คำชี้แจง

    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด


    จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง

    ขอแสดงความนับถือ
    Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องที่ได้รับความนิยม

เรื่องล่าสุด

Dhammada News : หลวงพ่อปราโมทย์มาแสดงธรรมที่ศาลาลุงชิน 19 ก.พ. 55

แจ้งข่าว หลวงพ่อปราโมทย์มาแสดงธรรมที่ศาลาลุงชิน ถ.แจ้งวัฒนะ ในวันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 นี้ครับ

ตั้งแต่เวลา 8.30 น. – 10.00 น.

แนะนำให้มาถึงศาลาก่อน 7.30 น. เพื่อจะได้มีที่นั่งครับ

>>> ท่านที่นำรถมา แนะนำให้นำรถจอดเข้าด้านในของทีจอดรถภายในบริเวณของศาลาฯ ที่เตรียมไว้ให้เท่านั้น หากท่านไม่ต้องการนำรถเข้ามาจอดภายใน ก็ขอให้นำรถไปจอดที่ห้างโลตัส หรือ บิ๊กซี ทั้งนี้ขอความกรุณาอย่าจอดกีดขวางหน้าบ้านของชุมชนใกล้เคียงศาลาฯ <<<

แผนที่ศาลาลุงชิน

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ที่นี่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

รักษาศีลให้รักษาที่ใจ

mp3 (for download) : รักษาศีลให้รักษาที่ใจ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

รักษาศีลให้รักษาที่ใจ

รักษาศีลให้รักษาที่ใจ

หลวงพ่อปราโมทย์ : การปฏิบัติธรรมจริงๆไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรหรอก การปฏิบัติธรรมจริงๆปฏิบัติไปก็เพื่อขัดเกลากิเลสออกจากใจของเราไปเป็นลำดับๆ กิเลสหยาบๆ ราคะ โทสะ โมหะ โกรธแรงๆโลภแรงๆ หลงแรงๆฟุ้งซ่านมากๆอะไรงี้ มันจะทำให้คนเราทำผิดศีล งั้นเราก็ตั้งใจรักษาศีลไว้ก่อน

ศีลในเบื้องต้นต้องตั้งใจรักษา อย่างเรากล่าวปฏิญาณนะ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ เป็นการบอกเลยเราเป็นลูกมีพ่อมีแม่นะ เราก็ต้องทำตามพ่อตามแม่ของเราสอนให้ได้ ไม่ใช่รับศีลเล่นๆหรอก เรารับไปก็เพื่อเอาไปปฏิบัติ เพื่อขัดเกลาตัวเองให้สมกับที่เราเป็นลูกพระพุทธเจ้า ให้สมกับที่เราเกิดมาในแวดวงของธรรมะ ถ้าเรารับแล้วก็ทิ้งไปเปล่าๆไม่มีประโยชน์

งั้นศีลก็เอาไว้เพื่ิอขัดเกลาตัวเองนั่นเอง อย่างคนเราจะทำผิดศีลได้นะ วิธีจะรักษาศีลให้ดีนะไม่ใช่แค่ตั้งใจจะรักษาศีล ไม่ใช่แค่มาขอกับพระ มาขอศีลแป๊บเดียวแต่เดี๋ยวเดียวศีลขาดแล้ว ศีลขาดง่ายมากนะโดยเฉพาะศีลข้อ ๔ ศีลข้อ๔ไม่ใช่แค่มุสาวาท ไม่ใช่แค่โกหก มันรวมไปถึงการพูดที่ไม่ดีอย่างอื่นอีกเยอะแยะเลย เช่นการพูดส่อเสียดยุให้เค้าทะเลาะกัน การพูดคำหยาบ การพูดเพ้อเจ้อ พูดเพ้อเจ้อก็คือพูดโดยที่ไม่จำเป็นต้องพูด มีมั้ยพวกเรามีมั้ย วันๆนะเราพูดโดยที่ไม่จำเป็นต้องพูดเยอะมากเลย การที่เราพูดอะไรต่ออะไรโดยไม่จำเป็นต้องพูดเนี่ย สิ่งที่ได้มาก็คือความฟุ้งซ่านของจิต จิตไม่สงบหรอก งั้นศีลนี่แหล่ะเป็นการขัดเกลาเบื้องต้น

แต่ว่าเราจะขัดเกลาได้ไม่ใช่แค่ไปขอศีล ต้องรู้จักวิธีรักษาศีลที่ดี การรักษาศีลที่ดีไม่ใช่รักษาที่กายที่วาจา คนเราทำผิดศีลได้เพราะใจมันทำผิดศีลก่อน ใจมันต้องชั่วซะก่อนนะ กายวาจามันถึงจะชั่วตาม อย่างใจเรามีโทสะแรงๆเราถึงจะฆ่าเค้าได้ ตีเค้าได้ด่าเค้าได้ ทำลายทรัพย์สินเค้าได้ ใจของเราต้องมีราคะก่อนนะถึงจะไปปล้นฆ่าเค้าได้ ไปชิงทรัพย์เค้าได้ เป็นชู้กับเค้าได้ พูดจาหลอกลวงนะอะไรต่ออะไรเยอะแยะ สิ่งเหล่านี้มันเกิดมาจากใจเราทั้งสิ้นเลย

