วางแผนจะไปฆ่าเขา จะฆ่าได้ไม่ได้หรือจะถูกเขาฆ่ายังไม่แน่ มีคนรู้จักกันคนหนึ่งนะ แกเป็นอาเสี่ย ตอนนั้นหลวงพ่ออยู่ที่เมืองกาญจน์ ชื่อเสี่ย… อย่าไปเอ่ยชื่อเลยเดี๋ยวแกได้ยิน เสี่ยเนี่ยแกเครียด เมียแกเนี่ยเข้ามายึดครองกิจการไว้ เพราะแกเอาแต่กินเหล้า กินเหล้า เมา แล้วก็ทำธุรกิจแบบสะเปะสะปะไปเรื่อย เมียมายึดครองกิจการไว้ วันหนึ่งก็แค้นเมียมากเลย เมาเหล้านะ ตะโกนลั่นบ้านเลย “กูจะฆ่ามึง”นะ พอตะโกนไปซะลั่นเลยนะ เสร็จแล้วตกใจอุทานต่อ “เอ๊ะ หรือมันจะฆ่ากู” คิดจะฆ่านะก็กลัวเขาฆ่าเอาเหมือนกัน พอไปฆ่าแล้วก็ต้องหนีตำรวจนะ เจอตำรวจก็สะดุ้งนะ เจอเมียตำรวจอย่างคุณมาลีก็สะดุ้งเหมือนกัน ต้องปกปิด ต้องซ่อนเร้น ต้องหลบซ่อนนะ คนถือศีลสบายกว่าไม่ต้องฆ่าใคร ไม่ทำร้ายใคร ไม่ลำบาก คนโกหก?คนโกหกก็ลำบาก โกหกแล้วต้องจำ คนไหนความจำเสื่อมอย่าไปริอาจโกหก เขาจะจับได้อย่างรวดเร็ว เช้า สาย บ่าย เย็น พูดกับคยเดิมยังพูดไม่เหมือนเดิมอีก อย่างนี้ใช้ไม่ได้ อย่างคนพูดความจริงไม่ต้องจำมาก ไม่ต้องจำ เพราะความจริงมันก็อยู่อย่างนั้นแหละ คนประพฤติผิดในกามนะ ต้องหลบซ่อน ต้องหลีกเร้น ใจคอไม่สบาย แต่คนซึ่งไม่ประพฤติผิดในกาม คนไม่ประพฤติผิดในกามสบายกว่า คนจะกินเหล้า กินยา ติดยาเสพติด เนี่ยไม่สบาย ต้องหาเงินหาทอง ไปซื้อมากิน บางอย่างก็มีโทษมาก

เนี่ย ลองดูให้ดี การถือศีลนี่มันดี หรืออย่างลักขโมยเขา?คนไม่ขโมยน่ะสบาย ไปลักเขาไปขโมยเขา ไม่สบายหรอก กังวล จะวางแผนอย่างไร จะไปแย่งเขามา ได้เขามาแล้วทำอย่างไรเจ้าชองเขาจะไม่รู้ จะไม่โดนตามจับ ไม่โดนเล่นงาน เนี่ย คนที่มีศีลนะ ก็มีความสุขอย่างคนมีศีล สบาย ถือศีลแล้วจิตใจสบายมีความสุข เพราะฉะนั้นถ้าเป็นมิจฉาทิฏฐิก็ว่าถือศีลแล้วลำบาก ถ้าเป็นสัมมาทิฏฐิถือศีลแล้วสบายมีความสุข

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรมที่ศาลากาญจนาภิเษก (ศาลาลุงชิน)
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๐
ในการแสดงธรรมครั้งที่ ๑๖ ณ.ศาลาลุงชิน

CD ศาลาลุงชินครั้งที่ ๑๖ วันอาทิตย์ที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๐
File: 501216
ระหว่างนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๒๒ ถึงนาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๑๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

กระทู้เก่ามาเล่าใหม่: รู้ อย่างเดียว จะเกิดปัญญาได้อย่างไร โดยคุณ สันตินันท์

รู้อย่างเดียว จะเกิดปัญญาได้อย่างไร

รู้อย่างเดียว จะเกิดปัญญาได้อย่างไร

เพื่อนบางท่านสงสัยว่า ที่ผมแนะนำให้ รู้ รู้ รู้ เพียงเท่านี้
จะทำให้เกิดปัญญาพ้นทุกข์ได้อย่างไร
และสงสัยว่า ถ้าไม่ รู้ รู้ รู้ จะไม่เกิดปัญญาพ้นทุกข์ทีเดียวหรือ

บางท่านแม้จะสงสัย ก็ยังพากเพียรปฏิบัติ พยายามหัด รู้…

หลวงพ่อปราโมทย์แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม 2543 10:26:53

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ CoffeeBreak

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องพร้อม

ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องพร้อม

ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องพร้อม

mp3 for download: ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องพร้อม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: พอจิตตั้งมั่นแล้ว ก็มาถึงขั้นของการเดินปัญญา ปัญญาทำหน้าที่ล้างกิเลสละเอียด กิเลสหยาบ คือ ‘ราคะ โทสะ โมหะ’ เนี่ยมันล้นออกมาทางกายทางวาจาได้ มันมาควบคุมพฤติกรรมทางกายทางวาจาได้ สู้ด้วยศีล ไม่ทำผิดทางกายทางวาจา ตั้งใจไว้เลยทุกวัน ตั้งใจจะไม่ผิดศีล ๕

