สภาวะประคองจิตให้นิ่ง คืออะไร และแก้ไขอย่างไร?
สภาวะที่ประคองนิ่ง หมายถึงการที่เรายังมีความยินดีพอใจกับจิตที่นิ่งๆ
หรือเพราะรู้สึกว่าภาวนาแล้วจิตต้องนิ่งๆ จึงยังมีเจตนาที่จะทำจิตให้นิ่งๆอยู่
ซึ่งจริงๆแล้ว เราไม่ได้ภาวนาเพื่อจะเอาจิตที่นิ่งๆ
แต่เพื่อให้เห็นจิตตามที่เป็น เช่นโกรธก็ให้รู้ว่าโกรธ
เมื่อรู้ว่าโกรธแล้ว จิตจะเป็นอย่างไรเราก็ตามรู้ไปตามที่เป็น
ในที่สุดก็จะเห็นจิตที่เกิดๆดับๆ จนเกิดปัญญาขึ้นมา
ซึ่งปัญญาที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้เกิดเพราะเราไปรักษาจิตให้นิ่งๆครับ
คุณ ลองสังเกตดูนะครับว่า ลึกๆแล้วยังรู้สึกดีต่อจิตนิ่งๆ หรือไม่
แล้วยังมีเจตนาจะตามดูกายดูจิตโดยคาดหวังว่าดูแล้วจิตต้องดีต้องนิ่งๆหรือไม่ครับ
พอเห็นความยินดี เห็นความพอใจ ก็ให้รู้ว่ามีความยินดีพอใจ
ไม่ต้องไปดูที่นิ่งๆสบายๆ นะครับ
ขณะที่เราไปรู้ที่จิตซึ่งมีความยินดีพอใจ จิตจะไม่ได้แช่อยู่ในความสบายได้ชั่วขณะ
หัดดูบ่อยๆ แล้วจะค่อยๆเห็นว่า
หลังจากรู้ว่าจิตมีความยินดีพอใจได้ชั่วขณะหนึ่งแล้ว
จะเห็นว่าจิตไหลไปหาความนิ่งๆสบายๆอีก
หากเห็นว่าจิตไหลไปหาความนิ่งๆสบายๆ ได้
ต่อไปพอจิตเริ่มไหล สติก็จะเกิด แล้วจิตจะไม่ติดอยู่กับความนิ่งๆสบายๆเองครับ
ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่
สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้
ที่นี่
เรื่องที่เกี่ยวข้อง:
mp 3 (for download) : จุดอ่อนของฆราวาส
Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here . You also need to have JavaScript enabled in your browser.
หลวงพ่อปราโมทย์ : ฆราวาสเนี่ยมีจุดอ่อนที่ความต่อเนื่อง ไม่โง่นะ ฆราวาสไม่ได้โง่กว่าพระหรอก ภาวนานะจับหลักได้ ดีไม่ดีเร็วกว่าพระอีก ยกเว้นพระพวกนี้นะพวกนี้พระจีเนียส ฉลาดจนกระทั่งภาวนายาก คิดมาก
นี่โยมเรียนรู้เนี่ยโยมเรียนได้เร็ว แต่โยมไม่ต่อเนื่องหรอก โยมพร้อมจะทิ้งการปฏิบัตินะไปทำอย่างอื่นก่อนแล้วว่างๆจะมาทำใหม่ โยมเนี่ยไม่เข้าใจอย่างนึงนะ ถึงเข้าใจแต่ก็ทำเป็นไม่เข้าใจว่าจริงๆแล้วการปฏิบัติไม่เบียดบังเวลาทำมาหากินเลย ไม่เบียดบังเวลาที่จะดูแลครอบครัวของตัวเองเลย อย่างเลี้ยงลูกก็ภาวนาได้ใช่มั้ย คุยกับสามีก็ภาวนาได้มันพูดอะไรก็ขัดหูทุกคำนะ ถ้าคุยกับแฟนใช่มั้ยก็ภาวนาได้มันพูดอะไรก็ชื่นใจทุกคำ พอมันเปลี่ยนสถานะภาพนะมันพูดแล้วมันเปลี่ยนความรู้สึกไปอีกนะ แฟนกับภรรยาก็ให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนกัน ถ้าแฟนตอนไปจีบเค้าใหม่ๆมันก็ตื่นเต้นใช่มั้ย จีบแล้วก็แหมหวานชื่นแต่งแล้วก็งั้นๆแหล่ะ อย่าไปบอกใครเค้านะ อันนี้เป็นความลับเฉพาะตัวพวกผู้ชายคุยกันนะผู้หญิงห้ามได้ยินนะนี่เค้าเรียกพูดแบบลิเกใครเคยดูลิเกบ้าง