เพราะนั้นถ้าเราอยากรักษาศีลให้มันตลอดรอดฝั่งนะ มารักษาที่ใจ เครื่องมือในการที่จะรักษาศีลที่ใจเราได้ดีนะก็คือสตินั่นเอง สติเนี่ยเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเลย ถ้ามีสติถึงจะมีศีล ถ้าขาดสติคุณงามความดีทั้งหลายหายหมดเลย เพราะนั้นสิ่งสำคัญมากที่เราจะต้องพัฒนาขึ้นมาให้ได้คือความมีสติ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ โรงพยาบาลราชบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๔

CD: ธรรมเทศนานอกสถานที่ โรงพยาบาลราชบุรี
File:
541207
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๕๕ ถึงนาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๕๐

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ที่นี่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ดูจิต(จิตตานุปัสนา) 2 ขั้น เห็นไตรลักษณ์ของขันธ์

ดูจิต(จิตตานุปัสนา) 2 ขั้น เห็นไตรลักษณ์ของขันธ์

การดูจิตมี ๒ ขั้น
ขั้นแรกดูจิตให้เกิดสติเกิดจิตตั้งมั่น ถ้าทำแค่นี้ปัญญาไม่เกิด

ขั้นที่สอง ดูจิตด้วยความมีสติมีความตั้งมั่น เพื่อให้เห็นไตรลักษณ์ (เจริญปัญญา)
ซึ่งเมื่อมาเจริญปัญญาได้
จิตจะมารู้ขันธ์ห้า (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) ด้วยความมีสติมีความตั้งมั่น
ถ้ามารู้รูป(ร่างกาย)จะรู้สึกว่า ร่างกายกับจิตเป็นคนละส่วน
จะเห็นว่าร่างกายมันไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตน
ถ้ามารู้เวทนา จะรู้สึกว่า เวทนากับจิตเป็นคนละส่วน
จะเห็นว่าเวทนามันไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตน
หรือถ้ามารู้จิต ก็จะเห็นว่า จิตเองก็ไม่เที่ยง บังคับไม่ได้
การเห็นขันธ์แต่ละขันธ์เป็นคนละส่วนกัน เป็นไตรลักษณ์เหมือนๆ กัน
นี่แหละครับคือการหัดแยกขันธ์

การจะแยกขันธ์ เราก็เพียงมีสติรู้สภาวะไปแบบเป็นคนดู
แล้วขันธ์จะแยกให้เห็นเอง เห็นไตรลักษณ์ของขันธ์ได้เองครับ
:D

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ที่นี่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

ทำไมภาวนาไม่ก้าวหน้า?

mp 3 (for download) : ทำไมภาวนาไม่ก้าวหน้า?

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทำไมภาวนาไม่ก้าวหน้า

ทำไมภาวนาไม่ก้าวหน้า

หลวงพ่อปราโมทย์ : มาทีหลังอ่านแด่เธอผู้มาใหม่ไว้ยังมีพิมพ์แจกอยู่เปล่าไม่รู้ไม่ได้ แจกแล้วนะที่นี่พวกเก่าๆแล้ว แด่เธอผู้เก่าซ้ำซากอะไรเนี้ยเดี๋ยวต้องแต่งอีกเล่ม แด่เธอผู้ภาวนาเก่าซ้ำซากทำไมไม่ก้าวหน้า ไม่ก้าวหน้านะ อันแรกเลยก็คือไม่ต่อเนื่อง ไม่ต่อเนื่องทำๆหยุดๆนั่นแหล่ะ อีกอันสมาธิไม่ค่อยพอฟุ้งซ่านซะเยอะวันๆนึงนะ งั้นทำในรูปแบบเพิ่มสมาธิขึ้น หากเราทำทุกวันๆนะความต่อเนื่องมันก็มี งั้นทำในรูปแบบสำคัญนะจะแก้จุดอ่อนของฆราวาสได้อย่างดีเลย ฆราวาสจุดอ่อนสำคัญเลยไม่ต่อเนื่องกับสมาธิไม่พอ งั้นทำในรูปแบบไว้


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๔ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๒
Track: ๒
File: 540917B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๔๓ ถึง นาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๓๘

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ที่นี่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : พุทโธไว้ตลอดเวลา

พุทโธไว้ตลอดเวลา

ถาม : อยากถามว่าการที่เราพยามบริกรรมพุทโธให้ได้ตลอด เหมือนที่ครูบาอาจารย์บอกให้พุทโธไว้ตลอดเวลายืนเดินนั่งนอน เราแค่บริกรรมส่วนสภาวะไรจะเกิดเราไม่ได้คาดหวัง คือการทําความเพียรใช่ไหมคะ ?