กิเลสอย่างกลางคือ ‘นิวรณ์’ มันทำให้จิตฟุ้งซ่าน เราก็ให้จิตมาแน่วแน่ ตั้งมั่นอยู่ เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานอยู่ โดยการมีวิหารธรรมมาเป็นเครื่องสังเกตว่าจิตหนีไปแล้ว จิตจะตั้งขึ้นมา จิตก็ไม่ฟุ้งไป นี่สู้กับกิเลสชั้นกลางได้ คือนิวรณ์ได้

กิเลสอย่างละเอียดคืออะไร กิเลสอย่างละเอียดคือ ‘มิจฉาทิฎฐิ’ จำไว้นะ เพราะฉะนั้นกิเลสละเอียดที่สุดคือตัวมิจฉาทิฎฐิ บางคนสอนเสียอีกนะ จิตดีอยู่แล้ว สัมมาทิฎฐิก็ไม่จำเป็น จิตแค่ปภัสสรเท่านั้น จิตโง่ ราคะ โทสะ โมหะ เพียบเลย นิวรณ์ก็ยังซ่อนอยู่ มองไม่เห็นหรอก มิจฉาทิฎฐิก็ยังมีอยู่ บอกไม่ต้องล้าง ไม่ล้างได้ไง พระพุทธเจ้าสอนให้ล้าง ล้างมิจฉาทิฎฐิด้วยปัญญา ปัญญาเท่านั้นแหละที่จะล้างมิจฉาทิฎฐิได้

เพราะฉะนั้นศีลเนี่ยนะ ล้าง ราคะ โทสะ ที่เป็นกิเลสชั่วหยาบ สมาธิคือความตั้งมั่นของจิต ซึ่งเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน จะล้างกิเลสชั้นกลางคือนิวรณ์ คือความฟุ้งต่างๆ ฟุ้งนานาชนิด ไม่ฟุ้ง กิเลสชั้นละเอียดคือมิจฉาทิฎฐิ ล้างด้วยปัญญา เป็นหน้าที่ของปัญญา ปัญญาเนี่ยเหมือนมีดโกนนะ เหมือนมีดผ่าตัดน่ะ ตัวศีลเหมือนขวาน เหมือนพร้า เหมือนเลื่อย เหมือนสิ่วอะไรนี่ ของหยาบๆ ตัวนิวรณ์สู้ด้วยสมาธินะ เหมือนตะไบ เหมือนอะไร กระดาษทราย เหมือนอะไร อันนี้ก็ละเอียดขึ้นมา ตัวปัญญานะ คมกริบเลย เหมือนมีดผ่าตัดนะ จะเอามีดผ่าตัดไปตัดต้นไม้ได้มั้ย ตัดได้แต่ต้นไม้ไม่ตาย ไม่ขาด เอามีดผ่าตัดไปตัดกิเลสหยาบๆ ตัดไม่ขาดหรอก กิเลสมันตัดเอาปัญญาขาดไปเลย

เพราะฉะนั้นอย่านึกนะว่า มีสติ มีปัญญา อย่างเดียว แล้วสู้กิเลสได้ทุกชนิด ต้องพร้อม ท่านถึงบอกว่า ความดีต้องพร้อม ใช่มั้ย สพฺพปาปสฺส อกรณํ ไม่ทำบาปทั้งปวง กุสลสฺสูปสมฺปทา ทำกุศลให้ถึงพร้อม ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องพร้อม ไม่ใช่มีอันเดียว

เพราะฉะนั้น ถ้ามีศีลอย่างเดียวนะ รักษาศีลอย่างเดียวไม่มีสมาธิได้มั้ย ได้ มีสมาธิอย่างเดียวไม่มีศีล ไม่ได้แล้ว นะ ไม่ได้แล้ว มีปัญญาอย่างเดียวไม่มีศีลไม่มีสมาธินี่ไม่ได้เลยนะ ไม่ได้เลย เหมือนสร้างบ้านกลางอากาศ ไม่มีเสาเข็ม ไม่มีตอม่อ ไม่มีคาน ไม่มีอะไรอย่างนี้ สร้างไว้กลางอากาศ

ปัญญานี้จะเป็นตัวล้างความเห็นผิด เพราะฉะนั้นความเห็นผิดนี้แหละเป็นกิเลสชั่วหยาบ ชั่วร้ายสุดๆเลย ความเห็นผิดก็คือตัวอวิชานั่นเอง ซ่อนเนียนๆอยู่ในใจ ถ้าใครเชื่อว่าจิตนี้ดีอยู่แล้ว เพราะปภัสสรอยู่แล้วนะ แสดงว่าบริสุทธิ์อยู่แล้ว ไม่ต้องทำอะไรเลย ศีล สมาธิ ปัญญา ไม่ต้องใช้ สัมมาทิฎฐิไม่ต้องมี พวกนี้จะนอนจมกิเลสโดยไม่รู้เรื่องอยู่อย่างนั้น กี่ภพกี่ชาติก็จะจมอยู่กับกิเลสอยู่อย่างนั้นเลย

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๓ ก่อนฉันเช้า
ระหว่างนาทีที่ ๑๖ วินาทีที่ ๒๙ ถึงนาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๕๙
CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๕
ลำดับที่ ๒๑
File: 530730A.mp3
 