ความรู้สึกเรานี่แหล่ะเปลี่ยน เพราะงั้นไม่ว่าเราจะทำอะไรนะเราดูได้ ยกเว้นเท่านั้น เวลาที่ทำงานที่ต้องใช้ความคิด อย่างบางคนจะเขียนซอฟท์แวร์ ขืนไปนั่งดูจิตสิเค้าก็ไล่ออกจากงาน มันเขียนไม่ได้ งั้นเวลาที่ทำงานที่ใช้ความคิดเท่านั้นแหล่ะที่ยกเว้น เวลาที่เหลือเนี่ยไม่เบียดบังเลย ไม่เบียดบังการปฏิบัติเลย ไปกินเลี้ยงกับเพื่อนก็ได้เ ห็นมันเฮๆฮาๆมันคุยกัน ใจเราขำขึ้นมารู้ว่าขำ คอยรู้ของเรา ทำได้ทั้งนั้นแหล่ะ จะขึ้นรถลงเรือจะทำอะไรนะทำได้ทั้งนั้นน่ะ มันไม่ได้เบียดบังเวลา
ไอ้ที่บอกว่าไม่มีเวลาปฏิบัติน่ะมีสองชอยส์เท่านั้น อันหนึ่งไม่รู้จักวิธีปฏิบัติไม่รู้จักการเจริญสติที่แท้จริงเลยคิดว่าไม่มีเวลาปฏิบัติ อีกอันนึงพวกขี้เกียจโดยสันดานหาข้ออ้างว่าไม่มีเวลา งั้นอย่าว่าไม่มีเวลามาพูดนะ หลวงพ่อเคยอ่านประวัติหลวงพ่อเกษม เขมโก มีคราวนึงในหลวงคุยกับท่านในหลวงเล่าบอกว่าผมงานเยอะ ในหลวงงานเยอะเราคงไม่เควชชั่นใช่มั้ย (ท่านบอก) ผมงานเยอะนะ แต่ผมแบ่งซอยชีวิตของตัวเองเป็นช่วงเล็กๆ งั้นท่านมีเวลาเหลือสองนาทีสามนาทีท่านดู ของเราถ้ามีเวลาเหลือซักสิบนาทีเราจะโยนทิ้ง เราจะเถลไถลเตลิดเปิดเปิงไป สะสมกิเลสไปสิบนาที มีเวลาห้านาทีเราก็เอาเวลาห้านาทีไปสะสมกิเลสห้านาที พระเจ้าอยู่หัวไม่ได้ทำงั้น ท่านบอกท่านมีเวลาสองสามนาทีท่านก็ดูเอา อย่างท่านนั่งรถไปท่านจะต้องไปกล่าวสปีชอะไรเนี้ย ท่านก็นั่งดูๆไปดูที่เค้าร่างมาให้ท่านไม่ร่างเองหรอกดูเค้าร่างมา ดูพอเข้าใจประเด็นเข้าใจพอยท์แล้ว เวลาที่เหลือสองสามนาทีอะไรงี้ท่านดูของท่าน ท่านว่างี้
นี่ท่านภาวนาของท่านอย่างนี้ ท่านภาวนาเก่งนะ ท่านภาวนาเก่ง งานท่านก็เยอะท่านทำได้ เราก็ต้องเอาอย่างท่านบ้างนะ อย่ามาอ้างเลยว่างานเยอะ หลวงพ่อเมื่อก่อนอยู่สภาความมั่นคงงานเยอะนะ แต่ทำไมภาวนาได้ เพราะเราดูของเราตั้งแต่ตื่นตอนตื่นยังไม่มีใครใช้งานเรานี่ ตอนอาบน้ำตอนกินข้าวตอนนั่งอึนั่งฉี่ทำไมทำไม่ได้เหรอ เอาเวลาไปทำอะไรเอาเวลาไปใจลอยน่ะสิใช่มั้ย จนกระทั่งภาวนาชำนิชำนาญแล้วนะถึงเข้าห้องน้ำถึงเอาการ์ตูนไปนั่งอ่าน สมัยพากเพียรทำความเพียรไม่มีหรอกมีแต่ดูเอาดูเอาตลอดเลย
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๖
Track: ๔
File: 510801.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๑๒ ถึง นาทีที่ ๒๘ วินาทีที่ ๑๗
ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่
สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้
ที่นี่
เรื่องที่เกี่ยวข้อง:
สละทรัพย์เป็นตัณหาหรือพัฒนาจิต
…
ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่
สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้
ที่นี่
เรื่องที่เกี่ยวข้อง:
mp3 for download: 520704B_seebodyseemind
Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here . You also need to have JavaScript enabled in your browser.