ตอบ : การบริกรรมพุทโธ ต้องดูด้วยครับว่า บริกรรมเพื่ออะไร
ถ้าจะบริกรรมเพื่อเจริญสติเจริญปัญญา
ก็บริกรรมไปสบายๆ บริกรรมแล้วหัดรู้ทันจิตใจไป
เช่นบริกรรมแล้ว เผลอไปคิดก็ให้รู้มันจิตที่เผลอไปคิด
บริกรรมแล้ว จิตหลงออกไปมอง ไปฟัง ฯลฯ ก็รู้ทันว่าจิตหลงไป
บริกรรมแล้ว จิตเกิดกิเลส ก็ให้รู้ทันจิตที่มีกิเลส
ไม่ใช่บริกรรมแบบพยายามจะขังจิตไว้กับคำบริกรรม
สรุปว่า บริกรรมแล้วจิตเป็นอย่างไร มีสภาวะอะไรเกิดขึ้น ก็ให้รู้ทันจิตไปครับ

ส่วนที่จะพยามบริกรรมพุทโธให้ได้ตลอดเวลายืนเดินนั่งนอน
ก็ต้องดูด้วยนะครับว่า เวลานั้นเหมาะที่จะบริกรรมหรือไม่
อย่างเวลาทำงานที่ต้องคิด ทำงานที่ต้องใช้ความระมัดระวังมาก
ก็คงไม่สามารถบริกรรมได้ครับ
ดังนั้นถ้าจะภาวนาให้ได้ตลอดเวลา
ทางที่ดี ก็ควรจะหัดรู้สึกตัวไว้เรื่อยๆ
หรือใช้เครื่องอยู่ที่เหมาะกับกิจกรรมที่กำลังทำ
(ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องอยู่เหมือนกันตลอดทั้งวัน)
หัดไปเท่าที่พอจะมีโอกาสทำได้
และเมื่อมีโอกาสภาวนาแล้วก็ภาวนาให้เต็มที่เลยครับ

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ที่นี่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

สิ่งที่ผิดมี ๒ อันเท่านั้น คือ เผลอ กับ เพ่ง

mp 3 (for download) : สิ่งที่ผิดมี ๒ อันเท่านั้น คือ เผลอ กับ เพ่ง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

สิ่งที่ผิดมี ๒ อันเท่านั้น คือ เผลอ กับ เพ่ง

สิ่งที่ผิดมี ๒ อันเท่านั้น คือ เผลอ กับ เพ่ง

หลวงพ่อปราโมทย์ : สิ่งที่ผิดมี ๒ อันเท่านั้นแต่ว่าครองโลกเลย เผลอกับเพ่ง ใจจะเผลอๆๆลืมตัวเองไปด้วย อีกอย่างนึงก็นั่งเพ่งเอาไว้ นิ่ง เผลอก็ไม่ได้รู้สึกตัว เพ่งก็ไม่ได้รู้สึกตัว เผลอหย่อนเกินไป เพ่งตึงเกินไป เผลอเป็นกามสุขัลลิกานุโยค เพ่งเป็นอัตตกิลมถานุโยค ความสุดโต่ง ๒ ฝั่ง ตรงกลางที่ไม่เผลอไม่เพ่งก็คือรู้

พยายามรู้ตัวรู้สึกตัวเรื่อยๆ พุทโธไปก็ได้ใจหนีไปคิดรู้ทัน หายใจไปใจหนีไปคิดรู้ทัน ดูท้องพองยุบใจหนีไปคิดรู้ทันอันนี้มันเผลอไป พุทโธแล้วก็ไปบังคับจิตให้นิ่งให้รู้ทันอันนี้เพ่งไป หายใจแล้วจิตไปเกาะนิ่งอยู่กับลมหายใจไปเกาะอยู่ที่ท้องอันนี้ก็ตึงเกินไป ให้รู้ทัน เดินจงกรมจิตไหลไปอยู่ที่เท้าอันนี้ก็ตึงเกินไป เดินจงกรมนะเพ่งกายทั้งกายเห็นร่างกายเดินนะแต่ดูแบบเคร่งเครียดเนี่ยรู้สึกทั้งตัวรู้สึกทั้งตัว อันนี้ก็ตึงเกินไป ไปเพ่งไว้ที่เท้าอันเดียวก็ตึงเกินไป เพ่งร่างกายทั้งร่างกายก็ตึงเกินไป ใจมันตึงเครียด เดินจงกรมจิตหนีไปคิดอันนี้หย่อนเกินไป ให้คอยรู้ทัน จิตหย่อนเกินไปให้รู้ทัน จิตตึงเกินไปให้รู้ทัน แล้วตรงไหนที่พอดี ตรงที่รู้ทันไงง่ายนิดเดียวเห็นมั้ย ไม่ได้บอกว่าห้ามตึงห้ามหย่อนนะ บอกตึงไปก็รู้ทันหย่อนไปก็รู้ทัน แล้วตรงไหนพอดี ตรงที่รู้ทันนั่นแหล่ะพอดี


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๔ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๒
Track: ๒
File: 540917B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑ วินาทีที่ ๔๕ ถึง นาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๔๗

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ที่นี่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

Page 1 of 33812345102030...Last »