Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ถ้าไม่มีโอกาสไปส่งการบ้านกับ ลพ.ปราโมทย์เพื่อรับการชี้แนะจะทำอย่างไร?

ถ้าไม่มีโอกาสไปส่งการบ้านกับ ลพ.ปราโมทย์เพื่อรับการชี้แนะจะทำอย่างไร?

ถ้ายังไม่มีโอกาสก็ให้ฟังซีดีบ่อยๆ แล้วค่อยๆ สังเกตว่าที่เราภาวนาอยู่นั้น
รู้ว่าหลงไปคิดได้บ่อยหรือไม่ เห็นกิเลสเกิดดับได้ชัดขึ้นหรือไม่
เห็นอะไรแล้วจิตเป็นกลางและแค่รู้ได้มากขึ้นหรือไม่
ถ้ารู้ว่าหลงคิดได้บ่อย  เห็นกิเลสเกิดดับได้ชัดขึ้น
เป็นกลางมากขึ้นก็แสดงว่าภาวนามาได้ดีแล้วครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทางวิปัสสนา (๑๐) เมื่อมีสมาธิชนิดจิตตั้งมั่นแล้ว ให้หัดแยกกายกับใจ

mp3 for download : ทางวิปัสสนา (๑๐) เมื่อมีสมาธิชนิดจิตตั้งมั่นแล้ว ให้หัดแยกกายกับใจ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางวิปัสสนา

ทางวิปัสสนา

หลวงพ่อปราโมทย์ : การจะเจริญปัญญาอย่างแท้จริงนั้น ไม่ใช่เรื่องยากอะไร การเจริญปัญญานั้นคือการเรียนรู้ความจริงของสิ่งที่ประกอบกันเป็นตัวเรา สิ่งที่เรียกว่าตัวเราก็คือกายกับใจนี้เอง เราอาศัยจิตที่ตั้งมั่นเป็นคนดูเนี่ย เป็นจุดสตาร์ตในการเดินปัญญา พอจิตเราตั้งมั่นแล้วนะ เราก็นั่งดู

ยกตัวอย่างพวกเราตอนนี้ก็นั่งอยู่ นั่งไปแล้วก็ดูไป ร่างกายที่นั่งอยู่ ร่างกายที่หายใจอยู่ ร่างกายที่พยักหน้าอยู่ ร่างกายที่กระดิกกระดิกอยู่ เป็นสิ่งที่จิตไปรู้เข้า ร่างกายที่กำลังขยับตัวอยู่เนี่ย เป็นสิ่งที่จิตไปรู้เข้า ค่อยๆหัดสังเกตตรงนี้ แล้วหัดไปเรื่อยนะ สุดท้ายเราจะแยกได้ว่า ร่างกายก็อยู่ส่วนหนึ่ง จิตก็อยู่ส่วนหนึ่ง ถ้าจิตของเราตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดูได้ จะไม่ยากเลยที่จะเห็นว่า ร่างกายกับจิตนั้น เป็นคนละอันกัน นี่คือการหัดถอดรถยนต์ให้เป็นชิ้นๆล่ะ

เพราะฉะนั้นพวกเรานั่งอย่างนี้แหละ แล้วก็ดูไป ร่างกายที่นั่งอยู่นี้ เป็นของที่ถูกรู้ถูกดู จิตเป็นคนรู้คนดู ดูอย่างนี้ไปเรื่อย ร่างกายที่หายใจอยู่ เป็นของถูกรู้ถูกดู จิตเป็นผู้รู้ผู้ดู ร่างกายที่เดินอยู่ เป็นของถูกรู้ถูกดู จิตเป็นผู้รู้ผู้ดู นี่ฝึกอย่างนี้ให้ชำนาญนะ ขั้นต้นฝึกอย่างนี้กันก่อน ฝึกแยกกายแยกจิตให้ออกจากกันให้ได้

พอแยกได้ นี่ก็คือการถอดรถยนต์ชิ้นที่ ๑ นะ ถอดออกมาปุ๊บ ได้ ๒ ชิ้น ถอดครั้งแรกจะได้ ๒ ชิ้น นึกออกมั้ย ยกตัวอย่างเรามีรถยนต์อยู่คันหนึ่ง ถอดล้อออกมา กลายเป็น ๒ ชิ้น ใช่มั้ย คือรถยนต์ทั้งหมดที่เหลือกับล้อ แยกออกมา เนี่ยเราถอดครั้งแรกเลย ก็จะได้สองชิ้น คือกายกับใจ แยกกายกับใจออกจากกัน

550409.21m28-23m12

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ห้องสุวรรณภูมิบอลรูม ชั้น ๒ อาคารบี
บจก. เตียวฮงสีลม บางพลี
วันจันทร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕
ระหว่างเวลา ๑๓:๐๐ – ๑๕:๐๐ น.

File: 550409.mp3 (ไทย)
File: 550409.mp3 (สหรัฐอเมริกาและยุโรป)
เสียงพระธรรมเทศนา ระหว่างนาที่ ๒๑ วินาทีที่ ๒๘ ถึง นาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๑๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เหตุใดรู้ทันความทุกข์แล้วจึงยังทุกข์อยู่ ?

เหตุใดรู้ทันความทุกข์แล้วจึงยังทุกข์อยู่ ?

เห็นทุกข์ก็หัดรู้ทุกข์ไปนะครับ
ไม่ใช่ว่าเห็นทุกข์แล้วจะไม่ให้ทุกข์ จะให้หายทุกข์หรอกครับ
ตอนนี้จิตยังไม่เป็นกลางกับทุกข์ที่เกิดขึ้น ก็เลยยังดิ้นรนจะให้หาย
หัดดูจิตที่ดิ้นรนที่ไม่เป็นกลางไปด้วย พอเป็นกลางได้ก็จะไม่ดิ้นรน
แล้วจะแค่รู้ต่อไปได้ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทางวิปัสสนา (๙) ฝึกสมาธิชนิดมีจิตตั้งมั่นเพื่อให้ถึงขั้นเจริญปัญญา

mp3 for download : ทางวิปัสสนา (๙) ฝึกสมาธิชนิดมีจิตตั้งมั่นเพื่อให้ถึงขั้นเจริญปัญญา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางวิปัสสนา

ทางวิปัสสนา

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทีนี้พวกเราที่ฝึกกันน่ะ ฝึกมั่วๆ ไปฝึกก็จะเอาแต่พุทโธๆจิตสงบไป หรือหายใจไปแล้วจิตสงบไป ดูท้องไปไปจิตสงบไป จิตสงบไปอยู่นิ่งๆเฉยๆอยู่ในอารมณ์อันเดียว จิตชนิดนี้ไม่เดินปัญญาหรอก จิตชนิดนี้จะไปนอนพักผ่อนอยู่เฉยๆ แล้วสดชื่นมีเรี่ยวมีแรงออกมา บางคนติดอยู่ในความสงบนาน ติดอยู่เป็นปีนะ พอหลุดออกจากความสงบแล้วร้ายกว่าเก่าอีกนะ ติดมันติดในความสงบพอออกมากระทบโลกข้างนอกมันทนไม่ได้มันคุ้มคลั่ง เพราะฉะนั้นพวกเข้าวัดบางคน พวกเราสังเกตคนที่เข้าวัดบางคนนะ ถ้าเขาติดสมาธินะอารมณ์เขาจะร้ายกว่าคนปกติอีก

แต่ถ้าฝึกสมาธิชนิดจิตตั้งมั่นจะไม่เป็น จะไม่คุ้มคลั่งอย่างนั้นหรอก เพราะฉะนั้นเรามาฝึกสมาธิให้ได้สมาธิชนิดที่จิตตั้งมั่น พุทโธไปจิตหนีไปคิดรู้ทัน ใครหายใจก็หายใจไปจิตหนีไปคิดรู้ทัน จิตไหลไปอยู่กับลมหายใจรู้ทัน จิตมันเคลื่อนไป จิตเคลื่อนไปคิดก็รู้ทันเคลื่อนไปเพ่งลมหายใจก็รู้ทัน ดูท้องพองยุบอยู่จิตเคลื่อนไปคิดก็รู้ทันเคลื่อนไปอยู่ที่ท้องก็รู้ทัน การที่รู้ว่าจิตเคลื่อนไปนั้น จิตจะตั้งขึ้นเอง จิตจะไม่เคลื่อน จิตที่ไม่เคลื่อนจะตั้งมั่นเด่นดวงอยู่อย่างนั้น เราต้องฝึกตัวนี้ให้ได้ก่อน พอเรามีจิตที่ตั้งมั่นขึ้นมาแล้ว คราวนี้ถึงขั้นของการเดินปัญญาที่แท้จริง

550409.20m04-21m28

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ห้องสุวรรณภูมิบอลรูม ชั้น ๒ อาคารบี
บจก. เตียวฮงสีลม บางพลี
วันจันทร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕
ระหว่างเวลา ๑๓:๐๐ – ๑๕:๐๐ น.

File: 550409.mp3 (ไทย)
File: 550409.mp3 (สหรัฐอเมริกาและยุโรป)
เสียงพระธรรมเทศนา ระหว่างนาที่ ๒๐ วินาทีที่ ๔ ถึง นาทีที่ ๒๑ วินาทีที่ ๒๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : หัดตามรู้ลมหายใจ (อานาปานสติ) แล้วอึดอัด

หัดตามรู้ลมหายใจ (อานาปานสติ) แล้วอึดอัด

ถาม : จดจ่อกับลมหายใจแล้วรู้สึกอึดอัด

ตอบ : เป็นเพราะใช้กำลังพยายามเอาจิตไปปักแช่ที่ลมหายใจ
เพื่อไม่ให้คลาดจากลมหายใจ ก็เลยเกิดอาการอึดอัดครับ

ถาม : พอจิตตามความคิดไปจะใช้เวลานานมากค่ะกว่าจะกลับมา พอกลับมาแล้วก็หลงต่อเป็นแบบนี้ถือว่าเป็นปกติใช่มั้ยคะ

ตอบ : เป็นปกติของคนที่หัดใหม่ๆ ครับ
ให้หัดต่อไปสบายๆ จะหลงตามความคิดไปนานหน่อยก็ไม่เป็นไร
พอรู้ว่าหลงไปก็ให้กลับมารู้สึกตัวไปสบายๆ
หัดมากขึ้น ชำนาญมากขึ้นก็จะหลงตามความคิดสั้นลงเอง
แต่อย่าพยายามทำเพื่อไม่ให้หลงตามความคิดจนกลายเป็นเพ่งลมหายใจแบบข้อแรกนะครับ

ถาม : มีคนบอกมาว่าถ้าตามลมหายใจแล้วเพ่ง ให้ดูความรู้สึกกว้างๆแทน แต่พอดูแล้วตรงหน้าผากจะเกร็งค่ะ จะแก้ยังไงดีคะ

ตอบ : ถ้ายังพยายามทำจิตให้นิ่งให้สงบตามที่อยากให้เป็น
ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปดูอะไรก็จะเพ่งทั้งนั้นแหละครับ
ดังนั้นอย่าตั้งใจว่าทำแล้วต้องนิ่งต้องสงบต้องไม่หลงตามความคิด
แต่ให้ตั้งใจว่า จะไม่ฝืนบังคับจิต จะรู้ไปตามที่เป็น
ส่วนจิตจะเป็นอย่างไรก็ได้ หลงไปก็ได้ นิ่งก็ได้ ฟุ้งก็ได้
หลงก็รู้ นิ่งก็รู้ ฟุ้งก็รู้ไปตามที่จะเป็น
เพราะฉะนั้นให้เอาสิ่งที่ชอบดูมาใช้เป็นเครื่องอยู่
เช่นถ้าชอบดูลมหายใจ ก็ให้หัดดูไปสบายๆ จิตจะหลงไปคิดก็ไม่เป็นไร
รู้ว่าหลงคิดไปเมื่อใด ก็กลับมาเริ่มดูลมหายใจเอาใหม่ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทางวิปัสสนา (๘) สมาธิสงบทำเพื่อพักผ่อน สมาธิจิตตั้งมั่นทำเพื่อเจริญปัญญา

mp3 for download : ทางวิปัสสนา (๘) สมาธิสงบทำเพื่อพักผ่อน สมาธิจิตตั้งมั่นทำเพื่อเจริญปัญญา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางวิปัสสนา

ทางวิปัสสนา

หลวงพ่อปราโมทย์ : จิตนั้นล่ะ เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติธรรมดานะ เดี๋ยวมันก็วิ่งไปดู เดี๋ยวมันก็วิ่งไปฟัง เดี๋ยวมันก็วิ่งไปคิด เราไม่ห้ามมัน แต่ว่าเมื่อจิตวิ่งไปดูวิ่งไปฟังวิ่งไปคิด โดยเฉพาะการวิ่งไปคิดเกิดบ่อยที่สุด นั่งอยู่นี่รู้สึกมั้ยขณะที่ฟังหลวงพ่อพูดเนี่ย บางทีก็มองหน้าหลวงพ่อนิดนึงใช่มั้ย มองแล้วก็ตั้งใจฟัง ฟังได้นิดเดียวนะ แล้วก็สลับไปคิด สังเกตมั้ยทุกคนในห้องนี้ ฟังแล้วก็คิด ฟังแล้วก็คิด สลับกันอยู่ตลอดเวลา เราไม่เคยเห็นนะสิ่งเหล่านี้ถ้าเราไม่ได้ปฏิบัติธรรม อย่างบางคนคิดมากไปเลย สงสัยเลยว่า หลวงพ่อพูดเรื่องอะไร งงไปเลย

สังเกตตัวเองดู ฟังแล้วก็คิด ฟังแล้วก็คิดนะ จิตหนีตลอด จิตไหลตลอด จิตไหลไปดูไหลไปฟังไหลไปคิด โดยเฉพาะจิตไหลไปคิดเกิดบ่อยที่สุด เกิดมากที่สุด เกิดนานที่สุด วันๆหนึ่งเผลอไปคิดนานมั้ย นั้นแหละนานมากนะ บางคนเผลอตั้งแต่ตื่นจนหลับเลย เผลอทั้งวันเลย เผลอวันละครั้งเดียวเผลอตั้งแต่ตืนจนหลับ เรามาหัดปฏิบัตินะ จนกระทั่งเผลอได้วันละร้อยครั้ง พันครั้ง หมื่นครั้ง เผลอไปแว้บรู้สึก แว้บรู้สึก แว้บรู้สึก เผลอเนี่ยสั้นลงแต่เผลอบ่อยๆเผลอสั้นๆ เนี่ยคนปฏิบัตินะ ต้องคอยสังเกตจิต

พุทโธไป พุทโธ พุทโธ จิตหนีไปคิดแว้บรู้ทันว่าจิตหนีไปคิด หายใจไปจิตหนีไปคิดแว้บรู้ทันว่าจิตหนีไปคิด ดูท้องพองยุบไปจิตหนีไปคิดรู้ว่าจิตหนีไปคิด การที่เรารู้ทันว่าจิตมันไหลมันเคลื่อนไปนั้นน่ะ จิตจะตั้งมั่นขึ้นมา จิตตั้งมั่นก็คือจิตทรงสมาธินั่นเอง จิตที่ไม่มีสมาธิก็คือจิตที่ฟุ้งซ่าน นั่นก็คือจิตที่วิ่งออกไปนั่นเอง หลวงปู่ดูลย์เรียกว่าจิตออกนอก

เพราะฉะนั้นเรามาฝึกนะ ขั้นต้น พวกเราทำกรรมฐานอะไรให้ได้สักอย่างหนึ่ง แต่ไมได้ทำเพื่อการบังคับให้จิตนิ่ง เราทำเพื่อจะคอยรู้ทันจิต หายใจไปจิตหนีไปคิด รู้ทัน หายใจไปจิตไหลไปเพ่งที่ลมหายใจ รู้ทัน หายใจไปจิตไหลไปอยู่ที่ท้อง รู้ทัน เดินจงกรมจิตไหลไปอยู่ที่เท้า รู้ทัน คอยรู้ทันจิตของตัวเองเนืองๆ นี่ล่ะบทเรียนที่เรียกว่า จิตตสิกขา เรียนเรื่องจิต ถ้าเราเรียนเรื่องจิตได้ถ่องแท้ เราจะได้สมาธิชนิดที่พร้อมสำหรับการเจริญปัญญา สมาธิสงบนั้นเอาไว้พักผ่อนให้มีเรี่ยวมีแรง สมาธิตั้งมั่่นเป็น ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ไม่หลงไป ไม่ไหลไป เอาไว้เจริญปัญญา คนละงานกันนะ คนละชนิดของสมาธิ

550409.17m25-20m04

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ห้องสุวรรณภูมิบอลรูม ชั้น ๒ อาคารบี
บจก. เตียวฮงสีลม บางพลี
วันจันทร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕
ระหว่างเวลา ๑๓:๐๐ – ๑๕:๐๐ น.

File: 550409.mp3 (ไทย)
File: 550409.mp3 (สหรัฐอเมริกาและยุโรป)
เสียงพระธรรมเทศนา ระหว่างนาที่ ๑๗ วินาทีที่ ๒๔ ถึง นาทีที่ ๒๐ วินาทีที่ ๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ทำไมรู้ทันกิเลสแล้วแต่ก็ยังทำตามกิเลสอยู่?

ทำไมรู้ทันกิเลสแล้วแต่ก็ยังทำตามกิเลสอยู่?

ตอนนี้จิตยังไม่พ้นจากกิเลส กิเลสก็ย่อมเกิดขึ้นได้อยู่ตามเหตุปัจจัยครับ
แล้วก็ไม่ใช่ว่าเราต้องไม่ทำอะไรเลยเวลาเกิดกิเลสนะครับ
การจะทำอะไร ไม่ทำอะไร ต้องขึ้นกับความจำเป็นหรือตามเหตุผลในแต่ละเรื่อง
เช่นถ้าเกิดหิวแล้วอยากกินข้าวมันไก่
ถ้าสามารถกินได้โดยไม่มีผลกับโรคประจำตัว ก็กินได้นะครับ
แต่ก่อนกินก็ให้หัดดูจิตที่อยากกิน กินแล้วจิตเป็นอย่างไรก็ให้ดูจิตไป
แต่ถ้ามีโรคประจำตัวที่ไม่ควรกินข้าวมันไก่ ก็ไม่ควรกิน แล้วก็ดูจิตที่อยากกินไป
พอไปกินอย่างอื่นแล้วจิตเป็นอย่างไรก็หัดดูจิตไป
ส่วนที่ห้ามทำจริงๆ ก็คือ ที่ทำแล้ว ผิดศีล ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทางวิปัสสนา (๗) สมาธิมีสองชนิด ฝึกเพื่อวัตถุประสงค์คนละอย่างกัน

mp3 for download : ทางวิปัสสนา (๗) สมาธิมีสองชนิด ฝึกเพื่อวัตถุประสงค์คนละอย่างกัน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางวิปัสสนา

ทางวิปัสสนา (๖) จุดเริ่มต้นของการฝึกเจริญปัญญา

หลวงพ่อปราโมทย์ : ตรงนี้แหละที่เป็นข้อแตกต่างอย่างยิ่งนะ ระหว่างการทำสมาธิแบบเอาความสงบเป็นที่ตั้ง กับทำสมาธิชนิดที่จะทำให้จิตถอยยออกมาเป็นผู้รู้ผู้ดูเพื่อจะเดินปัญญา สมาธิมันมี ๒ ชนิด

สมาธิชนิดแรก สงบอยู่ในอารมณ์อันเดียว จิตของเราปกติฟุ้งซ่าน หนีไปโน้นหนีไปนี้อยู่ตลอดเวลา เรามาอยู่กับพุทโธไม่ให้จิตหนี มาอยู่กับพุทโธไม่ให้จิตหนีไปไหนเลย จิตสงบอยู่กับพุทโธ ได้สมถกรรมฐาน ได้ความสงบ เรารู้ลมหายใจไม่ให้จิตหนีไปไหนเลย อยู่กับลมหายใจอย่างเดียว เราได้ความสงบได้สมถกรรมฐาน

แต่จะฝึกให้จิตตั้งมั่น ไม่ลืมตัวเอง ต้องฝึกอีกแบบหนึ่ง ทำสมาธิอีกชนิดหนึ่ง สมาธิมี ๒ ชนิด สมาธิที่จิตสงบ อยู่ในอารมณ์อันเดียว มีชื่อทางวิชาการ ชื่อว่าอารัมณูปนิชฌาน อารัมณะคืออารมณ์นั่นเอง จิตนี้แน่วแน่อยู่ในอารมณ์อันเดียว เช่นอยู่กับพุทโธอย่างเดียวไม่หนีไปไหน ไม่นึกไม่คิดอะไร อยู่กับพุทโธ หายใจก็สงบอยู่กับลมหายใจอย่างเดียว ไม่คิดไม่นึกไม่หนีไปไหน อย่างนี้ได้ความสงบเฉยๆ

มีสมาธิอีกชนิดหนึ่ง ชื่อลักขณูปนิชฌาน สมาธิชนิดนี้จิตตั้งมั่นขึ้นมาเป็นคนดู จิตไม่หลงไปในโลกของความคิด ไม่หลงเผลอไป ไม่ไหลไป แต่ตั้งมั่นขึ้นมา วิธีฝึกก็ใช้พุทโธ ใช้ลมหายใจ เหมือนที่ใช้ฝึกทำความสงบนั่นแหละ แต่ปรับวิธีนิดหนึ่ง ถ้าจะทำความสงบเราก็พุทโธให้จิตอยู่กับพุทโธ หายใจให้จิตอยู่กับลมหายใจ ดูท้องพองยุบให้จิตไปอยู่ที่ท้อง เนี่ยจิตได้ความสงบ แต่ถ้าจะฝึกจิตให้ตั้งมั่นนะ หัดพุทโธไปแล้วจิตหนีไปคิด รู้ทัน หายใจไปจิตหนีไปคิด รู้ทัน ไม่ได้บังคับจิตว่าห้ามไปไหน ไม่ได้บังคับจิตว่าต้องอยู่ที่เดียวนิ่งๆ

550409.15m29-17m24

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ห้องสุวรรณภูมิบอลรูม ชั้น ๒ อาคารบี
บจก. เตียวฮงสีลม บางพลี
วันจันทร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕
ระหว่างเวลา ๑๓:๐๐ – ๑๕:๐๐ น.

File: 550409.mp3 (ไทย)
File: 550409.mp3 (สหรัฐอเมริกาและยุโรป)
เสียงพระธรรมเทศนา ระหว่างนาที่ ๑๕ วินาทีที่ ๒๙ ถึง นาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๒๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ช่วงขาลงของการภาวนา

ช่วงขาลงของการภาวนา

การภาวนาก็เหมือนกับงานอื่นๆ ที่ย่อมต้องมีทั้งช่วงขาขึ้นและขาลง
ตอนนี้เป็นช่วงขาลง ก็เลยกลายเป็นว่าภาวนาไม่เป็นเอาซะดื้อ
แต่ไม่ต้องตกใจนะครับ ให้ยอมรับสภาพที่เป็นอยู่ ไม่ต้องดิ้นรนทำให้กลับไปเหมือนเดิม
ไม่ต้องโหยหาสภาวะเดิมๆที่เคยเป็นมาก่อน
เคยปฏิบัติอย่างไร เช่นยกมือทำจังหวะ หรือหัดรู้กายรู้ใจในชีวิตประจำวัน
ก็ให้ทำไปเหมือนเดิม ทำไปสบายๆ แม้จะไม่เกิดสติก็ให้หัดทำไป
เหมือนเริ่มนับหนึ่งใหม่นะครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทางวิปัสสนา (๖) จุดเริ่มต้นของการฝึกเจริญปัญญา

mp3 for download : ทางวิปัสสนา (๖) จดเริ่มต้นของการฝึกเจริญวิปัสสนา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางวิปัสสนา

ทางวิปัสสนา

หลวงพ่อปราโมทย์ : เรามาหัดถอดตัวเอง ทำอย่างไรดี ขั้นแรกเลยนะ เราต้องรู้สึกตัวให้เป็นก่อน ถ้าใจเราลอย ใจเราฟุ้งซ่าน คิดโน่นคิดนี่นะ เราไม่สามารถเรียนรู้เรื่องตัวเราเองได้ สังเกตมั้ย เวลาที่เราใจลอย เราจะไปคิดถึงคนอื่น คิดถึงสิ่งอื่น หรือถ้าคิดถึงตัวเราเอง ก็จะไปคิดถึงเวลาอื่น เช่น คิดถึงตัวเราในอดีต คิดถึงตัวเราในอนาคต มันจะหลงไปหาสิ่งอื่นตลอด