ถ้าดูจิตไม่เห็นดูกายไปก่อน
โยม : เมื่อก่อนตอนที่มาครั้งแรกค่ะหลวงพ่อบอกให้หนูดูกายใช่มั้ยคะ ก็รู้สึกว่าตัวเองนี้เราขนาดทำงานอยู่แต่ว่าใจชอบจะไหลไปคิด
หลวงพ่อปราโมทย์ : อ้อ นั่นแหล่ะ รู้กายไปนะแล้วมันจะเห็นจิต ดูกายเนี่ยกายมันเป็นบ้านของจิต อยู่ๆเราไปดูจิตตรงๆบางคนดูไม่เห็น ถ้าดูจิตไม่เห็นดูกายไปก่อน เหมือนเราอยากหาเจ้าของบ้าน ยังไม่เจอเจ้าของบ้าน เราไปเฝ้าหน้าบ้านไว้เห็นร่างกายมันทำงานไป
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อวันเสาร์ ที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๒ หลังฉันเช้า
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๑
File: 520704B
ระหว่างนาทีที่ ๔๗ วินาทีที่ ๓๑ ถึง นาทีที่ ๔๗วินาทีที่ ๕๗
ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่
สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้
ที่นี่
เรื่องที่เกี่ยวข้อง:
ไฟแม้จะเผาผลาญทุกอย่าง แต่ไม่สามารถไหม้รูปหลวงปู่เทสก์ได้(ไหม้ได้แค่ขอบๆ)
ขอเชิญพุทธศาสนิกชน ร่วมทำบุญบูรณะสร้างศาลาเอนกประสงค์ และกุฏิพระสงฆ์ แทนหลังเดิมเนื่องจากเกิดเหตุไฟไหม้ เมื่อวันที่่ ๙ พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุไฟไหม้เกิดจากไฟฟ้ารัดวงจรทำให้เพลิงไหม้เสนาสนะทั้งสิ้น 3 หลังได้ ได้แก่ ศาลาเอนกประสงค์ 1 หลัง และ กฏิพระสงฆ์ 2 หลัง ซึ่งศาลาดังกล่าวเป็นที่เก็บอุปกรณ์เครื่องใช้ในวัดทั้งหมด และเป็นที่เก็บหนังสือ ทำให้อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในวัด ผ้าจีวร บาตร ฯลฯ ถูกไฟไหม้ทั้งหมด
คณะศิษยานุศิษย์ฯ จึงใคร่ขอบอกบุญมายังผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ร่วมบริจาคบูรณะเสนาสนะดังกล่าว เพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้เหมือนเดิมต่อไป
ร่วมทำบุญโดยโอนเงินผ่านทางบัญชี
ชื่อบัญชี วัดป่าเชิงเลน โดยพระอาจารย์ภัลลภ อภิปาโล
ธนาคารกรุงไทย สาขาปิ่นเกล้า
เลขที่ ๐๓๑-๑-๕๖๓๘๗-๒ (031-1-56387-2)
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :
วัดป่าเชิงเลน โทรศัพท์ ๐๒-๘๖๕-๕๖๔๕ และ ๐๒-๘๖๕-๕๖๔๖
.
.
.
.
ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่
สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้
ที่นี่
เรื่องที่เกี่ยวข้อง: