Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เมื่อจิตไม่ยอมอยู่ในวิหารธรรมเดียว

เมื่อจิตไม่ยอมอยู่ในวิหารธรรมเดียว

ถาม : บางทีมันไม่อยู่ในวิหารธรรมอันเดียวเราควรพยายามให้อยู่ที่วิหารธรรมเพียงอย่างเดียวหรือไม่ค่ะ เช่น
อย่างเวลานั่ง บางทีก็กลับมาที่ลมหายใจ บางทีก็กลับมาที่รู้ว่าหลงไปแล้ว
หรือ เวลาเดิน บางทีก็ไปรู้ที่เท้ากระทบพื้น บางทีก็รู้ว่าหลงไปคิด บางทีก้รูู้ที่การหายใจ

ตอบ : ถ้าจิตไม่ยอมอยู่กับวิหารธรรมเดียว ก็ให้ตามรู้ไปสบายๆ เช่นพอรู้ว่าหลงไปแล้วมารู้ลมก็ดูลมไปสบายๆ ก็ได้ครับ แล้วค่อยๆ หัดกลับมาอยู่อะไรสักอย่างที่สามารถรู้ได้บ่อยและชัดที่สุดหลังจากรู้ว่าเผลอไปครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Dhammada News: ขอเชิญร่วมสนทนาประสาฆราวาสครั้งที่ ๑๐ กับ อ. สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา

บ้านหนังสือชินเขต ๑

บ้านหนังสือชินเขต ๑

บรรยากาศ สนทนาประสาฆราวาส ครั้งที่ ๑ โดย อ.สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา

บรรยากาศ สนทนาประสาฆราวาส ครั้งที่ ๑ โดย อ.สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา

**************************************************************

ขอเชิญทุกท่านร่วมกิจกรรม “สนทนาประสาฆราวาส ครั้งที่ ๑๐” กับ อ.สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา

ในวันเสาร์ที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๕.๐๐ น.

ณ บ้านหนังสือ ชินเขต ๑ ซอยงามวงศ์วาน ๔๓ (ชินเขต ๑) แยก ๑/๑ ถนนงามวงศ์วาน เขตหลักสี่ กทม.
(ใกล้เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน)

ถ่ายทอดสด “สนทนาประสาฆราวาส” ทาง wimutti.net Live (http://wimutti.net/surawatlive.html)

—————————————————–
facebook อ.สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา : http://www.facebook.com/surawat.se
—————————————————–
บ้านหนังสือ ชินเขต ๑
โทร ๐๒-๕๘๙-๘๔๑๐
http://www.baannungsuea.com/

แผนที่เดินทาง
http://www.baannungsuea.com/map.php

รถประจำทางสาย ๒๔ ๑๓๔ ๖๓ ๕๔๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เหตุผลที่ควรทำตามรูปแบบทุกวัน

เหตุผลที่ควรทำตามรูปแบบทุกวัน

เวลาทำรูปแบบต้องเลือกเอาอะไรสักอย่างมาเป็นวิหารธรรมไว้ พอรู้ว่าจิตหลงไปแล้ว ก็ให้กลับมาอยู่กับวิหารธรรมนั้นใหม่ การกลับมาอยู่กับวิหารธรรมทุกครั้งที่รู้ว่าหลงไป จะเป็นการฝึกให้จิตมารู้อารมณ์เดียวอย่างต่อเนื่องได้ด้วย จึงทำให้จิตมีกำลังตั้งมั่นได้ดีกว่าการรู้ในชีวิตประจำวันเพียงส่วนเดียว เพราะในชีวิตประจำวัน จิตต้องเปลี่ยนไปรู้อารมณ์ต่างๆเยอะแยะมากมาย …นี่เป็นอีกเหตุผลว่า ทำไมควรทำตามรูปแบบทุกวัน ^_^

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ภาวนาแล้วยังดิ้นรน เพราะยังมีตัวกู

mp3 (for download): ภาวนาแล้วยังดิ้นรน เพราะยังมีตัวกู

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ภาวนาแล้วยังดิ้นรน เพราะมีตัวกู[/caption]

หลวงพ่อปราโมทย์ : หลวงปู่เทสก์บางทีท่านก็เล่านิทานก็มีเหมือนกันนะ เคยฟังท่าน ท่านเล่าเรื่องลิงติดตัง บอกคนโบราณเวลาจะจับลิง เขาจะเอามะพร้าวลูกนึงมาเฉาะให้มันมีรู เฉาะแล้วก็ตั้งไว้โคนต้นไม้  ไอ้ลิงพอมันเจอมะพร้าวเนี่ยนะ มันจะเอามือแหย่เข้าไปในลูกมะพร้าว แล้วก็ไปควักเนื้อมะพร้าว จะเอามากิน มันควักเนื้อมะพร้าวปุ๊บ มือมันก็จะกำใช่มั้ย มือมันโต ตอนมันใส่เข้าไปในรูมือมันอย่างนี้ เสร็จแล้วมือมันโตอย่างเนี้ย ท่านบอกมันจะสะบัดอย่างนี้ มันจะไปไหนไม่ได้แล้ว มันจะต้องถูกจับไปฆ่ากิน ท่านบอกว่าเนี่ย เรียกว่าลิงติดตัง จริงๆแล้วง่ายนิดเดียว แค่ปล่อยมือเท่านั้นเองก็หลุดแล้ว

การภาวนาก็เหมือนกันนะ ที่เราดิ้นข่อกแข็กๆ ดิ้นไม่หลุดเนี่ย เพราะเราไม่ปล่อยต่างหาก รู้สึกมั้ยรากเหง้าของมันจริงๆ คือตัวกูๆ ตัวกูนี่แหละ มีตัวกูอันเดียวนี่นะ จิตจะพลิกแพลงออกไปสารพัดเลย เป็นกิเลสนานาชนิดเลย ยกตัวอย่าง บางคนมีตัวกูแล้วก็มีมานะอัตตา กูเก่งๆ มีตัวกูแล้วก็กูเก่ง บางคนมีตัวกูแล้วก็มีตัวมึงด้วย กูดีมึงมันเลว กูถูก มึงมันผิด อีกพวกนึงดูเหมือนดีนะ มีตัวกูเหมือนกันนะ แต่ทำยังไงกูจะดี ไม่ชอบเลยนะ ถ้าตัวเองคิดไม่ดีสักนิดเดียวก็ไม่ได้นะ รู้สึกทนไม่ได้เลยที่ตัวเองชั่ว นี่ก็ตัวกูอีกแหละ รักดี รักดีเพราะว่ากูจะได้ดี

เพราะงั้นรากเหง้าของกิเลสนานาชนิดนะ เจาะลึกลงไปถึงที่สุด มันรู้สึกว่ามีตัวกูอยู่ มีตัวเราอยู่ อาจารย์พุทธทาสเก่งนะ เจาะลงมาตรงนี้เลย เพราะฉะนั้นอยู่ที่เราต้องรู้สึกขึ้นมา เรารู้ลงมาๆ ในกายในใจ วันนึงเห็นเลยกายใจนี้ไม่ใช่ตัวเราหรอก กายใจนี้ก็เป็นวัตถุเป็นก้อนธาตุ เป็นเครื่องอาศัยอยู่ในโลกเท่านั้นเอง แต่ยืมของโลกมาใช้ จิตใจก็เป็นธาตุอย่างหนึ่งนะ เรียกว่าธาตุรู้ เกิดดับเปลี่ยนแปลงหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ของยืมเขามาใช้ทั้งหมดเลย ตัวเราไม่มีหรอกในกายในใจนี้

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๐

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๗
File: 500105
ระหว่างนาทีที่  ๑๙ วินาทีที่  ๕๖ ถึง นาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๑๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : รู้สึกไหม..เราเมื่อตอนเด็ก ๆ กับเราตอนนี้เป็นคน ๆ เดียวกัน?

รู้สึกไหม..เราเมื่อตอนเด็ก ๆ กับเราตอนนี้เป็นคน ๆ เดียวกัน?

ถาม : อาจารย์ฯ ครับ..ฟังหลวงพ่อปราโมทย์ เทศน์ บอกว่า..”รู้สึกไหม..เราเมื่อตอนเด็ก ๆ กับเราตอนนี้เป็นคน ๆ เดียวกัน”  ผมฟังหลาย ๆ รอบ..ก็ไม่เข้าใจครับ..หลวงพ่อฯ ท่านกำลังจะสื่อถึงอะไร..?

ตอบ  : หลวงพ่อต้องให้หัดสังเกตว่า ปุถุชนจะมีความรู้สึกมีความเห็นว่า
มีตัวเราที่คงที่ถาวรอยู่ตัวหนึ่ง ซึ่งความรู้สึกหรือความเห็นอันนี้
เป็นความเห็นผิดที่ชื่อว่า สักกายทิฏฐิ
ซึ่งจะถูกละออกไปได้ด้วยการเจริญสติปัญญาครับ
ถ้าละตัวนี้ได้พร้อมกับ วิจิกิจฉาและสีลัพพตปรามาส ก็จะข้ามพ้นความเป็นปุถุชนได้

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Dhammada News: ขอเชิญฟังหลวงพ่อปราโมทย์แสดงธรรม ณ วัดบูรพาราม ในวันที่ 6 ก.ค. 54

ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้ารับฟังหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรมที่วัดบูรพาราม จ. สุรินทร์ ในวันพุธ 6 กรกฎาคม 2554 เริ่มเวลา 19.00 น

ที่ตั้ง : ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์

หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก : 0-4451-4234

แผนที่และการเดินทาง : วัดบูรพาราม บน Google Map ; พิกัด : 14° 53′ 2.76″, +103° 29′ 36.24″  หรือ 14.884100, 103.493401

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ชาวพุทธที่แท้จริง ต้องเจริญปัญญา

mp3 (for download): ชาวพุทธที่แท้จริง ต้องเจริญปัญญา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ชาวพุทธที่แท้จริง ต้องเจริญปัญญา

ชาวพุทธที่แท้จริง ต้องเจริญปัญญา

หลวงพ่อปราโมทย์ : เราบางคนก็คิดว่าศาสนาพุทธเป็นเรื่องแค่ทำทาน ถือศีล อะไรอย่างนี้

ทำทานมันก็ดี แต่ว่ามันไม่พ้นทุกข์น่ะ ถือศีลมันก็ดี แต่ก็ยังไม่พ้นทุกข์หรอก ทำสมาธิก็ดี แต่ก็ยังไม่พ้นทุกข์หรอก ในศาสนาอื่นเขาก็มี การทำทาน การรักษาศีล การทำสมาธิ มีทุกศาสนานะ มีอยู่ทุกๆศาสนา

สิ่งที่จะได้มา จากการทำทาน รักษาศีล การทำสมาธิ คือการไปเกิดในภพภูมิที่ดี หรือมีความสุขอยู่ในปัจจุบันนี้ ชั่วครั้งชั่วคราว เวลาที่เราทำทานนั้นอิ่มเอิบ แป๊บเดียวเราก็โลภ พอความโลภเกิดขึ้นมา ความอิ่มเอิบเบิกบานจากการทำทานก็หายไป เรารักษาศีล ตั้งใจรักษา แป๊บเดียวศีลขาดแล้ว นึกถึงศีลทีไรแทนที่จะสดชื่นนะกลับเศร้าหมอง เมื่อเราไม่มีปัญญาจะรักษา ทำสมาธิได้ก็สงบได้ชั่วครั้งชั่วคราว ออกจากสมาธิฟุ้งซ่าน บางคนฟุ้งยิ่งกว่าเก่าอีก

คนที่ติดสมาธินะ ติดสมถะน่ะ หลวงพ่อก็เคยเห็น แต่ก่อนตามวัดตามวานั้นมีเยอะ นั่งสมาธิกันมากเลย ไม่รู้ว่านั่งสมาธิเพื่ออะไร ความจริงนั่งสมาธินั้นเป็นการเตรียมจิตให้พร้อมสำหรับการเจริญปัญญา ไม่ใช่นั่งสมาธิเพื่อจะทำสมาธิ พอนั่งสมาธิก็สงบ น้อมใจให้นิ่งๆไป ออกจากสมาธินะ อารมณ์ร้ายกว่าเก่าอีก เพราะตอนทำสมาธิมันเก็บกดน่ะ ข่มกิเลสเอาไว้ เรียบๆ กิเลสไม่ทำงานขึ้นมา

เพราะฉะนั้นการที่จะทำทาน รักษาศีล ทำสมาธิ ก็ดีนะ แต่ไม่พ้นทุกข์หรอก แต่จำเป็น มันเป็นพื้นฐานในการที่จะลดละความเห็นแก่ตัวลง ทำทานได้ก็ลดละความเห็นแก่ตัว ยกตัวอย่างเราให้วัตถุทาน ก็ลดละความเห็นแก่ตัวลง เราให้อภัยทานก็ลดละความเห็นแก่ตัวลง เราให้ธรรมทาน ให้ความรู้ความเข้าใจกับคน ยกตัวอย่างคนทำมาหากินไม่เป็น เราสอนวิธี.. เมื่อก่อนมี ใครนะ ชื่ออะไร.. ลุงขาว ไขอาชีพ สอนทอดปาท่องโก๋ ก็เป็นธรรมทานนะ ให้ความรู้ความเข้าใจให้คน อย่างนั้นมันก็ดี ก็ลดละความเห็นแกตัวไป

ถือศีลก็ต้องละความเห็นแก่ตัว ถือศีลแล้วเห็นแก่ตัวมากนะ ก็ถือยาก ทำสมาธินะ ก็ตัดความวุ่นวายจากโลกภายนอกออกไป มาสงบอยู่กับตัวเอง ค่อยๆมาเรียนรู้ตัวเอง ก็ดีเหมือนกัน

ก็ไม่ใช่ว่า หลวงพ่อบอกว่าไม่ควรทำนะ มีโอากาสทำก็ทำ ทำทานรักษาศีลทำจิตให้สงบ เราต้องฝึกตัวเองทุกวันๆ แต่ถัดจากนั้นมาต้องเจริญปัญญาให้เป็น ถ้าเจริญปัญญาไม่เป็น ยังไม่ใช่ชาวพุทธที่แท้จริงหรอก เพราะชาวพุทธนะ คำสอนของพระพุทธเจ้าถึงขั้นเจริญปัญญา ไม่ใช่ให้เชื่อ ไม่ใช่ให้ศรัทธา ไม่ใช่มีแค่ศรัทธา เชื่อเอา ไม่ใช่แค่ทำทาน แค่รักษาศีล แค่ทำสมาธิ ต้องเจริญปัญญา เพราะอะไร เพราะบุคคลถึงความบริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญา

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่การไฟฟ้าผ่านผลิตแห่งประเทศไทย
ตำบลบางกรวย อำเภอบางกรวย นนทบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันจันทร์ที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๔

CD: แสดงธรรมนอกสถานที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
File: 540530
ระหว่างนาทีที่  ๕ วินาทีที่ ๕๓ ถึง นาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๒๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ภาวนาไป เดินห้างฯไป

ภาวนาไป เดินห้างฯไป

ถาม : ดิฉันควรดูกายต่อไปหรือว่า ดูจิตไปเลยดีกว่าคะ    มีอยู่ช่วงนึง ที่ตัวเองไปเดินเล่นที่พาราก้อน  เดินเรื่อยๆ เปื่อยๆ ไม่มีอะไรทำ  ก็เลยลองรู้สึกตัวทั่วพร้อมไปกับอิริยาบถต่างๆ เช่น เวลาเหยียบ ย่าง แกว่งแขน หันคอ กระพริบตา ก็รู้สึกตัวตลอดเวลา  โดยไม่มีบริกรรมใดๆ ทั้งสิ้น  เป็นอย่างนี้อยู่สองชม.ได้คะ   แล้วก็มีความคิดนึงขึ้นมาว่า  เราไม่ได้คิดมาตลอดระยะเวลาสองชม.นี้เลยนะเนี่ย  โห ดีจัง  แล้วความคิดนี้ก็ดับไป  และกลับมารู้สึกตัวต่อไปอีกสองชม.

จากนั้น  ความรู้สึกตัวนี้หายไปหมดเลยคะ  กลายเป็นกลับมาคิดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อีกเหมือนเดิม
ก็เลยไม่แน่ใจว่า  ต่อไปควรดูกาย หรือดูจิตดีคะ   ได้ลองๆ ดูจิตมาสองวันก็ดูได้บ้างเล็กน้อยเท่านั้นเองคะ
.
ตอบ : การดูกายในชีวิตประจำวันแบบที่เล่ามา เป็นการทำความสงบอย่างหนึ่ง
เพราะไม่เห็นจิตเกิดดับเปลี่ยนแปลง ไม่เห็นกายเป็นไตรลักษณ์
หากจะให้เห็นไตรลักษณ์ของกาย
จิตต้องมีความตั้งมั่นมากพอจึงจะเห็นกายไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวตน
ซึ่งกรณีเดินห้างจิตจะไม่ตั้งมั่นมากพอ เพราะจะไหลออกไปทางตาอยู่เรื่อยๆ
ดังนั้นจึงควรมาหัดดูจิตที่ไหลออกไปมองสิ่งของ ไหลออกไปฟังเสียง
โดยสังเกตว่า ขณะที่จิตไหลออกไปมองสิ่งของ จะไม่รู้สึกว่ามีกายเดิน
แล้วพอรู้สึกตัวขึ้นมา จิตที่ไหลไปมองจะดับ กลับมารู้สึกกายที่เดินได้อีกครั้ง
ซึ่งการหัดดูจิตที่ไหลไปมอง ไหลไปฟัง ก็เป็นการดูจิตแบบหนึ่งนั่นเองครับ

อย่างของคุณ นี่น่าจะเหมาะกับการดูกายเป็นฐานหลัก (เป็นเครื่องอยู่)
เพราะดูแล้วจิตสงบ ไม่หลงไปคิดฟุ้งซ่าน
พอดูกายเป็นฐาน (เป็นเครื่องอยู่) แล้ว
ก็ให้หัดสังเกตดูจิตที่ไหลไปมองสิ่งขิง ไหลไปฟังเสียง ไหลไปคิด
พอรู้ทันจิตที่ไหลไป (ลืมกาย) ก็กลับมาดูกายไปสบายๆ ใหม่
(หัดดูจิตที่ไหลไป ไม่ใช่ฝืนบังคับไม่ให้จิตไหลไปนะครับ)
ก็จะสามารถเดินปัญญาด้วยการเห็นไตรลักษณ์ของจิตที่เกิดดับได้ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การปฎิบัติ คือรู้ทันจิตที่ปรุงแต่ง

mp3 (for download): การปฎิบัติ คือรู้ท้ันจิตที่ปรุงแต่ง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