 

 

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ความจริงของกายคือไตรลักษณ์ ความจริงของจิตคือไตรลักษณ์

mp3 for download: ความจริงของกายคือไตรลักษณ์ ความจริงของจิตคือไตรลักษณ์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: ปัญญานี้จะเป็นตัวล้างความเห็นผิด เพราะฉะนั้นความเห็นผิดนี้แหละเป็นกิเลสชั่วหยาบ ชั่วร้ายสุดๆเลย ความเห็นผิดก็คือตัวอวิชานั่นเอง ซ่อนเนียนๆอยู่ในใจ

ถ้าใครเชื่อว่าจิตนี้ดีอยู่แล้ว ปภัสสรอยู่แล้วแสดงว่าบริสุทธิ์อยู่แล้ว ไม่ต้องทำอะไรเลย ศีล สมาธิ ปัญญา ไม่ต้องใช้ สัมมาทิฎฐิไม่ต้องมี พวกนี้จะนอนจมกิเลสโดยไม่รู้เรื่องอยู่อย่างนั้น กี่ภพกี่ชาติก็จะจมอยู่กับกิเลสอย่างนั้นเลย

เพราะฉะนั้นจิตไม่ได้ดีอยู่แล้วนะ จิตชั่วอยู่แล้ว ต้องกลับข้างเลยนะ จิตมีอวิชาครองโลกครองหัวใจอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจะต้องล้างอวิชาให้ได้ จะล้างอวิชาได้นะ ต้องล้างลูกน้องมันก่อน ต้องล้างกิเลสหยาบๆ กิเลสอย่างกลางเข้าไป สู้ของมันไป

กิเลสละเอียด ล้างได้ด้วยปัญญา วิธีใช้ปัญญานะ มีสติ รู้ทัน ปัญญานี้เป็นเครื่องซักฟอก เรียนรู้กาย เรียนรู้ใจ อวิชาเนี่ยเป็นความไม่รู้อริยสัจจ์ อริยสัจจ์ข้อที่ ๑ คือ ทุกข์ อวิชาทำให้เราไม่รู้ทุกข์ อะไรคือทุกข์ รูปธรรม นามธรรม นั้นแหละคือตัวทุกข์ นะ เรียกว่า รูปนาม เป็นตัวทุกข์

ทีนี้เราไม่รู้ ว่าตัวทุกข์ก็คือรูปธรรมนามธรรม คือสิ่งซึ่งเราเห็นว่าคือตัวเรานั่นเอง ถ้ารู้รูปรู้นามก็เรียกว่า รู้ทุกข์ เพราะฉะนั้นวิธีปฎิบัตินะ ให้รู้ทุกข์ คือ รู้รูป รู้นาม รู้กาย รู้ใจ ของตัวเองนี้แหละ รู้เข้าไป ซักฟอกเข้าไป ว่ากายนี้จริงๆเป็นอย่างไร เราต้องการรู้ความจริง เพราะฉะนั้นเราไม่ดัดแปลงความจริง ร่างกายเคลื่อนไหว ก็ดูมันเคลื่อนไหวไป ไม่ต้องดัดแปลงมัน ทำให้มันนิ่ง หรือว่าเคลื่อนไหวผิดธรรมชาติธรรมดา

เคยเดินท่าไหนก็เดินได้นะ ยกเว้นจะเดินในพิธีการ คนอื่นเขาเดินช้าๆ เราจะไปจ้ำๆตามควายอยู่คนเดียวมันก็ไม่ได้ เดี๋ยวไปเหยียบคนอื่นเขาเข้า เดินให้เหมือนๆเขา แต่ในธรรมชาติธรรมดาของเราน่ะ เดินจงกรมแต่ละคนนะ มีท่าที่ตัวเองถนัดก็เดินไปอย่างนั้น แต่ไม่ใช่เดินถนัดเอ้อระเหยนะ (สติ)หนีไปหมดเลย

เพราะฉะนั้นเราไม่ดัดแปลง เราไม่เริ่มต้นด้วยการดัดแปลง เราต้องการรู้ว่าจริงๆเป็นอย่างไร จริงๆเป็นอย่างไร กายนี้เป็นอย่างไร จิตนี้เป็นอย่างไร เราต้องการรู้ทุกข์ เราไม่ต้องการดัดแปลงทุกข์ เราไม่ต้องการละทุกข์นะ ไม่ใช่ละทุกข์นะ ยกตัวอย่างนั่งสมาธิปวด ทำอย่างไรจะหายปวด อันนั้นอยากละทุกข์แล้ว ทุกข์ให้รู้ ไม่ใช่ให้ละ หน้าที่ของเรา รู้ รู้รูป รู้นาม ตามที่เขาเป็น

อยากรู้ตามที่เขาเป็น ต้องไม่ไปดัดแปลงเขา เขาเป็นอย่างไร รู้ว่าเขาเป็นอย่างนั้นนะ ทำใจเป็นแค่คนดูนะ ทำใจเป็นแค่คนดู ใจที่เป็นคนดูได้นั้นแหละ คือใจที่มีสมาธิแล้ว เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นผู้รู้นะ ไม่ใช่ผู้คิด ผู้นึก ผู้ปรุง ผู้แต่ง เพราะฉะนั้นใจที่ไหลไปแล้วรู้ ไหลแล้วรู้ มันจะตั้งขึ้นมา พอใจมันตั้งขึ้นมา ก็เรียกว่าใจเรามีสมาธิแล้ว มาดูรูป ดูนาม มันทำงาน ดูด้วยใจที่ตั้งมั่น สบายๆ เป็นผู้รู้ผู้ดูนี่เอง

เห็นร่างกายมันเคลื่อนไหว เห็นจิตใจมันเคลื่อนไหว ใจเราเป็นแค่ผู้รู้ผู้ดู สบายๆ ในที่สุดจะเห็นความจริง ความจริงของกายคืออะไร ความจริงของกายคือไตรลักษณ์ ความจริงของจิตคืออะไร คือไตรลักษณ์ เพราะฉะนั้นความจริงของกายก็ไตรลักษณ์ ความจริงของจิตก็ไตรลักษณ์ อันเดียวกันนั้นเอง คือความเป็นไตรลักษณ์

เราดูเพื่อให้เห็นความเป็นไตรลักษณ์ของรูปนาม ของกายของใจ การเห็นความเป็นไตรลักษณ์ของกายของใจนี้แหละ ชื่อว่า เจริญปัญญา มีปัญญา ถ้าไปเห็นอย่างอื่นไม่เรียกว่าปัญญานะ ไปเห็นว่าร่างกายนี้คือตัวเรา ร่างกายนี้เที่ยงถาวร อย่างนี้ไม่เรียกว่าปัญญา ต้องเห็นเลย มันไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์นะ มันทนอยู่ไม่ได้ มันเคลื่อนไหว มันเปลี่ยนแปลง มันหมุนเวียนไปเรื่อย ไม่มีตัวเรา เนี่ยดูไปเรื่อยๆ

ดูจนกระทั่งเห็นความจริงเลย กายนี้ไม่ใช่เรา ใจนี้ไม่ใช่เรา เป็นแค่รูปธรรม เป็นแค่นามธรรม มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ บังคับไม่ได้ ตัวนี้สำคัญนะ จะเห็นอย่างนั้นจริงๆ เห็นเลยว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นน่ะ ไม่ใช่สิ่งที่อมตะ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีตัวเราถาวร ไม่มีสิ่งที่เป็นตัวเราถาวร ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีสิ่งใดถาวรเลย ไม่เฉพาะว่าสิ่งที่เป็นตัวเรานะ สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น สิ่งนั้นดับทั้งสิ้น ไม่มีสิ่งใดถาวร มีสิ่งถาวรอันเดียวคือนิพพาน ซึ่งเรายังไม่เห็น

ต้องเห็นรูปเห็นนามให้แจ้งนะ เห็นรูปเห็นนามให้แจ้ง พอเห็นรูปเห็นนามแจ้งแล้ว ตอนที่เกิดอริยมรรคนั้นน่ะ จิตจะสัมผัสกับพระนิพพาน ตอนที่ได้โสดาปัตติมรรคนั่นแหละ คือครั้งแรกในสังสารวัฏฏ์ ที่สัมผัสกับพระนิพพาน

พระนิพพานเป็นอย่างไร พระนิพพานไม่มีไม่เป็นอะไร เป็นสภาวะที่พ้นจากความมีความเป็น นิพพานมีอยู่มั้ย มีอยู่ มีลักษณะอย่างไร มีลักษณะสันติ สงบ สันติ ไม่ใช่ไม่มี ไม่ใช่นิพพานแห้งแล้ง โหวงๆเหวงๆ ไม่รู้เรื่องรู้ราว จิตที่สัมผัสนิพพานเป็นอย่างไร มีบรมสุข เพราะนิพพานเป็นบรมสุข เราไปสัมผัสบรมสุขนะ มันก็บรมสุขไปด้วยนะ เราไปสัมผัสไฟ ไฟมันร้อนใช่มั้ย มันก็บรมร้อนไปด้วยแหละ ใช่มั้ย สัมผัสน้ำแข็งมันก็บรมเย็นแหละ สัมผัสพระนิพพานบรมสุขนะ สุขจริงๆนะ สุขจนธาตุขันธ์มนุษย์แทบจะทนอยู่ไม่ได้เลย สัมผัสทีแรกแทบตายเลย

แต่ว่าตอนโสดาฯ สกทาคาฯ อนาคาฯ นี่ สัมผัสแป๊บเดียว ไม่ทันตายหรอกนะ ไม่ทันรู้สึกหรอก ต้องภาวนาให้มันสุดขีดนะ นึกถึงพระนิพพาน จิตมันทรงอยู่อย่างนั้นน่ะ ทรงกับพระนิพพาน โอ้โหมันมีความสุข เรื่องนี้ครูบาอาจารย์เล่าให้ฟังนะ หลวงพ่อแค่อวดข้อมูลที่ครูบาอาจารย์เล่าให้ฟัง