ลองดูก็ได้ ในขณะนี้ ตั้งใจฟังหลวงพ่อ รู้สึกมั้ย ขณะที่ตั้งใจฟังหลวงพ่อเนี่ย ร่างกายเรามีมั้ย ร่างกายเรามีอยู่นะ แต่เราไม่รู้สึก เราลืมร่างกายของเราไป ในขณะนี้จิตใจของเราก็มี แต่พอมาจดจ่อมาฟังธรรมะของหลวงพ่อนะ เราลืมจิตใจของเราเอง สุขหรือเปล่าก็ไม่รู้ ทุกข์หรือเปล่าก็ไม่รู้ เป็นกุศลหรืออกุศลก็ไม่รู้

เมื่อไรใจลอยนะ เมื่อนั้นไม่สามารถรู้กาย ไม่สามารถรู้ใจ ของตัวเองในปัจจุบันได้ ใจลอยอาจจะรู้กายรู้ใจนะ แต่รู้ด้วยการคิดๆเอา คิดถึงเราเมื่อวานซืน คิดถึงเราเมื่อตอนเด็ก คิดถึงคนโน้นคิดถึงคนนี้ มันไม่ใช่ตัวจริงในปัจจุบันนี้ เมื่อไรใจลอย เมื่อนั้นลืมตัวเอง เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามรู้สึกตัวเอง ไม่ลืมตัวเอง

นี่คือจุดตั้งต้นเลยนะ ของการที่จะเจริญปัญญา ถอดตัวเองออกเป็นชิ้นๆได้เนี่ย ขั้นแรกต้องไม่ลืมตัวเอง ถ้าเราลืมตัวเอง เราก็ถอดตัวเองออกเป็นชิ้นๆไม่ได้ เหมือนเเราจะเป็นช่างซ่อม เราลืมรถยนต์ไปนะ ไม่ได้สนใจรถยนต์เลย รถยนต์ก็กองอยู่อย่างนั้น ไม่ได้ถอดออกมาเป็นชิ้นๆเสียที

เพราะฉะนั้นขั้นแรกเลยของการปฏิบัติเนี่ย ต้องอย่าใจลอย วิธีฝึกที่จะไม่ให้ใจลอยทำอย่างไร ขั้นแรกหัดพุทโธก็ได้นะ หัดหายใจก็ได้ จะดูท้องพองยุบก๊ได้ ทำกรรมฐานอะไรก็ได้สักอย่างหนึ่ง เราถนัดพุทโธเราก็ใช้พุทโธ ถนัดรู้ลมหายใจเราก็รู้ลมหายใจ ถนัดดูท้องพองยุบเราก็ดูท้องพองยุบ ถนัดที่จะขยับมือทำจังหวะ อย่างสายหลวงพ่อเทียนขยับมือ เราก็ขยับมือไป อะไรก็ได้ หางานขึ้นมาให้จิตทำสักอย่างหนึ่ง จะพุทโธ จะรู้ลมหายใจ จะดูท้องพองยุบ จะขยับมือทำจังหวะ จะไปเดินจงกรม อะไรก็ได้ ทั้งนั้นเลย แล้วคอยรู้ทันจิต

550409.13m06-15m29

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ห้องสุวรรณภูมิบอลรูม ชั้น ๒ อาคารบี
บจก. เตียวฮงสีลม บางพลี
วันจันทร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕
ระหว่างเวลา ๑๓:๐๐ – ๑๕:๐๐ น.

File: 550409.mp3 (ไทย)
File: 550409.mp3 (สหรัฐอเมริกาและยุโรป)
เสียงพระธรรมเทศนา ระหว่างนาที่ ๑๓ วินาทีที่ ๖ ถึง นาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๒๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ภาวนาแล้วรู้สึกว่าหนทางอีกยาวไกล

ภาวนาแล้วรู้สึกว่าหนทางยังอีกยาวไกล

ถาม : ดูแล้วรู้สึกหนทางอีกยาวไกล นี่เพราะจิตไม่มีกำลังรึป่าวคะแปลว่าที่ทำอยู่ไม่พอรึป่าวคะ อาศัยรู้ลูกเดียว

อยากขอคำแนะนำเรื่องการทำในรูปแบบค่ะเพราะแต่ก่อนติดเพ่ง มีความจงใจปฏิบัติมาก
เลยไม่กล้าทำซักที อาศัยรู้ลูกเดียว รู้เท่าที่จิตจะรู้ของมันเอง ก็แค่พอเห็นว่าอันไหนรู้ได้
อันนั้นก็ชั่วคราว ไม่มีเรา ตอนไหนไม่รู้ ก็เป็นเราไป แต่กระบวนการนี้มันก็เป็นของมันเอง
เพราะเราจะเลิกก็เลิกไม่ได้แล้ว มันไม่ยอมเลิก แต่อะไรละเอียดๆก็ไม่เคยเห็นกับเค้า

ตอบ : หนทางอีกยาวไกล แต่อย่ารีบร้อนครับ รีบร้อนไปก็จะหลุดโค้งเอานะครับ
การภาวนาต้องค่อยๆหัดรู้ไปในชีวิตประจำวันอย่างที่หัดดอยู่นี่แหละครับ
จิตใจก็จะพัฒนามีสติได้บ่อยขึ้น ตั้งมั่นมากขึ้น เป็นกลางมากขึ้นไปตามลำดับครับ
และถ้าหายติดเพ่งแล้ว ก็ให้หาเวลาทำตามรูปแบบบ้างให้ได้ทุกวัน
หรือถ้ายังเพ่งอยู่ก็ให้ทำรูปแบบแค่พอเริ่มรู้ว่าเพ่งก็ให้หยุดพัก
พอจิตคลายออกมาสบายๆแล้ว ก็ค่อยทำต่อครับ
ลองอ่านวิธีการฝึกสติ-รู้สึกตัวด้วยรูปแบบจาก link นี้นะครับ

http://00.wimutti.net/surawat/books/sati-dham-mai-yark.pdf

ถาม : ติดอยู่ตัวนึงคือตัวที่อยู่ๆมันเห็นความจริงของจิตแล้วมันอยากตาย
ทั้งๆที่ไม่เคยอยากทำอะไรแบบนี้มาก่อนความทุกข์ทางโลกจะบีบคั้นยังไงก็ทนมาตั้งมากมาย แต่พอจิตอยากตายนี่มันห้ามไม่ได้เลย
ได้แต่คิดช่วยมันว่า ตายไปก็ใช่จะพ้นทุกข์ แล้วก็ออกไปเดิน ไปทำงานอะไร
แล้วดูกายไป บางครั้งก็คิดว่าเอ้า ตายก็ตาย จะดูมันตาย ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วนี่

ตอบ : เวลาเกิดความรู้สึกอยากตาย แล้วไม่เอากับมัน
ออกไปเดินไปทำอะไรซะอย่างที่ทำอยู่ ดีมากแล้วครับ
เห็นมั้ยครับว่า ความอยากตายก็แค่ความคิดที่เกิดเอง ห้ามก็ไม่ได้
เมื่อมันเกิดแล้ว พอเราไม่ใส่ใจมัน ไม่ทำตามมัน เดี๋ยวมันก็ดับไปเอง

ถาม : เวลาจิตปรุงดี ปรุงชั่วเนี่ย มันรู้สึกว่ามันมาจากความจำทั้งนั้นเลย
ก็ไม่อยากจะเอาทั้งดีทั้งชั่วอีก รู้สึกว่าจิตจะคอยหาช่องหนีทุกข์ไปหาสุขตลอด
ไปหาอันนั้นอันนี้เกาะตลอด เหมือนจิตค่อยๆปรับสมดุล ทุกข์มากก็ปรุงอะไรสุขๆมา
สุขมากก็ปรุงอะไรทุกข์ๆมา

ตอบ : จิตก็ปรุงแต่งไปตามสิ่งที่มากระทบ ตามความจำ ตามความเคยชินนี่แหละครับ
พอมันปรุงอะไรมาแล้ว เราก็หัดรู้หัดดูจิตใจไปแบบที่ดูอยู่นี่แหละครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทางวิปัสสนา (๕) ความจริงตัวเราไม่มี มีแต่ความเห็นผิดว่ามีตัวเรา

mp3 for download : ทางวิปัสสนา (๕) ความจริงตัวเราไม่มี มีแต่ความเห็นผิดว่ามีตัวเรา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางวิปัสสนา

ทางวิปัสสนา

หลวงพ่อปราโมทย์ : วิธีปฏิบัติที่จะมาทำลายความรู้สึกว่ามีตัวเราความโง่ว่ามีตัวเรา จริงๆตัวเราไม่มี แต่ว่าหลงผิดว่ามี เพราะฉะนั้นถ้าใครบอกว่าการปฏิบัติเพื่อละความมีตัวมีตน อันนี้เข้าใจผิด การปฏิบัติธรรม การเจริญวิปัสสนากรรมฐานนั้น ไม่ใช่การปฏิบัติไปเพื่อละความมีตัวมีตน เพราะตัวตนไม่มีมาตั้งแต่แรกแล้ว มีแต่ละความเห็นผิดว่ามีตัวมีตน พวกเราไม่มีตัวมีตนที่แท้จริง มีแต่ความเห็นผิดว่ามีตัวตน

ยกตัวอย่าง สมมุติว่าเราเห็นรถยนต์ ๑ คัน รู้สึกมั้ยว่ารถยนต์มีจริงๆนะ วิธีการที่จะทำให้เห็นว่ารถยนต์ไม่มีนะ จับมันมาถอดเป็นชิ้นๆ รถยนต์ประกอบด้วยอะหลั่ยจำนวนมาก ใช่มั้ย ลูกล้อเป็นรถยนต์มั้ย ลูกล้อไม่ใช่รถยนต์ใช่มั้ย แต่รถยนต์ต้องมีลูกล้อ พวงมาลัยไม่ใช่รถยนต์ ตัวถังไม่ใช่รถยนต์ ใช่มั้ย แต่รถยนต์มีตัวถังมีพวงมาลัย เครื่องยนต์ก็ไม้ใช่รถยนต์นะ แต่รถยนต์มีเครื่องยนต์ เนี่ยมันประกอบกันขึ้นมานะ ในที่สุดเราก็มีความสำคัญมั่นหมายว่ามีรถยนต์จริงๆ ที่จริงมันคืออะหลั่ยจำนวนมากมารวมกัน

สิ่งที่มาสำคัญมั่นหมายว่าตัวเรามีอยู่นะ ก็แยกออกเป็น ๕ กอง ๕ ส่วน ที่เรียกว่า “ขันธ์ ๕” นั่นเอง ไม่มากเท่าอะหลั่ยรถยนต์นะ อะหลั่ยรถยนต์มีเยอะแยะ นับไม่ถ้วน มีน็อตมีอะไร สายฟงสายไฟ เยอะแยะไปหมดเลย มีถังน้ำมัน มีเบรค มีคลัช์ มีอะไร เยอะแยะ

แต่สิ่งที่เรียกว่าตัวเรานั้น แยกออกเป็น ๕ กลุ่ม เท่านั้นเอง เรียนไม่มากหรอก แต่ว่าวิธีการเรียนรู้นั้น แบบเดียวกับการถอดรถยนต์เป็นชิ้นๆ เรามาถอดสิ่งที่เรียกว่าเป็นตัวเรา เป็นชิ้นๆนะ

550409.11m21-13m06

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ห้องสุวรรณภูมิบอลรูม ชั้น ๒ อาคารบี
บจก. เตียวฮงสีลม บางพลี
วันจันทร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕
ระหว่างเวลา ๑๓:๐๐ – ๑๕:๐๐ น.

File: 550409.mp3 (ไทย)
File: 550409.mp3 (สหรัฐอเมริกาและยุโรป)
เสียงพระธรรมเทศนา ระหว่างนาที่ ๑๐ วินาทีที่ ๒๗ ถึง นาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๒๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ไม่แน่ใจว่าตนเองมีจริตแบบไหน จะภาวนายังไง?

ไม่แน่ใจว่าตนเองมีจริตแบบไหน จะภาวนายังไง?

ถาม : ผมไม่แน่ใจว่าผมมีจริตแบบไหน เพราะบางครั้งโทสะเกิดเยอะมาก ส่วนโมหะเกิดประจำ และผมก็รักสบาย ตัณหาเยอะ ราคะก็มี คือแบบว่ายิ่งดูก็ยิ่งเห็นไปเรื่อยๆ ไม่ลดลง -.- ทุกวันนี้ผมไม่มีเครื่องอยู่ครับ โมหะเลยเกิดบ่อย และค่อนข้างยาว ;D

ตอบ : ถ้าโดยมากแล้วเป็นอย่างไรก็จะมีจริตแบบนั้นครับ
แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องจริตนะครับ ให้หัดรู้กายบ้างจิตบ้างไปตามแต่จะเห็นอะไรได้ชัดไปเรื่อยๆ
ไม่ใช่ว่าหัดรู้แล้วกิเลส ตัณหา จะลดลงหรือเบาบางลงไปนะครับ
เพราะตอนนี้เราหัดรู้เพื่อให้เกิดสติให้ได้บ่อยๆก่อน
เมื่อสติเกิดบ่อยแล้ว ก็จะเห็นกิเลส ตัณหา ที่เกิดขึ้นแล้วย่อมต้องดับไป
ซึ่งการเห็นกิเลส ตัณหา เกิด-ดับอยู่บ่อยจะทำให้เกิดปัญญาไปตามลำดับ
เมื่อเกิดปัญญาไปตามลำดับ กิเลส ตัณหาก็จะถูกละไปตามลำดับเองครับ
สำหรับเรื่องเครื่องอยู่นั้น ลองสังเกตนะครับว่า พอจะรู้กายอยู่เรื่อยๆได้หรือไม่
ถ้ารู้กายได้เรื่อยๆก็ใช้กายเป็นเครื่องอยู่ก็ได้ครับ
หรือถ้าไม่ถนัดจะรู้กายอยู่เรื่อยๆ ก็ใช้การรู้สึกตัวอยู่เรื่อยๆเป็นวิหารธรรมก็ได้ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การปฏิบัติต้องต่อเนื่องสม่ำเสมอ

mp 3 (for download) : การปฏิบัติต้องต่อเนื่องสม่ำเสมอ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ธรรมดานะธรรมดา ปกติมันดีอยู่ได้ไม่เกินอาทิตย์นึง

อย่างไปอยู่วัดก็ตื่นตัวขึ้นมาช่วงนึง กลับมาซักพักนึงก็หมดเหมือนกัน ค่อยทำเอา สมัยหลวงพ่อหัดใหม่ๆก็เป็นอย่างนั้น ตอนนั้นรับราชการเนี่ยวันลามันน้อย ต้องเก็บๆวันลาไว้นานๆจะลาได้ทีนึง ไปอยู่วัดหลายๆเดือนถึงจะได้ไปทีนึง กลับมาจิตใจก็ตื่นตัวได้ช่วงนึงแล้วค่อยเหี่ยวแห้งลงเรื่อยๆ เป็นฆราวาสทำได้อย่างนั้น

แต่หน้าที่ของเรานะมันดีก็ทำนะมันไม่ดีก็ทำไป คือการปฏิบัติต้องต่อเนื่องต้องสมำ่เสมอ คือถ้าเราปฏิบัติช่วงไหนเราปฏิบัติแล้วจิตมันดีขึ้น แล้วก็ต่อมาเราเลิกปฏิบัติจิตมันเสื่อมไป เราก็จะสำคัญผิดว่าถ้าเราทำเมื่อไหร่มันก็ดีเมื่อนั้น ไอ้ที่เสื่อมเพราะเราไม่ได้ทำ กลายเป็นว่าไอ้ที่ดีเนี่ยทำได้ทำขึ้นมาได้

แต่ถ้าเราทำต่อเนื่องทุกวันๆนะไม่ละเลย เราจะเห็นเลยว่าช่วงนึงดีขึ้นไปอีกช่วงนึงเสื่อมให้เห็นต่อหน้าต่อตาได้ ถึงจะพยายามเท่าไหร่ๆนะก็เสื่อม ใจมันค่อยยอมรับความจริงว่าสิ่งทั้งหลายมันบังคับไม่ได้ ค่อยๆละความเห็นผิดไป เพราะงั้นต้องทำให้ต่อเนื่องเลย ทำทุกวันๆ พยายามดูไปเรื่อยๆอย่าละเลยนะ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗
Track: ๗
File: 480116B.mp3
ระหว่างวินาทีที่ ๑๘ ถึง นาทีที่ ๑ วินาทีที่ ๕๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : รู้แล้วจบลงที่รู้ เป็นเช่นไร?

รู้แล้วจบลงที่รู้ เป็นเช่นไร?
คำว่า “จบลงที่รู้” หมายถึง
พอรู้ว่าจิตเกิดกิเลส หรือเป็นอย่างไรแล้ว ก็ไม่ต้องทำอะไรที่มากไปกว่า “รู้”
หรือหมายถึงให้เพียงแค่รู้ อย่าไปเจตนาทำอะไรหลังจากที่รู้
ส่วนตัวสภาวะที่เกิดขึ้น จะเป็นอย่างไรก็ให้เค้าเป็นไปตามที่จะเป็น
เช่น พอรู้ว่าโกรธ ก็ให้แค่รู้ ไม่ต้องทำให้หายโกรธ
ไม่ใช่ว่า รู้แล้วความโกรธหรือกิเลสต้องดับทุกครั้งไปนะครับ
ถ้ารู้แล้วยังโกรธอยู่ก็หัดรู้ครั้งต่อไปอีก (รู้ว่ายังมีโกรธ)
แต่ถ้ารู้แล้วเกิดสติ-รู้สึกตัวได้ จะรู้สึกได้ในขณะนั้นว่าความโกรธดับลงไปครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ศีลที่พระอริยะชมเชย

mp 3 (for download) : ศีลอะไรสำคัญที่สุด?