การปฎิบัติ คือรู้ทันจิตที่ปรุงแต่ง

การปฎิบัติ คือรู้ทันจิตที่ปรุงแต่ง

หลวงพ่อปราโมทย์ : จิตจะปรุงแต่งอะไรไม่สำคัญนะ ปัญหาไปอยู่ที่เราไปปรุงแต่งจิต จิตจะปรุงความสุข ปรุงความทุกข์ ปรุงกุศล ปรุงอกุศล ไม่ใช่ปัญหาเลย จิตเขาก็ทำงานไปตามความคุ้นเคยของเขานั่นแหละ

ยกตัวอย่างเราเดินอยู่ดีๆ เรามีนิสัยขี้โมโห เดินๆอยู่นะ คนมาเหยียบขาเราหน่อยนะ โมโหแล้วนะ ความโกรธเกิดขึ้นนี้ จิตปรุงความโกรธขึ้นมา ไม่ใช่ปัญหานะ จิตมันโกรธไม่ใช่ปัญหา เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปห้ามมัน แต่พอจิตมีความโกรธขึ้นมาแล้วเนี่ย ถ้าใจคล้อยตามความดโกรธเนี่ย เป็นปัญหาละ หรือถ้าใจต่อต้านความโกรธ เป็นปัญหาละ ใจต่อต้านความโกรธ เช่น พอโกรธปุ๊บ อุ๊ยโกรธไม่ดี ไม่โกรธดีกว่า ใช่มั้ย เข้าไปสู่ความเป็นคู่แล้ว อันหนึ่งดีอันหนึ่งไม่ดีละ เริ่มให้ค่าๆ ใจก็เริ่มดิ้นสิ ทำอย่างไรจะหายโกรธ ก็ดิ้นๆใหญ่นะ พุทโธๆ โกรธหนอๆ จะให้หายโกรธนะ ตรงนี้แหละใจเรากำลังปรุงแต่งอยู่

เพราะฉะนั้น จิตใจนะ มันมีธรรมชาติปรุงแต่งของมันเองอยู่แล้ว ไม่เป็นไร มันจะปรุงสุข ปรุงทุกข์ ปรุงดี ปรุงชั่ว ไม่เป็นไร แต่พอสติเราไประลึกรู้แล้วเรารู้ไม่ทันขึ้นมาจริงๆนะ มันเกิดยินดียินร้าย ยินดียินร้ายแล้วคราวนี้ล่ะ เราปรุงแต่งล่ะ ไม่ใช่จิตปรุงนะ แต่เราปรุงแต่งล่ะ ตัวนี้คือตัวปัญหา

มันง่ายกว่าที่นึกนะ ง่ายสุดขีดเลย เพราะเราไม่ต้องทำอะไร เราดูกายดูใจเขาทำงานของเขาไป เราดูกายดูใจเขาปรุงแต่งของเขาไป แล้วเราไม่ต้องทำอะไร รู้ลูกเดียว* รู้แล้ววันหนึ่งแล้วจะเข้าใจเลย กายกับใจเป็นธรรมชาติที่ปรุงแต่ง เรียก สังขตธรรม เป็นธรรมชาติที่ปรุงแต่ง ไม่ใช่ไปฝึกให้มันไม่ปรุงแต่ง แต่เมื่อมันปรุงแต่งแล้วเราไม่หลงยินดียินร้าย เราไม่ไปช่วยมันปรุงแต่ง

ตัวนี้ต่างหากล่ะ สบายเลยคราวนี้ จิตใจนะไม่ต้องทำงาน จิตใจว่างงาน ที่ว่าสิ้นชาติสิ้นภพจบพรหมจรรย์ สิ้นชาติคือจิตไม่ไปหยิบฉวยรูปธรรมนามธรรมใดๆขึ้นมายึดถือไว้ให้เป็นภาระหนักหน่วงถ่วงจิตใจอีกต่อไป สิ้นภพคือสิ้นการทำงานทางใจ สิ้นชาติ สิ้นภพ จบพรหมจรรย์ คือไม่ต้องมีการศึกษาเรียนรู้การปฏิบัติธรรมใดๆอีกแล้วนะ งานทำเสร็จแล้ว เพราะใจปล่อยวางไปหมดแล้ว ใจพ้นจากการปรุงแต่ง พ้นจากการทำงานแล้ว

เนี่ย พ้นไปได้อย่างนี้นะ เข้าถึงสันติสุขที่แท้จริง มีแต่ความสุขล้วนๆ ทีนี้จะพ้นได้ก็เพราะมีสติขึ้นมา รู้ทันการปรุงแต่งของกายของใจไป โดยที่ไม่ไปช่วยมันปรุงแต่ง พอเรารู้ทันการปรุงแต่งของกายของใจนะ ใจมันก็จะปรุงสุข ปรุงทุกข์ ปรุงดี ปรุงชั่วอะไรขึ้นมา ก็แล้วแต่มัน ไม่ห้ามมันหรอก ไม่ใช่ว่าจะต้องดีด้วยซ้ำไป ไม่ใช่ฝึกเอาดีนะ ไม่ใช่ฝึกเอาดี ไม่ใช่ฝึกเอาสุข ไม่ได้ฝึกเอาสงบ แต่ฝึกเพื่อเห็นเลยว่า จิตใจมันก็ทำงานของมันไป ในใจเรารู้ทันแล้วก็เป็นกลาง ไม่ไปแตะต้องแล้วก็ไม่ไปทำอะไรมัน

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๐

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๗
File: 500105
ระหว่างนาทีที่  ๑๕ วินาทีที่ ๑๘ ถึง นาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๒๓

หมายเหตุ
เราดูกายดูใจเขาทำงานของเขาไป เราดูกายดูใจเขาปรุงแต่งของเขาไป แล้วเราไม่ต้องทำอะไร รู้ลูกเดียว
หมายถึง ในขณะที่เจริญวิปัสสนา ให้ตามรู้ตามดูโดยไม่เข้าไปแทรกแซงจิตใจ มิได้หมายความว่า การดำเนินชีวิต ห้ามทำสมาธิ ห้ามรักษาศีล แต่อย่างใด นอกจากนั้น หลวงพ่อปราโมทย์ท่านยังสอนให้รู้จักรักษาศีล และทำสมาธิ (ทำตามรูปแบบ) อย่างสม่ำเสมออีกด้วย เพราะทั้งสองอย่างนั้น เป็นคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้การเจริญวิปัสสนาเป็นไปด้วยดีอีกด้วย  อ่าน:การรักษาศีล ๕ สำคัญมาก จะทำให้จิตตั้งมั่น มีสมาธิได้ง่าย, วิธีฝึกให้จิตตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดู และ ถ้ามีสติ จากไม่มีศีลก็มีศีล จากไม่มีสมาธิก็มีสมาธิ จากไม่มีปัญญาก็มีปัญญา

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

รถตู้ฟรี เดือนกรกฎาคม 2554

รถตู้ฟรี เพื่อไปฟังธรรม สวนสันติธรรม

รถตู้ฟรี เพื่อไปฟังธรรม สวนสันติธรรม


หลวงพ่อปราโมทย์ แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม

ไม่มีการแสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม

รถตู้โดยกลุ่มธรรมดา.net ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากตารางกลุ่มธรรมดา.net

รถตู้โดยกลุ่มธรรมทาน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากตารางรถตู้โดยคณะเจ้าภาพอื่น

รถตู้โดยลุงเมา (คณะเจ้าภาพหลากหลาย) กรุณาดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากตารางรถตู้โดยคณะเจ้าภาพอื่น

รถตู้โดยชมรมพุทธศาสน์ กฟผ. กรุณาดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากตารางรถตู้โดยคณะเจ้าภาพอื่น

1. รถตู้โดยกลุ่มธรรมดา.net

กรกฎาคม พ.ศ.2554 (ดูรายการรถตู้ฟรีโดยเ้จ้าภาพท่านอื่น คลิ้กที่นี่)

วัน เวลา นัดพบ วันที่รับสมัคร
วันอาทิตย์ที่ 3 ก.ค. 54 5.00 น. ปั๊มปตท. รังสิต 20 – 29 มิ.ย. 54
วันอาทิตย์ที่ 10 ก.ค. 54 5.00 น. ปั๊มปิโตรนาส เจริญนคร 27 มิ.ย.– 6 ก.ค. 54
รอบพิเศษ วันอาสาฬหบูชา วันศุกร์ที่ 15 ก.ค. 54 5.00 น. ปั๊มเอสโซ่ สถานีอารีย์ 4 – 12 ก.ค. 54
วันเสาร์ที่ 16 ก.ค. 54 5.00 น. ปั๊มเอสโซ่ สถานีอารีย์ 4 – 12 ก.ค. 54
วันอาทิตย์ที่ 24 ก.ค. 54 5.00 น.
5.10 น.
ปั๊มเอสโซ่ บางแค
ปั๊มปตท. พระราม 2
11 – 20 ก.ค. 54