หลวงปู่สุวัจน์ (สุวัจน์ สุวโจ วัดป่าเขาน้อย ต. เสม็ด อ. เมือง จ. บุรีรัมย์) ท่านบอกนะ ท่านบอกว่า ตอนที่ท่านปล่อยวางจิตนะ ท่านมีความสุขอยู่ตั้งปีกว่าๆ สุขมหาศาล สุขเหมือนจะทนอยู่ไม่ไหวเลย สุขมหาศาล สุขแทบตาย สุขมาก ต่อๆไปใจก็ค่อยๆคุ้นเคยนะ ใจก็ค่อยๆเป็นอุเบกขา ก็มีความสุขบ้าง อุเบกขาบ้าง ไม่หวือหวาเหมือนทีแรก มีความสุขมาก

เนี่ยพวกเราอยากได้สัมผัสความสุขอันนี้นะ เราต้องพ้นทุกข์ให้ได้ ตัวทุกข์ก็คือ รูป นาม กาย ใจ ของเรานี่เอง เราจะพ้นทุกข์ได้ ใจจะปล่อยวางรูปนาม ปล่อยวางกายวางใจได้ ใจต้องมีปัญญาเห็นความจริงของรูปของนามนะว่า ไม่ใช่ของดีของวิเศษ..

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๓ ก่อนฉันเช้า
ระหว่างนาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๒๙ ถึงนาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๕

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๕
ลำดับที่ ๒๑
File: 530730A.mp3

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ “การภาวนาในชั้นละเอียด ต้องระวัง กิเลสจะดูเหมือนกุศล”

การภาวนาในชั้นละเอียด ต้องระวัง กิเลสจะดูเหมือนกุศล

การภาวนาในชั้นละเอียด ต้องระวัง กิเลสจะดูเหมือนกุศล

วิธีดูจิตที่ผิดเนี่ย สารพัดแบบเลยนะ อย่านึกนะว่าดูจิตแล้วจะไปมรรคผลนิพพานง่ายๆ
ส่วนใหญ่ไปติดอรูป ดูไม่เห็นหรอก ดูยากนะ พอติดอรูปแล้วพอใจ
โอ๊ย ใจเราไม่มีกิเลสเลยนะ ว่าง สว่าง เหมือนพระอาทิตย์พระจันทร์ทั้งวัน
สว่างพอใจ ไม่เห็นหรอกว่ามีความพอใจอยู่ เนี่ย ราคะมันครอบอยู่
ก็คิดว่าเราเป็นคนมักน้อย สันโดษ ไม่คลุกคลีนะ ฟังแล้วดีใช่ไหม
พระพุทธเจ้าสอนเนี่ย มักน้อย สันโดษ ไม่คลุกคลี ปรารภความเพียร
วันๆก็อยู่แต่ในห้อง สงบแน่วอยู่เลย พอใจ ไม่เห็น
เนี่ย กิเลสพอละเอียดนะเหมือนกุศลด้วยซ้ำไป นึกว่าเป็นกุศลนะ

หลวงพ่อปราโมทย์แสดงธรรมเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ CoffeeBreak

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์: มีครอบครัวดีไหม?

มีครอบครัวดีไหม?

เรื่องนี้ ผมมีความเห็นว่า
คงต้องแล้วแต่ว่าเราจะตั้งใจ หรือมุ่งมั่นที่จะพ้นทุกข์จริงจังแค่ไหน
หากเด็ดเดี่ยวที่จะพ้นทุกข์จริงๆ โดยเฉพาะในชาตินี้
ก็คงต้องไม่ผูกภาระอะไรทางโลกขึ้นมาครับ
โดยเฉพาะเรื่องคู่ครองเรื่องครอบครัว
(มันเป็นเรื่องที่ละได้ยากสำหรับคนส่วนมากจริงๆครับ) :D
เพราะถ้ามีครอบครัวแล้ว เราเองต้องมีภาระเพิ่มขึ้นมากมาย
ทำให้โอกาสที่จะภาวนาอย่างเต็มที่ลดน้อยลงไปครับ

แต่ถ้าตั้งใจว่าจะปฏิบัติขยันภาวนาไปตามกำลังตามโอกาส
จะพ้นทุกข์หรือไม่ก็ไม่ได้ถือเป็นสำคัญ
ก็อาจจะใช้ชีวิตมีครอบครัว มีหน้าที่การงานเหมือนคนทั่วไปได้ครับ
บางคนแม้จะมีครอบครัว แต่ก็สามารถภาวนาก้าวหน้าได้ดีก็มีเช่นกันครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

กระทู้เก่ามาเล่าใหม่: แนวทางปฏิบัติธรรมโดยสังเขป โดยคุณ สันตินันท์

ยารักษาโรค

ยารักษาโรค

เพื่อนร่วมทุกข์จำนวนมาก ไปศึกษาการปฏิบัติธรรมกับผม
และผมได้เห็นปัญหาที่ตามมาหลายอย่าง

เช่นบางท่านกลัวว่า พอไม่ได้อยู่ใกล้ผมแล้ว จะทำไม่ได้ หรือทำไม่ถูก
ถ้าเป็นคนกรุงเทพก็ยังอุ่นใจว่า จะพบผมได้อีกไม่ยากนัก
แต่คนต่างประเทศ หรือต่างจังหวัด จะกังวลกันมากหน่อย
จึงอยากได้คู่มือสำหรับการปฏิบัติ อย่างง่ายๆ แต่เป็นระบบ
เพื่อความอุ่นใจว่า จะใช้เป็นแนวทางปฏิบัติต่อไปได้เมื่อไม่พบผม