แผนที่
(คลิ้กที่ภาพ เพื่อดูแผนที่ขนาดเต็ม)

แผนที่ ปั๊มพ์ ปตท.รังสิต

แผนที่ ปั๊มพ์ ปตท.รังสิต

แผนที่ ปั๊มเอสโซ่บางแค

แผนที่ ปั๊มเอสโซ่บางแค

ปั๊มปตท.พระราม 2

ปั๊มปตท.พระราม 2


โดยมีรายละเอียดและการสำรองที่นั่ง ดัง นี้
1. กรุณาสำรองที่นั่งภายในวันเวลาที่ รับสมัคร โดยส่งชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ และจำนวนที่นั่งที่ต้องการจองมาที่

    คุณเอ้ หมายเลขโทรศัพท์: 089-445-6269 (เวลา บ่าย 2 ถึง 2 ทุ่ม ทุกวัน)
    คุณดี หมายเลขโทรศัพท์: 089-694-2994
    โดยโทรศัพท์ หรือ ส่งข้อความเท่านั้น กรุณาอย่าฝากข้อความ

2. ทางกลุ่มฯของดรับบริจาคหรือเรี่ยไร สมทบทุนทุกกรณี หากมีการเรี่ยไรจากผู้ให้บริการ จะไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มฯ และทุกท่านมีสิทธิ์ที่จะไม่ต้องสมทบทุนได้ และหากมีกรณีเช่นนี้ขอความกรุณาแจ้งมาทางเมล์ของกลุ่มฯด้วยครับ

3. หากมีปัญหาจากการให้บริการ หรือไม่ได้รับความสะดวกประการใด หรือมีข้อเสนอแนะประการใด กรุณาติดต่อมาที่ van.dhammada.net@gmail.com ได้

4. อนึ่งขอให้ทุกท่านตรงต่อเวลาและใน กรณีที่มีเหตุจำเป็นจะยกเลิกการสำรองที่นั่ง กรุณาแจ้งล่วงหน้าเพื่อให้ผู้อื่นได้ใช้สิทธิ์ในการเดินทางด้วยครับ

2. รถตู้โดยคณะเจ้าภาพอื่น

รายการรถตู้ฟรีเพิ่มเติม เพื่อเดินทางไปฟังธรรมที่สวนสันติธรรม (ดูรายการรถตู้ฟรีของ Dhammada.net คลิ้กที่นี่)

วันและเวลาออกเดินทาง จุดนัดพบ การสำรองที่นั่ง คณะเจ้าภาพ
5.30 น. อาทิตย์ที่ 2 และ 4 ของทุกเดือน Mc Donald’s ที่ แมกซ์วาลู ศรีนครินทร์
(เปิด 24 ชม.)
ติดต่อ02-717-5111
ที่คุณกบ หรือ
คุณหนิงเท่านั้น
กลุ่มธรรมทาน
5.00 น. อาทิตย์ที่ 1 ของทุกเดือน ปั๊ม ปตท สนามเป้า ข้าง ททบ. 5
ตรงข้าม รพ.พญาไท 2
ติดต่อ ลุงเมา
084-360-6881,
086-780-4368,
086-556-2623
บ้านขนมนันทวัน จ.เพชรบุรี
5.00 น. อาทิตย์ที่ 2 ของทุกเดือน บ.สาลี่เอกชัย จ.สุพรรณบุรี
5.00 น. เสาร์หรืออาทิตย์ที่ 3
ของทุกเดือน
บ.ชัยรัชการ จก.
โตโยต้า บางนา-ตราด กม. 16
5.00 น. อาทิตย์ที่ 4 ของทุกเดือน กลุ่มเพื่อน ทพญ. ยาหยี,
ทพญ. จ๊ะจ๋า,
คุณ เจษฎ์จรรย์
5.00 น. อาทิตย์ที่ 5 ของทุกเดือน (ถ้ามี) คุณสุปรียา (น้อง)
5.00 น. อาทิตย์ที่ 2 ของทุกเดือน ม.เอเชียอาคเนย์ ม.เอเชียอาคเนย์
5.00 น. เสาร์ที่ 2 ของทุกเดือน
(กรุณาสำรองที่นั่ง
ก่อน 12.00 น.ของวันพฤหัสที่ 2 ของเดือน)
หน้าป้อมยาม กฟผ. ถ.จรัญสนิทวงศ์ ติดต่อ คุณใกล้รุ่ง
080-465- 4924
เวลา 9.00-20.00 น.
ทุกวัน หรือ
mdc@egat.co.th
กิจกรรมพัฒนาจิต
อ. บางกรวย จ. นนทบุรี
ชมรมพุทธศาสน์ กฟผ.

เนื่องจากเป็นการเดินทางของหมู่คณะ ขอให้ทุกท่านตรงต่อเวลา และในกรณีที่มีเหตุจำเป็นจะยกเลิกการสำรองที่นั่ง กรุณาแจ้งยกเลิกล่วงหน้าเพื่อให้ผู้อื่นได้มีโอกาสเดินทางแทน
หมายเหตุ
1. จะไม่มีการเดินทางตามตารางข้างต้นหากวันเดินทางที่กำหนดไว้ตรงกับวันที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรมปิด
2. รอบรถตู้ข้างต้นของดรับบริจาคหรือเรี่ยไร ทุกกรณี หากญาติธรรมมีความประสงค์จะร่วมบุญ กรุณาติดต่อเจ้าภาพโดยตรง หากมีการเรี่ยไรให้ช่วยค่าใช้จ่ายจากคนขับรถตู้ ขอความกรุณาแจ้งมาทาง santi.vangroup@gmail.com
3. หากมีข้อร้องเรียน คำถาม หรือมีข้อเสนอแนะประการใด กรุณาติดต่อมาที่ santi.vangroup@gmail.com หรือ mdc@egat.co.th (ในกรณีที่เป็นรถตู้ของชมรมพุทธศาสน์ กฟผ.)

ขออนุโมทนาคณะเจ้าภาพและญาติธรรมผู้แสวงหาธรรมะทุกท่าน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ภาวนาต้องเข้าถึงจิตถึงใจ

mp 3 (for download) : ภาวนาต้องเข้าถึงจิตถึงใจ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ภาวนาต้องเข้าถึงจิตถึงใจ

ภาวนาต้องเข้าถึงจิตถึงใจ

หลวงพ่อปราโมทย์ : หลวงพ่อแต่ก่อน อยู่กับครูบาอาจารย์วัดป่า พวกไฟฟ้าชอบไปกันแต่ก่อน ไปวัดป่า ครูบาอาจารย์วัดป่า จะสอนเรื่องสตินี้เป็นเรื่องสำคัญมาก สติจำเป็นในที่ทุกสถานในกาลทุกเมื่อ สอนขนาดนี้ พอมารุ่นหลังๆนะ ได้ยินแต่เรื่องสมาธิ ไปวัดไหนก็พูดแต่เรื่องสมาธิ เรื่องอาการของจิตที่เกิดจากสมาธิ เรื่องอะไรต่ออะไร เราลืมคำว่าจิตผู้รู้ไป

ถ้าเราไม่รู้จักจิตผู้รู้ เราก็ภาวนาไม่ได้ ถ้าเดินแนวครูบาอาจารย์วัดป่า ใจจะต้องตั้งมั่นขึ้นมาก่อน เป็นผู้รู้ผู้ดูให้ได้ หลวงปู่เทสก์ท่านสอนบอกว่า การปฏิบัติเนี่ย ถ้าเข้าถึงจิตถึงใจ ถึงจะได้สาระแก่นสารของการปฏิบัติ ถ้าภาวนาไม่ถึงจิตถึงใจจะไม่ได้แก่นสารของการปฏิบัติ ได้แต่เปลือกๆ ได้แต่รูปแบบ

สมัยหนึ่งหลวงพ่อยังไม่บวช ไปหา กราบหลวงปู่เทสก์ ตอนนั้นท่านอยู่หินหมากเป้ง คนเยอะเลย เต็มวัด กลางคืนนะคนไปนั่งภาวนาในโบสถ์ แต่โบสถ์ท่านไม่โตนะ นั่งกันเต็มโบสถ์เลย แล้วก็อยู่รอบๆโบสถ์เนี่ย อยู่กันร่วมร้อย เดินจงกรม นั่งสมาธิ อะไรกันเนี่ย เยอะแยะ หลวงพ่อก็ไปเดินดู เดินผ่านๆไปดู เอ๊..ไม่มีใครปฏิบัตินี่ ในใจนึกอย่างนี้นะ ไม่มีคนปฏิบัติ มีแต่คนยืนคนนั่งแต่ไม่ใช่การปฏิบัติ เพราะไม่มีใครเจริญสติ นั่งก็นั่งให้มันสงบอย่างเดียว ให้มันเคลิ้มๆไป

นั่งให้สงบก็ยังดีนะ เดินจงกรมได้ความสงบก็ยังดีนะ ได้สมถะ แต่ยังไม่ได้แก่นสารอะไร สมถกรรมฐานมีมาก่อนศาสนาพุทธอีก มิหนำซ้ำบางคนสมถะก็ไม่ได้ นั่งเอาเคลิ้ม เราคิดว่าจิตสงบ จิตรวม จิตเคลิ้มๆนี้เป็นอันเดียวกัน เพราะฉะนั้นในเวลานั่ง ก็จะนั่งอย่างนี้.. นะ อันนี้ทำให้ดูนะ ตัวตรงน่ะบางคนตัวตรง แต่ใจเป็นอย่างนี้ ใจหลับไป อีกพวกหนึ่งก็นั่งเพ่งเอาๆ เพ่งจนจิตทื่อๆ ยกตัวอย่างคุณเบอร์ ๖ นี้ ชอบเพ่ง จิตจะไปเพ่งแล้วก็ไปนิ่งๆ เนื่ยไปเดินๆดู มีหลายแบบนะ แต่ว่ามิใช่การเจริญสติ ก็นึกในใจว่า ไม่มีใครเจริญสติ ไม่มีใครปฏิบัติ

ตอนเช้า ตามคุณป้าคนหนึ่งเข้าไป ป้าอะไรนะ ป้าเหลา จัดดอกไม้ ตามเขาไปหาหลวงปู่ หลวงปู่ก็ยิ้มๆนะ บอก วัดนี้ไม่มีใครเขาปฏิบัติกันแล้ว ท่านพูดยิ้มๆนะ แหมเราตกใจ เราแอบคิดนินทาอยู่ คนฟังแล้วก็ไม่เข้าใจนะว่าทำไมไม่ปฏิบัติ ก็นั่งสมาธิเดินจงกรมทำไมไม่เรียกว่าปฏิบัติ การนั่งสมาธิ การเดินจงกรม นั้นเรียกว่ารูปแบบของการปฏิบัติ แต่เนื้อหาสาระของการปฏิบัติจะมีหรือไม่มี มันอยู่ที่จิตของเรานี่ต่างหาก

เคยมีผู้ชายคนหนึ่ง อ่อนกว่าหลวงพ่อไม่กี่ปี ไปหาครูบาอาจารย์นี้ไปด้วยกันนะ เป็นเพื่อนสหธรรมิกกัน เหมือนพี่น้องกัน ไปด้วยกัน ไปหาตั้งแต่หลวงปู่ดูลย์ไปด้วยกัน ก็เข้าวัดมาด้วยกันตลอดเลย คนนี้เวลานั่งสมาธินะ หาความสง่าผ่าเผยไม่ได้เลย นั่งนะ คอพับคอห้อย นั่งดีๆอยู่เนี่ย นั่งไปสักพักนะ แข้งขาเหยียดออกไปเลย กางแขนกางขานั่งนะ พรรคพวกก็หัวเราะ ยิ้มๆ เห็นอีตานี่นั่ง คงนั่งไม่เป็น ครูบาอาจารย์เตือน บอกว่าอย่าหัวเราะเขานะ ตัวเขาไม่ตรงแต่ใจเขาตรง

เพราะฉะนั้นตัวสำคัญอยู่ที่ใจนะ จิตใจนั้นถูกต้องมั้ย ถ้าจิตใจไม่ถูกต้องก็ใช้ไม่ได้ จิตใจที่ถูกต้องก็ต้องเป็นผู้รู้ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน จิตใจที่ไม่ถูกต้องก็คือเป็นผู้คิดผู้นึกผู้ปรุงผู้แต่ง ผู้หลง

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันพุธที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๐ ก่อนฉันเช้า

CD: ธรรมเทศนา ๔ วันในสวนสันติธรรม
Track: ๑
ระหว่างนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๓ ถึง นาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๓๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เห็นอนัตตา

เห็นอนัตตา

ถาม : การวิปัสสนา นี่  เห็นจิตมีอะไรประกอบขึ้นมา แล้วก็ดับ แล้วก็มีจิตแบบอื่นเกิดขึ้นมาแล้วก็ดับ….เห็นร่างกายเคลื่อนไหวท่านี้ แล้วก็ดับ  แล้วก็เกิดไปเป็นท่าอื่นๆ   ลมหายใจก็เช่นกัน……..อย่างนี้เราก็พอเห็น อนิจจัง(ไม่เที่ยง)  ทุกขัง(การทนอยู่สภาพเดิมไม่ได้)  อย่างนี้ก็เห็นชัดๆ …..
แต่ทำไม  เราจึงไม่เห็นอนัตตา ครับ?

ตอบ : เห็นอนิจจัง ก็เสมือนเห็นอนัตตานั่นแหละครับ
เพราะถ้าเป็นอัตตา เมื่อเกิดแล้วก็จะบังคับบัญชาไม่ให้ดับได้ตามต้องการ
การเห็นไตรลักษณ์จึงไม่จำเป็นว่าต้องเห็นทั้งสามลักษณะ
เห็นลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ก็ทำให้เกิดปัญญาได้
ตอนนี้ที่ยังไม่เกิดปัญญา ก็เพราะยังเห็นไม่พอ
ต้องหัดตามรู้ตามดูไปอีกจนพอ แล้วปัญญาจะเกิดเองครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เพราะไม่ยอมรับความจริงจึงดิ้นรน ดิ้นรนจึงทุกข์

mp3 (for download): เพราะไม่ยอมรับความจริงจึงดิ้นรน ดิ้นรนจึงทุกข์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

เพราะไม่ยอมรับความจริงจึงดิ้นรน ดิ้นรนจึงทุกข์

เพราะไม่ยอมรับความจริงจึงดิ้นรน ดิ้นรนจึงทุกข์

หลวงพ่อปราโมทย์ : กายกับใจนั้น เขาแปรปรวน เขาเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลา เขาเป็นทุกข์นะ ถูกความทุกข์บีบคั้นอยู่ตลอดเวลา ห้ามเขาไม่ได้หรอก ทีนี้เราไม่ฉลาด เราอยากให้เขาดี เราอยากให้เขาสุข เราอยากให้เขาสุขสงบถาวรด้วย เราไปอยากในสิ่งที่ไม่มีจริง

การที่เรามาเจริญสตินี้ เราก็ได้ค่อยๆเรียนรู้ ความเป็นจริงของกายของใจ จนวันหนึ่งเขายอมรับนะ เขายอมรับความเป็นจริงของกายของใจ แล้วเขาก็ไม่ยึดถือ มันพันทุกข์เพราะไม่ยึดถือ มีความสุขมากเลย ไม่มีอะไรเหมือนเลย

ความสุขอย่างโลกๆ หลวงพ่อก็รู้จักนะ ยกตัวอย่างพวกเราชาวโลกสุขอย่างไร หลวงพ่อก็เคยเป็นฆราวาสก็รู้จักนะ ความสุขของคนในโลกนะ มันเหมือนความสุขของเด็กน่ะ เด็กเล่นหิน เล่นทราย เล่นดิน สกปรกมอมแมมนะ มันก็มีความสุข มิใช่ว่าในโลกไม่มีความสุข แต่มันสุขแบบมอมแมม แต่ถ้าเราภาวนาเป็นนะ มันจะมีความสุขอีกชนิดหนึ่งที่สะอาด หมดจด มีความสุขจริงๆ

ความสุขในโลกมีแต่ความแปรปรวน ความสุขในธรรมนี้นะ ถาวร คงที่ ความสุขในโลกนี้อิงอาศัยคนอื่น อิงอาศัยสิ่งอื่น ความสุขในธรรมไม่ได้อิงอาศัยอะไรเลย เป็นความสุขของคนที่เป็นอิสระ

ทีนี้ใจของเรา ยังไม่เห็นความจริง เราก็พามันดูไปเรื่อยๆ ใจไม่ยอมรับธรรมะนะ ใจของเราแต่ละคนมันไม่ยอมรับธรรมะนะ ก็คือมันไม่ยอมรับความจริง ยกตัวอย่างร่างกายต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย นี่เป็นความจริงนะ เราไม่ยอมรับนะ เราไม่อยากแก่ ไม่อยากเจ็บ ไม่อยากตาย จิตใจของเราต้องสุขบ้างทุกข์บ้าง เราก็ไม่ยอมรับ เราอยากสุขอย่างเดียว จิตใจของเราเป็นของบังคับไม่ได้ เดี๋ยวก็เป็นกุศล เดี๋ยวก็เป็นอกุศล เราบังคับไม่ได้ เราก็ไม่ยอมรับ เราอยากบังคับให้ได้ อยากให้มันดีถาวร

การที่เรามาหัดเจริญสติ รู้กายรู้ใจ เพื่อวันหนึ่งจิตใจจะได้ยอมรับความจริง เมื่อมันยอมรับความจริง มันจะเห็นเลย สภาวธรรมทั้งหลาย เสมอภาคโดยตัวของมันเองอยู่แล้ว ความสุขและความทุกข์ก็เสมอภาคกันนะ เนี่ยเป็นเรื่องอัศจรรย์เลย ของเราๆรู้สึกเลย ความสุขกับความทุกข์ไม่เสมอกัน กุศลและอกุศลก็เสมอภาคกัน เราก็รู้สึกว่าไม่เสมอ แท้จริงแล้วสภาวธรรมทั้งหลายเสมอภาคกันด้วยความเป็นไตรลักษณ์ ล้วนแต่ไม่เที่ยงเหมือนกันหมดเลย ทั้งสุขทั้งทุกข์ ทั้งดีทั้งชั่ว ล้วนแต่เป็นทุกข์ ทั้งกายทั้งใจนี้เป็นทุกข์นะ แล้วก็บังคับไม่ได้ ไม่ใช่ตัวเรา ไม่มีอะไรบังคับได้แม้สักอันเดียว ใจเราไม่ยอมรับตรงนั้น