บางท่านฟังแล้วยังสับสน ไม่เข้าใจ
หรือไปจำธรรมที่ผมตอบคนอื่น เอาไปปฏิบัติบ้าง
ซึ่งเป็นคนละขั้นตอน หรือคนละจริต
ผลก็ไม่ต่างจากการเอายารักษาโรคของคนอื่นไปรับประทาน …

คุณ สันตินันท์ เขียนเมื่อ วันศุกร์ที่ 7 มกราคม 2543 15:41:32

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ CoffeeBreak

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ตัณหาต่างกับฉันทะอย่างไร

mp3 for download:ตัณหาต่างกับฉันทะอย่างไร

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ตัณหาต่างกับฉันทะอย่างไร

ตัณหาต่างกับฉันทะอย่างไร

หลวงพ่อปราโมทย์: ตัณหากับฉันทะต่างกันนะ  ฉันทะเนี่ยมีความสุขที่ได้ลงมือทำเหตุ ส่วนผลเป็นอย่างไรไม่ได้คำนึงถึง ส่วนตัณหาเนี่ยนะ ขี้เกียจทำเหตุ ฝืนใจทำเหตุเพราะว่าอยากได้ผล เพราะฉะนั้นจิตใจหาความสุขไม่ได้

ผู้ใดที่ภาวนาจนสติเกิดอัตโนมัติแล้วเนี่ยมันจะเกิดฉันทะขึ้นเอง มันจะขยันดูนะ เพราะมันมีความสุขที่ได้รู้ รู้อยู่ปัจจุบันก็มีความสุขแล้ว  ไม่ต้องไปตะกายหาความสุขทีไหนอีก พอมีฉันทะ วิริยะจะเกิดเองขยันดู จิตตะก็จะเกิดเอง คือจิตใจของเราจะจดจ่ออยู่กับการปฏิบัติ ไม่ยอมว่อบแว่บไปที่อื่นหรอก  แล้ววิมังสาคือใจจะเคล้าอยู่กับธรรมะทั้งวัน  คือ ใจเนี่ยเคล้าเคลียในการรู้กายรู้ใจเรื่อยๆ ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติ เพราะมีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา

ตัวฉันทะเนี่ย ถ้าเรามีสติ มีสติหลายๆทีนะ มันเริ่มเห็นประโยชน์สุข มีทั้งประโยชน์ มีทั้งความสุข ประโยชน์ก็คือได้เห็นความจริง มีความสุขในขณะที่รู้ความจริงนั้นด้วย แล้วมันจะขยันดู


แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๐ ก่อนฉันเช้า
CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๒
ลำดับที่ ๑๑
File: 501129A
ระหว่างนาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๓๕ ถึงนาทีที่ ๓๐ วินาทีที่ ๔๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

กระทู้เก่ามาเล่าใหม่: พระสัทธรรม กับจิตของปุถุชน โดยคุณ สันตินันท์

องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ สอนธรรมไว้ประการหนึ่งไว้ว่า
พระสัทธรรมเมื่อเข้าไปตั้งอยู่ในจิตของปุถุชน ก็ย่อมกลายเป็นสัทธรรมปฏิรูป
ปัญหาก็คือ เหตุใดจิตของปุถุชนจึงทรงพระสัทธรรมของแท้ไว้ไม่ได้ ?

จิตปุถุชนไม่เหมาะกับการรองรับพระสัทธรรม ก็เพราะยังมี…

คุณ สันตินันท์ เขียนเมื่อ วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2543 08:16:23

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ CoffeeBreak

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

กระทู้เก่ามาเล่าใหม่: ดูจิต : ดูอะไร โดยคุณ สันตินันท์

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

วันนี้เป็นวันครบรอบ 18 ปี ที่ผมได้ไปศึกษาธรรมกับ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
ตลอด 18 ปีมานี้ ไม่มีวันใดเลย ที่ผมไม่ได้ทำตามคำสอนของท่าน
และไม่มีวันใดเลย ที่จะไม่ระลึกถึงท่านด้วยความเคารพนอบน้อม

โอวาทธรรมที่ท่านสอนให้คราวนั้นก็คือ อริยสัจจ์แห่งจิต
ความว่า . . .

คุณ สันตินันท์ เขียนเมื่อ วันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน 2543 12:30:59

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ CoffeeBreak

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อสังขตะมีเพียงสิ่งเดียว คือ นิพพาน

อสังขตะ มีเพียงสิ่งเดียว คือนิพพาน

อสังขตะ มีเพียงสิ่งเดียว คือนิพพาน

mp3 for download:อสังขตะมีเพียงสิ่งเดียว คือ นิพพาน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: จริงๆ ถ้าเข้าใจธรรมะนะ ธรรมะเข้ามาอยู่ในใจเราได้ เราจะมีที่พึ่ง เราจะพ้นทุกข์ได้ นี่เป็นของสำคัญมาก พยายามเอาธรรมะเข้ามาสู่ใจตัวเองให้ได้ ไม่ใช่เรื่องยาก

ธรรมะจริงๆแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนที่เป็นสังขตธรรม ยังเป็นความปรุงอยู่ กับส่วนที่พ้นความปรุง เรียกอสังขตะ อสังขตะมีอันเดียวคือ นิพพาน นอกนั้นจะยังเป็นสังขตะอยู่

โลกุตระบางอย่างยังเป็นสังขตะ บางอย่างถึงจะเป็นอสังขตะ สังขตธรรม เช่น มรรค ผล เวลาเกิดมรรค มรรคเกิดแล้วดับมั้ย เกิดแล้วดับ เห็นมั้ย มีเกิดแล้วดับ เป็นสังขตะ อริยผลเกิดขึ้นแล้วดับมั้ย เกิดแล้วดับ อริยมรรคนะ ไม่ว่าจะชั้นใดชั้นหนึ่งก็ตาม เกิดขึ้นชั่ว ๑ ขณะจิตเท่านั้นเอง อริยผลเกิดขึ้น ๒ หรือ ๓ ขณะ แต่ละคนไม่เท่ากัน บางคน ๒ ขณะ บางคน ๓ ขณะ ถ้าพวกอินทรีย์กล้า ปัญญาแก่กล้า เกิด ๓ ขณะ ถ้าปัญญาไม่กล้ามากก็เกิด ๒ ขณะ จะล้างกิเลสได้เท่ากันนะ แต่ความรู้ความเข้าใจก็แตกต่างกัน

เพราะฉะนั้น มรรคเกิดขึ้นแล้วก็ดับ ผลเกิดขึ้นแล้วก็ดับ สิ่งที่ไม่ดับมีแต่นิพพาน เนี่ยธรรมะมี ๒ ส่วน ส่วนที่ปรุงแต่ง กับไม่ปรุงแต่ง ส่วนที่ปรุงแต่งก็มีสองส่วนนะ ส่วนที่เป็นโลกียะ กับส่วนที่พ้นจากโลกียะ เป็นโลกุตระ ธรรมะส่วนของโลกียะเนี่ย เป็นสิ่งที่พวกเรามีอยู่แล้ว ธรรมะในส่วนของโลกุตระของเรายังไม่เกิด คือ มรรค ผล ยังไม่เกิด แต่ธรรมะในส่วนของอสังขตะ คือนิพพาน มีอยู่แล้ว มีอยู่แล้วแต่ไม่เห็น ไม่เห็นเพราะว่าจิตเราไม่มีคุณภาพพอ

จิตมันมีคุณภาพระดับไหน ก็เห็นธรรมะระดับนั้น ถ้าจิตคุณภาพสูง ก็เห็นธรรมะระดับสูง จิตพ้นจากความปรุงแต่ง ก็เห็นธรรมะที่ไม่ปรุงแต่ง จิตยังปรุงแต่งอยู่ ก็เห็นธรรมะที่ปรุงแต่งอยู่ ยกตัวอย่างง่ายๆเลย วันไหนจิตใจเราหดหู่นะ โลกทั้งโลกดูหดหู่ไปหมดเลย

นิพพานมีอยู่แล้วนะ นิพพานไม่ได้เกิดขึ้น เพียงแต่เราไม่เห็น วันใดใจของเราพ้นจากการปรุงแต่งเราก็เห็นนิพพาน วันใดใจเราปรุงแต่งเราก็ไม่เห็นหรอก เพราะฉะนั้นเมื่อใดพ้นความปรุงแต่งก็เห็น

เหมือนอย่างในโลก วันใดจิตใจเราหดหู่นะ โลกก็หดหู่ด้วย ใจเรานี้แหละสร้างโลก คล้ายๆใส่แว่นตาเข้าไป ใส่สีชมพูโลกก็สีชมพู ใส่สีมืดๆหน่อย โลกก็มืดๆหน่อย ใจเราเป็นอย่างไรเราก็เห็นธรรมะระดับนั้น ใจเราชั่วเราก็เห็นแต่เรื่องชั่วๆ ใจเราดีขึ้นมาก็เห็นของดี ในความวุ่นวายก็ยังเห็นของดีได้นะ ถ้าใจของเราดีพอ

อย่างเห็นคนเขาประท้วง คนเขาตีกัน เผาบ้านเผาเมือง นี่เห็นเรื่องไม่ดี ถ้าใจของเรามีคุณภาพพอเราก็เห็น โลกนี้เป็นอย่างนี้แหละ ไม่เป็นไปอย่างที่ปราถนา ปราถนาสันติภาพมันไม่มี ปราถนาให้คนสามัคคีกันมันไม่มี กลับไปเห็นธรรมะได้ นี่ใจถ้ามีคุณภาพพอ เพราะฉะนั้นถ้าใจเราพ้นความปรุงแต่ง เราก็เห็นธรรมะที่พ้นความปรุงแต่ง เห็นนิพพานได้ อยู่ที่ใจเรานี่เอง

ใจนี้เป็นคนสร้างโลก สร้างภพ กระทั่งพ้นโลกพ้นภพแล้ว คือ พระนิพพาน ก็อาศัยใจนี้แหละ ไปรู้ ถ้ามีคุณภาพพอก็รู้ได้ ไม่มีคุณภาพก็ไม่รู้หรอก ให้เรามาฝึกจิตฝึกใจ…

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๓ ก่อนฉันเช้า
ระหว่างนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๑๕ ถึงนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๑๕

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๕
ลำดับที่ ๒๑
File: 530730A.mp3

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์ กับ อ.สุรวัฒน์: นักภาวนาเลี้ยงลูก