แท้จริงแล้วสภาวธรรมทั้งหลายนี้เสมอกันหมด ทั้งสุขและทุกข์ ทั้งดีและชั่ว ธรรมะที่เป็นคู่ๆทั้งหลายเสมอกัน ใจเราต่างหากที่ไม่เสมอกัน ใจเราจะรักอันหนึ่ง เกลียดอันหนึ่ง รักสุขเกลียดทุกข์ รักดีเกลียดชั่ว พอใจเราไม่เสมอภาค ใจเราจะดิ้นรน ใจเราดิ้นรนปรุงแต่ง ใจเราทำงานขึ้นมา ใจเราก็มีความทุกข์ขึ้นมา แต่ถ้าวันหนึ่งปัญญาเรารู้แจ้งแทงตลอดลงไปนะ ธรรมะที่เป็นคู่ๆทั้งหลาย สุขทุกข์ดีชั่วอะไรเนี่ย เสมอภาคกันหมด คือเกิดแล้วดับทั้งหมดเลย สุขก็ชั่วคราว ทุกข์ก็ชั่วคราว ดีชั่วคราว ชั่วก็ชั่วคราว ทุกอย่างชั่วคราว พอใจมันมีปัญญาเห็นอย่างนี้นะ ใจก็เข้าสู่ความเป็นกลาง พอใจเป็นกลางใจก็จะไม่ดิ้นรน ใจไม่ดิ้นรนใจก็ไม่ทุกข์นะ เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ปัญญาเกิด เห็นสภาวธรรมทั้งหลายเสมอกันหมด ใจก็จะไม่ดิ้น ใจไม่ดิ้นใจไม่ทุกข์

ของเราไม่เห็น เรารู้สึกไม่เสมอกัน รู้สึกมั้ย สุขดีกว่าทุกข์ กุศลดีกว่าอกุศล เราจะมีสิ่งที่เป็นคู่ๆอยู่เยอะ ละเอียดดีกว่าหยาบ ที่ใกล้ดีกว่าที่ไกล ภายในดีกว่าภายนอก เราไปหลงธรรมะที่เป็นคู่ๆ ธรรมะภายในเช่น แหมสงบอยู่ข้างในดี ฟุ้งซ่านออกข้างนอกไม่ดี ธรรมะอยู่ใกล้ๆ อยู่กับกายกับใจแล้วดี ออกไปข้างนอกไม่ดี ยุ่งกับตัวเองดี ไปยุ่งกับคนอื่นไม่ดี ความจริงเสมอกันแหละ ยุ่งเมื่อไหร่ก็ทุกข์เมื่อนั้นน่ะ ต้องเรียนนะ เรียนเพื่อให้เห็นความจริง สภาวะทั้งหลายเสมอภาคกัน ใจของเราต่างหากที่ไม่เสมอ ไม่เสมอภาค รักอันหนึ่งเกลียดอันหนึ่ง แล้วก็ดิ้นรน ดิ้นรนแล้วก็ทุกข์

ถ้าเมื่อไรปัญญาแจ่มแจ้ง ธรรมที่เป็นคู่เสมอภาคกันหมด ใจก็ไม่ดิ้นรนนะ ใจไม่ดิ้นรนใจก็พ้นทุกข์ นิพพานเป็นความสิ้นราคะ สิ้นตัณหา สิ้นความอยาก นิพพานเป็นวิสังขาร สิ้นความปรุงแต่งดิ้นรน เมื่อไรใจเราหมดความหิวโหย ในอารมณ์อันโน้น เกลียดอารมณ์อันนี้ หมดความปรุงแต่งอย่างโน้นอย่างนี้ จิตใจจะเข้าถึงสันติสุข เข้าถึงนิพพาน

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๐

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๗
File: 500105
ระหว่างนาทีที่  ๐๒ วินาทีที่ ๕๒ ถึง นาทีที่ ๐๘ วินาทีที่ ๐๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เราต้องอยู่กับโลกอย่างรู้ทัน

mp 3 (for download) : เราต้องอยู่กับโลกอย่างรู้ทัน รู้จักเล่นกับมัน ไม่ขวางโลก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

เราต้องอยู่กับโลกอย่างรู้ทัน

เราต้องอยู่กับโลกอย่างรู้ทัน

หลวงพ่อปราโมทย์ : วันปีเก่าปีใหม่ เป็นวันของการประเมินตนเอง ถ้าชาวโลกเขาก็เป็นวันเลี้ยงฉลอง ฉลองอะไร ฉลองความหลงโลก ของเราปฎิบัติธรรม เราเข้าใจโลก กินเลี้ยงกับเขาได้มั้ย กินเลี้ยงได้นะ เฮฮาได้มั้ย เฮฮาได้นะ เขาเรียกออกไปร้องเพลงได้มั้ย ร้องได้ แต่รู้เนื้อรู้ตัวไปเรื่อยนะ มีสติ

หลวงพ่อเมื่อก่อน อยู่กับโลก เราก็ต้องไปกินเลี้ยงเหมือนกันนะ ตอนเด็กๆเป็นข้าราชการผู้น้อยนะ ไปนั่งโต๊ะมีแต่คนกินเหล้า เราไม่กินนะ เรากินโซดา แล้วเราก็กินกับ ดูหุ่น look ของหลวงพ่อก็รู้นะ กินกับเก่ง กินเหล้าไม่เก่งน่ะ ไม่กินหรอกนะ

ทีนี้เราประพฤติตัวของเราคงที่ แรกๆเขาก็แซวนะ ไม่กินเหล้าก็แซวนะ ลูกผู้ชายต้องกินเหล้า มาถึงวันนี้เราหันไปมองลูกผู้ชายทั้งหลาย มันเอน็จอนาถอนาถา แต่ละคนมันไม่มีอะไรติดเนื้อติดตัวเลย

ของเราไม่กินเหล้านะ สมัยก่อนคนก็หัวเราะกัน ไม่สูบบุหรี่ ไม่ไปหลอกใครต่อใคร ก็ดูประหลาด เพราะสังคมส่วนใหญ่มันหลงโลกกัน แต่ว่าเราครองตัวของเราเสมอต้นเสมอปลาย พอนานๆไปแล้ว ใครมานั่งกับเราก็ไม่กล้ากินเหล้า เกรงใจเราแล้ว

เคยมีขี้เมาคนหนึ่งนะ ตอนนั้นหลวงพ่อไปเรียนสถาบันจิตวิทยาความมั่นคง อายุน้อยเกือบที่สุดเลย มีอ่อนกว่าเราอยู่คนเดียว นั่นเขาเป็นเลขาฯของรถเมล์ ขสมก. ของเราชั้นพิเศษเร็ว เราไปเร็วอายุน้อย มีคนหนึ่งมันขี้เม้าขี้เมา พยายามจะมาเข็นเรากินเหล้านะ เราต้องแกล้งมันสักวันหนึ่งนะ อาสาชงเหล้าให้เขานะ ชงของเขานะ ของเราใส่โซดาแล้วก็เหยาะโค้กนิดหน่อย ๒-๓ หยด เหมือนเปี๊ยบเลยนะ มามันอยากชนแก้วกับเรามา มันชนซะกลิ้งไปเลย โอ้.. ตอนหลังเที่ยวไปคุย คุณปราโมทย์เนี่ยคอแข็งจริงๆ

มันก็ต้องรักษาเอาตัวรอดเหมือนกันนะ ไม่ใช่ซื่อบื้อ ไม่ใช่แข็งกระโด๊กกระเด๊ก บางทีก็กลมกลืนกับเขา แต่ก็ต้องใช้สติปัญญารักษาศีลของเราไว้ให้ได้ พอเวลาผ่านมานะ แค่เรานึกถึงศีลที่เราเคยรักษาไว้ เราก็ชุ่มชื่นใจแล้ว อย่างน้อยในชีวิตนี้นะ ทำอะไรดีๆไม่เป็น ยังมีศีลให้ชื่นอกชื่นใจได้ เวลาที่เราคิดถึงขึ้นมา จิตใจของเราก็สงบสุข ตั้งมั่นขึ้นมา ภาวนาง่าย คนไม่มีศีลภาวนายากนะ ภาวนาไม่ขึ้นหรอก

เรื่องศีลสำคัญ มีศีลแล้วก็ต้องมีชีวิตที่เรียบง่ายหน่อย อย่าหลงเตลิดเปิดเปิดไปกับโลกมากนะ อยู่กับโลก รู้ทันมัน เล่นกับมัน เล่นกับมันได้นะ ถ้าไม่เล่นกับมันเลย เราจะเป็นคนขวางโลก เป็นคนขวางโลกเหนื่อยนะ ถ้าเราตามโลกไป คล้อยตามมันไป เล่นกับมันไป เล่นอย่างฉลาดกับมัน ไม่หลงเพลินไป เรียนรู้มันไปเรื่อยๆ พอเราไม่ขวางโลกนะ คนอื่นเขาจะไม่ค่อยมายุ่งกับเราเท่าไหร่ กลมกลืน คนไม่ค่อยรู้นะว่าหลวงพ่อภาวนา สมัยก่อนนี้ คนที่อยู่ไกลๆรู้ คนในที่ทำงานแต่ละแห่งไม่รู้หรอก หลวงพ่ออยู่องค์การโทรศัพท์ตั้งหลายปีนะ คนไม่รู้ว่าเราภาวนานะ อยู่สภาความมั่นคงนาน.. คนก็งั้นๆแหละ

หรือตอนที่อยู่เมืองกาญจน์นะ คนเมืองกาญจน์ไม่รู้ว่าเราภาวนา เรากลมกลืนนะ ยกตัวอย่างชาวบ้านมาคุยเล่นเราก็คุยด้วย คุยด้วยแต่ไม่ิผิดศีลผิดธรรมนะ แนะนำเขาไป ค่อยๆจูงเขาไป คนไหนจูงไม่ได้ก็ปล่อย ก็กลมกลืนอยู่กับเขานะ ก็ไม่รู้สึกต่อต้าน เห็นมีชาวบ้านคนหนึ่งนะมาใส่บาตร เสร็จแล้วหิ้วปิ่นโตมานะ จะเอากุ้งฝอยมาตกปลากระพง หิ้วปิ่นโตมาที่วัด พอเราฉันเรียบร้อยแล้วนะ จะอนุโมทนาสักหน่อย ว่าแหมใจบุญจังเลย ขอหวย ลงทุนแล้วต้องเอาทุนคืนแล้วนะ ขอหวย บอกโอ้ย.. ไม่มีหรอก ถ้าเรารู้นะ เราคงไปซื้อเองรวยไปแล้วล่ะนะ นี่เรายังต้องบิณฑบาตกินเลย ไม่มีเลยเสื้อผ้าอะไรก็ไม่ค่อยจะมีหรอก ขอหวยไม่ได้นะ ไม่มีให้

งั้นมีคาถาทำให้ร่ำรวยมั้ย บอกมีๆ คาถาทำให้รวย มีอยู่ ๔ ข้อท่องไว้นะ ๑ อุฏฐานสัมปทา ขยันหาทรัพย์อย่ามัวรีรอ อุ๊ยไม่เอา คาถาอย่างนี้ไม่เอา ต้อง นะโม นะเมี่ยง ปลาแขยงมีเงี่ยง นกเอี้ยงหัวโต อะไรอย่างนี้ แล้วถูกหวยรวยปั๊บอย่างนี้ เอา ก็บอกว่าคาถาอย่างนั้นไม่มี มีแต่คาถาของพระพุทธเจ้า ถ้าทำแล้วรวยจริงๆ ถ้าอย่างนั้นขอเครื่องลางของขลัง ขอพระเครื่อง บอกไปว่าไม่มี พระเครื่องก็ไม่มี แจกเขาไปตั้งแต่ก่อนจะบวชแล้ว ไม่มี ถ้างั้นขอตัดจีวรไปหน่อย บอก เฮ้ยไม่ได้ มีอยู่ผืนเดียว ตัดไปเราก็เป็นพระจีวรแหว่งสิ ตกลงก็เลยไม่น่านับถือแล้วพระองค์นี้ ก็ดีไปอย่าง ใช่มั้ย เขาไม่มายุ่งกับเรา แต่ก็ไม่ได้มาโกรธอะไรเรา ก็รู้สึกว่าเป็นพระกิ๊กๆก๊อกๆ ก็ไม่มาโกรธ อยู่กับโลก อยู่ให้เป็นนะ เป็นตัวของตัวเองแต่ว่ากลมกลืนไป


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันพุธที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๘
Track: ๕
File: 511231A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๔๒ ถึง นาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๑๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ดูทีวีไปด้วย ภาวนาไปด้วย

ดูทีวีไปด้วย ภาวนาไปด้วย

ถาม : ปกติ  ดูทีวีไปด้วย เจริญสติไปด้วย โดยการดูกาย  ถือว่า ทำได้ไหมคะ  หรือไม่ควรดูทีวีหรือฟังเพลงอะไรเลย ให้ดูกายอย่างเดียวจะได้มีสมาธิมาก   คือสังเกต หากอยู่เฉยๆ จะคิดตลอดเวลาคะ  และดูตามจิตไม่ทันด้วย  แต่พอดูทีวี  จะไม่คิดเรื่องอะไรเท่าไรคะ  ทำให้เวลาดูทีวี  จะดูกายง่ายน่ะคะ
อย่างนี้ ควรทำอย่างไรดีคะ  หรือก็ถือว่า การดูทีวีไปด้วย เจริญสติ ดูกาย ดูจิต ไปด้วย ก็ไม่ถือว่าผิดอะไร
ตอบ : ถ้าดูทีวีแล้ว รู้สึกได้ว่ามีร่างกายนั่งดูทีวี

แล้วพอจิตเกิดความรู้สึกนึกคิดปรุงแต่งขึ้นก็รู้
หากเป็นแบบนี้ก็สามารถใช้เป็นการเจริญสติในชีวิตประจำวันได้ครับ
(เจริญสติไป พักผ่อนไปได้)
แต่การดูทีวี จะใช้เป็นการเจริญปัญญาได้ยากครับ
เพราะจิตจะมัวไปสนใจเรื่องราวในทีวี
มากกว่าที่จะย้อนมาดูไตรลักษณ์ของกายของจิตครับ
เพราะฉะนั้นเมื่อพักผ่อนอย่างมีสติด้วยการดูทีวีพอสมควรแล้ว
ก็ควรหยุดดูแล้วกลับมาภาวนาดูกายดูจิตด้วยกิจกรรมอื่นต่อไปครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทำอย่างไรปัญญาจะเกิด?

mp 3 (for download) : ทำอย่างไรปัญญาจะเกิด?

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทำอย่างไรปัญญาจะเกิด?

ทำอย่างไรปัญญาจะเกิด?

หลวงพ่อปราโมทย์: เราต้องพัฒนาให้เกิดปัญญา บุคคลถึงความบริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญา พระพุทธเจ้าบอกอย่างนี้ ปัญญาไม่ใช่ความฉลาด รอบรู้ รู้พระไตรปิฎกทั้งหมด เรียนอภิธรรมจบทั้ง ๙ ปริเฉท มีปัญญา ไม่มีหรอก

ปัญญาที่แท้จริงนะคือ การเห็นความเป็นไตรลักษณ์ของกายของใจ ของรูปของนาม เห็นมั้ยว่ามันมี Technical Term นะ ไม่ใช่ปัญญาธรรมดาๆ แต่เป็นปัญญาชั้นสูง เป็นวิปัสสนาปัญญา ปัญญาที่รู้ความเป็นไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ของกายของใจ ของรูปของนาม

ทำอย่างไรปัญญาจะเกิด เมื่อตะกี้นี้หลวงพ่อพูดแล้วนะ ทำอย่างไรสติจะเกิด หัดดูสภาวะแล้วสติจะเกิด พอจิตจำสภาวะได้แม่น แล้วสภาวะที่จิตจำได้แล้วเกิดขึ้น สติจะเกิดเองโดยไม่ได้จงใจให้เกิด แล้วนี่อะไรทำให้เกิดปัญญา ตัวสมาธินั่นแหละทำให้เกิดปัญญา

สมาธิไม่ได้แปลว่า นิ่งๆ ซื่อบื้อ อยู่ในอารมณ์อันเดียว ซึมๆอยู่ในอารมณ์อันเดียว สัมมาสมาธิคือความตั้งมั่นของจิต จิตตั้งมั่นขึ้นมา วิธีทำจิตให้ตั้งมั่น มี ๒ วิธี แต่เดิมหลวงพ่อรู้จักวิธีเดียว เพราะหลวงพ่อหัดสมาธิมาแต่เด็ก ทำสมาธิมา เรียนจากท่านพ่อลี วัดอโศการาม ทำสมาธิจิตนิ่ง จิตเป็นผู้รู้ผู้ตื่น เด่นดวงอยู่อย่างนั้น พอออกจากสมาธิมาแล้วนะ แล้วมาตามดูกายตามดูใจ เนี่ยมาเจริญปัญญา ตัวจิตที่เป็นผู้รู้ผู้ดูนะ มันเหมือนแยกอยู่ต่างหาก เหมือนแยกออกมาเป็นคนดู ดูกายอันนี้ทำงาน ดูใจอันนี้ทำงาน จิตเป็นคนดูอยู่ ตั้งอยู่อย่างนั้น เด่นอยู่อย่างนั้น มันตั้งเด่นอยู่อย่างนั้นได้ตั้งนานแน่ะ ได้ทีหนึ่งเป็นเดือนๆเลยนะ เพราะว่า สมาธิมันแก่กล้า

ทีนี้มาหลังๆนะ มาดูรุ่นน้องๆ รุ่นลูกๆหลานๆ อะไรอย่างนี้ ลูกเพื่อนกัน ทำสมาธิไม่เป็น ทำอย่างไรหนอถึงจะมีสัมมาสมาธิได้อย่างเขาบ้าง หลวงพ่อก็เลยสังเกตว่า ถ้าหากว่าคนไหนนะรู้ทัน ว่าจิตไม่ตั้งมั่นนะ จิตมันจะตั้งมั่นขึ้นชั่วขณะ ได้ชั่วขณะเท่านั้นน่ะ เป็นขณิกสมาธิ ไม่ถึงอัปนา ไม่ถึงอุปจาระ