นักภาวนาเลี้ยงลูก

การเลี้ยงลูกก็ย่อมต้องมีการลงโทษลูกบ้างเป็นธรรมดาครับ :D

เมื่อลูกทำผิด เราเองก็จะมักเกิดโทสะ ไม่พอใจลูก
ซึ่งตรงนี้เราเองก็ต้องหัดมีสติรู้ทันความโกรธความไม่พอใจด้วย
เพื่อไม่ให้การลงโทษลูกเป็นไปเพราะขาดสติหรือถูกความโกรธครอบงำ
การหัดมีสติรู้ทันความโกรธ รู้ทันความไม่พอใจ
จะทำให้จิตมีสติมีความตั้งมั่นได้ไม่มากก็น้อย
ซึ่งจะทำให้เราลงโทษลูกไปตามเหตุผล(ไม่ใช่ด้วยอารมณ์)

เมื่อการลงโทษลูกเป็นไปตามเหตุผลที่สมควร
และไม่ได้ลงโทษด้วยอารมณ์โกรธที่ครอบงำ
ก็ไม่ถือเป็นการผิดศีลหรอกครับ
แต่ถือว่าเป็นการทำหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องอบรมสั่งสอนลูกครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

กระทู้เก่ามาเล่าใหม่: ตัวกู – ของกู โดยคุณ สันตินันท์

ตัวกู-ของกู

ตัวกู-ของกู

อ่านหลายกระทู้ในลานธรรม ที่แนะนำให้มองทุกอย่างให้ว่างจาก ตัวกู – ของกู
และอ่านกระทู้ ความวิปลาส ของคุณพัลวันในวิมุตติแล้ว
เห็นว่าเราน่าจะคุยกันเรื่อง ตัวกู – ของกู สักครั้งหนึ่ง …

คุณ สันตินันท์ เขียนเมื่อ วันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน 2543 12:30:59

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ CoffeeBreak

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์: อยากให้จิตพัฒนา

อยากให้จิตพัฒนา

ก็ให้หัดดูจิตที่อยากพัฒนาให้ได้มากกว่านี้ ด้วยนะครับ
ไม่มีใครจะทำให้จิตพัฒนาไปได้ตามที่อยากหรอกนะครับ
ที่ทำได้คือ หัดดูไปเรื่อยๆ แล้วจิตจะพัฒนาไปเอง
จะพัฒนาช้าหรือเร็วก็ขึ้นกับว่า หัดดู ได้ถูกหรือไม่
ถ้าหัดดูแบบแค่รู้แค่ดูจริงๆ แล้วก็หัดดูอย่างต่อเนื่อง ก็จะพัฒนาไปได้เร็ว

ที่ว่าดูอย่างต่อเนื่องคือ ต้องดูในชีวิตประจำวันให้ได้
และทุกวันให้หัดดูกายดูจิตด้วยรูปแบบบ้าง
วันละสิบนาที ยี่สิบนาที หรือมากกว่าก็ได้ตามสะดวกครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การภาวนาเหมือนการกินข้าว กินไปเรื่อยๆ แล้วมันอิ่มเอง

การภาวนาเหมือนการกินข้าว กินไปเรื่อยๆ แล้วมันอิ่มเอง

mp 3 (for download) : การภาวนาเหมือนการกินข้าว กินไปเรื่อยๆ แล้วมันอิ่มเอง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.


สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๓
Track: ๑๑
File: 510202.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๓๐ ถึง นาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๕๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ถ้าอยากภาวนาง่าย อย่าทิ้งการภาวนาระหว่างวัน

mp3 (for download) : ถ้าอยากภาวนาง่าย อย่าทิ้งการภาวนาระหว่างวัน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรม

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรม

หลวงพ่อปราโมทย์ : จริงๆแล้ว เรามีเวลาที่ไม่ต้องทำงานใช้ความคิดนี่เยอะมากในแต่ละวัน แต่ละคนใช้เวลาไปทำงานที่ใช้ความคิดน่ะไม่มากเท่าไหร่ ไม่กี่ชั่วโมง สามชั่วโมง สี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง

ถ้าเวลาที่เหลือ เอามาเจริญสตินี่นะ ไปได้ง่ายเลย

แต่ถ้าคุณคิดว่าคุณต้องทำแปดชั่วโมง  เวลาแปดชั่วโมงนี้ไม่เจริญสติเลยนะ ตะลุมบอนลูกเดียวนะ  ตรงนั้นกิเลสจะเกิดเยอะแยะ  เช่น ทำงานไปแล้วก็เครียด ไม่เห็นว่าเครียด   คนมา interrupt (รบกวน) เรา เราโมโห  ไม่เห็นอีก   ในใจเราจะเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา  หมดเวลาแปดชั่วโมงนี่นะ จิตใจมันน่วมไปแล้ว สะบักสะบอมไปแล้ว ดูไม่ไหวแล้ว

แต่ถ้าเราคอยรู้สึกนะ ทำงานไป พอเครียดปุ๊บ เห็นเลยว่าเครียดแล้ว ใจก็สบาย ตั้งใจทำงานไป งานก็จะดีด้วย  แล้วใจก็จะไม่บอบช้ำด้วย

CD สวนสันติธรรมแผ่นที่ ๑๐

ลำดับที่ ๘

File 481022B

นาทีที่ ๓๖ วินาทีที่ ๒๘ ถึงนาทีที่ ๓๗ วินาทีที่ ๒๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Page 1 of 512345