ขณิกสมาธินี้ก็เหลือเฟือแล้ว สำหรับการปฏิบัติเพื่อการบรรลุมรรคผลนิพพาน ขณิกสมาธิเป็นสมาธิชั่วขณะ แป๊บเดียว ใจตั้งมั่นขึ้นมาเป็นคราวๆ ไม่นาน ตั้งไม่นาน ถ้าใครรู้สึกว่าตั้งอยู่ได้นาน ก็ไปเพ่งเอาไว้ ไม่ใช่ของจริงหรอก ถ้าไม่ทรงฌานนะ ถ้าทรงฌานได้ก็อยู่นาน ถ้าไม่ได้ทรงฌานแล้วรู้สึกว่าตั้งอยู่นาน แสดงว่าเพ่งเอาไว้ เนี่ย วิธีจะฝึกให้เกิดสมาธิชั่วขณะ ก็ใช้วิธีที่มีสตินี่แหละ สังเกตเอา

จิตของเราจะเคลื่อนที่ตลอดเวลา เวลาดูมันก็วิ่งไปดู เวลาฟังมันก็วิ่งไปฟัง เวลาคิดมันก็วิ่งไปคิด เวลาปฏิบัตินะมันก็วิ่งไปจับที่ลมหายใจบ้าง ที่ท้องพองยุบบ้าง ที่เท้าบ้าง ที่มือบ้าง มันวิ่งไปวิ่งมาได้ตลอดเลย ตรงที่จิตมันยังวิ่งไปวิ่งมา ส่ายไปส่ายมา นี้ก็คือ เรียกว่าจิตไม่ตั้งมั่น แต่บางทีจิตสงบได้นะ เช่นไปดูท้องพองยุบนะ จิตวิ่งไปเกาะนิ่งๆอยู่ที่ท้อง อันนั้นเป็นมิจฉาสมาธิ ไม่ใช่สัมมาสมาธิ เดินจงกรม ยกเท้า ย่างเท้า จิตไหลไปเกาะนิ่งๆอยู่ที่เท้า ก็เป็นมิจฉาสมาธิ ไปอยู่แล้วเดี๋ยวก็เกิดปีติ ขนลุกจนพอง ตัวเบาตัวโคลง รู้สึกวูบๆวาบๆ รู้สึกเหมือนอะไรมาไต่ อันนั้นเป็นเรื่องของสมถะนะ ไม่ค่อยได้เรื่องอะไรเท่าไหร่หรอก แต่ถ้าใจเราตั้งมั่น มันจะเกิดปัญญา

ถ้าใจเราไม่ไหลตามอารมณ์ไปนะ ใจตั้งมั่นในขณะที่รู้อารมณ์ สติระลึกรู้อารมณ์ ด้วยจิตที่ตั้งมั่นแล้วก็เป็นกลางเนี่ย ปัญญาจะเกิด สติระลึกรู้อารมณ์นะ อารมณ์ใดๆปรากฎขึ้นสติระลึกได้เอง ไม่ได้กำหนด ไม่ได้บังคับ แต่ระลึกได้เอง ด้วยใจที่ตั้งมั่น สติรู้ทันสภาวะที่เกิดขึ้น จิตตั้งมั่นในขณะที่รู้สภาวะ เนี่ยถ้ามีองค์ประกอบสองอย่างนี้แล้ว ปัญญาจะเกิด

ปัญญาจะเกิดก็คือ จะเห็นทันทีเลยว่า อารมณ์ รูปนาม กายใจ ที่สติไประลึกนั้น ไม่ใช่ตัวเรา จะเห็นเลยว่ามันไม่ใช่ตัวเรา ยกตัวอย่างร่างกายนี้ ร่างกายเคลื่อนไหว เห็นร่างกายเคลื่อนไหว ใจมันเป็นแค่คนดู ใจมันอยู่ต่างหาก เห็นร่างกายนี้ยืนเดินนั่งนอน ใจเป็นแค่คนดูนะ จิตใจมันอยู่ต่างหาก อยู่อย่างสบายนะ ไม่ใช่อยู่อย่างเครียดๆแข็งๆ บางคนได้ยินว่าใจอยู่ต่างหากก็ไปประคองใจไว้จนแข็งเลย อันนั้นทำผิดอีก อย่าไปประคับประคองให้มันแข็งๆ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันพุธที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๘
Track: ๕
File: 511231A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๔๖ ถึง นาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๓๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : หลักรักษาศีล 5 ของ ฆราวาส

หลักรักษาศีล 5 ของ ฆราวาส

อะไรที่ไม่แน่ใจว่า ทำแล้วจะผิดศีลหรือไม่ ก็ให้เว้น ไม่กระทำไว้ก่อน
ต่อไปถ้ามั่นใจว่าทำแล้วไม่ผิด ก็ค่อยทำครับ
และ ถ้าทำอะไรแล้ว จิตเศร้าหมอง กังวล ไม่สบายใจ ก็ให้เว้น ไม่กระทำครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ชมหลวงพ่อปราโมทย์ แสดงธรรม ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อ วันจันทร์ ที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๒

ชมหลวงพ่อปราโมทย์ แสดงธรรม ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อ วันจันทร์ ที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ธรรมะไม่ยาก แต่ต้องตั้งใจจริงและจริงใจ

mp3 (for download): ธรรมะไม่ยาก แต่ต้องตั้งใจจริงและจริงใจ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ธรรมะไม่ยาก แต่ต้องตั้งใจจริงและจริงใจ

ธรรมะไม่ยาก แต่ต้องตั้งใจจริงและจริงใจ

หลวงพ่อปราโมทย์ : การที่เราจะศึกษาธรรมะนะมันไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่เราต้องตั้งใจจริง ต้องจริงใจที่จะศึกษา ในความเป็นจริงไม่ว่าเราจะทำอะไร ต้องทำจริงๆ ถึงจะได้ผล ถ้าเราจะศึกษาธรรมะนะเราต้องมีความจริงใจกับธรรมะ ธรรมะเป็นของจริงไม่ใช่ของเล่นๆ ถ้าเราเข้าใจในธรรมะแล้ว ธรรมะจะคุ้มครองเรา คุ้มครองเราจากความชั่ว คุ้มครองเราจากความทุกข์ทั้งหลาย

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่บริษัท AIA
แสดงธรรมเมื่อ วันพุธที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๔

CD: แสดงธรรมนอกสถานที่ บริษัท AIA
File: 540420
ระหว่างนาทีที่  ๐ วินาทีที่ ๒๐ ถึง นาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๕๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : การนั่งสมาธิ

การนั่งสมาธิ

ถาม : ขอเรียนถามอาจารย์ว่าการที่นั่งสมาธิแล้วใจแนบอยู่กับลมหายใจ(บางทีก็ลืมตัวเอง)เรียกว่าจิตไม่ตั้งมั่น?  จะถือว่าเป็นการทำสมถะไช่หรือไม่คะ  แล้วการทำสมถะจัดว่าเป็นมิจฉาสมาธิหรือไม่?

ตอบ : สมถะ มีความหมายว่า
ธรรมเป็นเครื่องสงบระงับจิต, ธรรมยังจิตให้สงบระงับจากนิวรณูปกิเลส,
การฝึกจิตให้สงบเป็นสมาธิ

เมื่อดูตามความหมาย ถ้าจิตไปแนบกับลม แล้วสงบปราศจากนิวรณ์
(จิตสงบลงไปเองโดยไม่ได้กดข่ม) ก็เป็นสมถะ
แต่ยังไม่ถือว่าเป็นสัมมาสมาธิ ถ้าเป็นสมถะแบบสัมมสมาธิ
จิตจะไม่แนบกับลม แต่จะแยกออกมาตั้งมั่นในการรู้ลม
การทำสมถะ อาจเริ่มด้วยการที่จิตไปแนบกับอารมณ์
แล้วเมื่อจิตทิ้งอารมณ์รวมลงไป เป็นจิตที่ตั้งมั่น
มีสติบริสุทธิ์ มีอุเบกขา ก็จะเป็นสัมมาสมาธิ

ส่วนมิจฉาสมาธินั้น เป็นการทำสมถะที่ไม่ถูกต้อง
คือไปกดข่มจิตไว้ให้สงบ แต่สงบแบบซึมๆ ทื่อๆ นิ่งๆ เฉยๆ
และไม่มีความตั้งมั่นในการรู้อารมณ์ต่างๆ จึงไม่สามารถใช้ในการทำวิปัสสนาต่อได้

ถาม : ในทางปฏิบัติ การนั่งสมาธิเพื่อทำสมถะ(แบบสัมมาสมาธิ) กับ การเจริญวิปัสสนา ก็คือรู้ลมหายใจ  และตามรู้อารมณ์ที่เกิดขึ้นด้วยจิตที่ตั้งมั่น เหมือนกัน
ต่างกันที่ผลการปฏิบัติว่าจะเห็นไตรลักษณ์หรือไม่ ?

ตอบ : ใช่ครับ
ถ้าเป็นสมถะ จิตจะสงบ ไม่เห็นไตรลักษณ์ แต่จิตได้พักและมีกำลัง
ถ้าเป็นวิปัสสนา จิตจะตามรู้กายตามรู้จิตที่เกิดดับไปเรื่อยๆ ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Page 1 of 41234