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ศีลตัวที่ต้องเรียนให้มากนะคืออินทรียสังวรศีล ศีล ๕ ศีล  ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ เนี่ยเรียกว่าปาฏิโมกขสังวรศีล

ถ้าเราเรียนอินทรียสังวรศีลได้เนี่ยเราจะได้ศีลหมดเลย อินทรียสังวรศีลเนี่ยเมื่อตามองเห็นรูปความยินดียินร้ายเกิดที่จิต มีสติรู้ทัน ถ้ารู้ไม่ทันกิเลสจะครอบงำจิต ถ้าถูกกิเลสครอบงำจิต ศีลก็เสียไป เมื่อหูได้ยินเสียงความยินดียินร้ายเกิดที่จิตให้มีสติรู้ทัน ถ้ารู้ไม่ทันกิเลสครอบงำศีลขาดอีกแล้ว

ศีลคือความเป็นปกติของจิตที่ไม่ถูกกิเลสครอบงำ เมื่อใจไปรู้ธรรมารมณ์่เช่นไปรู้ความคิดใจไปรู้ความคิด กิเลสเกิดขึ้นที่จิตคือความยินดียินร้ายเกิดที่จิตให้มีสติรู้ทัน เพราะฉะนั้นถ้าเมื่อไรเรามีสติคอยรู้ทันจิตใจของเราเรี่อยๆ อินทรียสังวรศีลจะเกิดขึ้นแล้ว ศีลข้างนอกมันเกิดขึ้นเอง

ยกตัวอย่าง อย่างหนุ่มๆเห็นสาวสวยเค้าก็มีสามีแล้วอะไรเงี้ย แต่ใจมันรัก ใจมันมีราคะมันรักเค้า มีสติรู้ทันราคะครอบงำใจไม่ได้ ไม่ไปเป็นชู้กับเค้า เดินตามหลังคนไปเห็นเค้าทำโทรศัพท์มือถือตกอุ๊ยรุ่นนี้ถ่ายรูปได้ด้วยสวยอยากได้ อยากได้เห็นว่าอยากได้น ะกิเลสครอบงำใจไม่ได้ ก็ไปเรียกเจ้าของมาเอาคืนได้ ไม่ไปเอาของเค้า ข้อผิดศีลข้อลักข้อขโมยก็ไม่มี ความโกรธเกิดขึ้นที่จิตมีสติรู้ทันความโกรธครอบงำใจ ไม่ได้ไม่ไปด่าใครหรอก ไม่ไปฆ่าไม่ไปตีใครหรอก

งั้นถ้ารักษาศีลโดยการมีสติรู้ทันเข้าถึงจิตถึงใจอย่างแท้จริง ศีล ๕ เนี่ยเกิดขึ้นอัตโนมัติ เพราะงั้นศีลที่เกิดจากอินทรียสังวรจนเป็นอัตโนมัติเนี่ย เป็นศีลที่พระอริยะชมเชย เรียกว่าอริยกันตศีล ดีกว่าศีลที่เป็นข้อๆ ถือโดยไม่ได้อยากจะถือ แต่อยากเป็นคนดีก็เลยต้องถือด้วยความจำใจ ส่วนศีลของผู้ปฏิบัติเนี่ยนะเราเห็นเลยว่า ถ้าจิตใจเราเศร้าหมองถูกกิเลสครอบงำมันไม่มีความสุข ไม่ดี สกปรก จิตใจก็ไม่ถูกกิเลสครอบงำ บริสุทธิ์สะอาดผุดผ่องอยู่ มีความสุขอยู่ จิตใจจะรักษาศีลของมันเอง

ถ้ารักษาศีลให้ถึงใจ รักษาง่าย ศีลเกิดขึ้นโดยง่าย ถ้ารักษาศีลอยู่ที่มือที่เท้าที่ปากนะ ถือยากนะ อย่างอยากด่าเค้าแทบจะขาดใจแล้ว อยากด่าเต็มทีพยายามไม่ด่า ลำบาก แต่ถ้ามีสติรู้ว่ามันโกรธเค้าแล้ว เห็นความโกรธเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป มันไม่ด่าเองน่ะ แต่ว่าศีล ๕ จำเป็นนะต้องถือไว้ก่อนขั้นต่ำเป็นเครื่องป้องกันตัว เอาศีล ๕ ไว้ก่อน


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗
Track: ๑๑
File: 480130B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๔๑ วินาทีที่ ๓๖ ถึง นาทีที่ ๔๔ วินาทีที่ ๔๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ช่วงที่เป็นทุกข์มากจนไม่สามารถจะภาวนาได้ควรทำอย่างไร?

ช่วงที่เป็นทุกข์มากจนไม่สามารถจะภาวนาได้ควรทำอย่างไร?

ช่วงนี้จิตใจเป็นทุกข์มากเกินกว่าจะเกิดสติ-รู้สึกตัวได้
คงต้องอดทนให้มากๆไว้ก่อน เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าสภาวะทุกข์มากแบบนี้ก็จะดีขึ้นเอง
ตอนนี้ก็หาอะไรที่ทำแล้วสบายใจ เช่นไปทำบุญทำทานบ้างนะครับ
เพื่อให้จิตได้มีโอกาสได้พักอยู่กับการทำบุญทำกุศลบ้าง
แล้วก็อดทนเตือนตัวเองไปบ้างว่า อะไรที่ผ่านเข้ามาย่อมต้องผ่านไป
ไม่มีใครไม่เคยทุกข์ ไม่มีใครจะมีแต่ความสุขหรือมีแต่ทุกข์ตลอดกาล
อย่าปล่อยใจให้จมไปกับทุกข์โดยไม่ยอมที่จะหัดรู้ทุกข์
ตั้งใจรู้ทุกข์ให้ได้บ่อยๆ แล้วจิตจะค่อยๆคลายออกมาเองครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

บรรลุธรรมเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับอินทรีย์

mp 3 (for download) : บรรลุธรรมเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับอะไร?

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : กรรมฐานก็เลยมีหลายแบบ ทั้งแบบที่ปฏิบัติลำบาก กับแบบปฏิบัติสบาย

บางทีคนกิเลสเยอะๆอาจจะบรรลุเร็วก็ได้ เพราะบรรลุเร็วบรรลุช้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนกิเลสนะ บรรลุเร็วบรรลุช้าขึ้นอยู่กับอินทรีย์แก่หรืออินทรีย์อ่อน สติมีบ่อยมั้ย สัมมาสมาธิเกิดขึ้นมั้ย สามารถรู้การเกิดดับของรูปนามกายใจได้มั้ย ถ้าทำได้ก็เรียกว่าอินทรีย์แก่กล้า ก็บรรลุเร็ว

เพราะฉะนั้นบางคนกิเลสหนาด้วย อินทรีย์แก่กล้าด้วย ทำทุกขาปฏิปทาจริง แต่บรรลุเร็ว ในคัมภีร์พูดถึงพระโมคคลา ปฏิบัติลำบาก ท่านง่วงนอนมาก กิเลสครอบงำมาก นิวรณ์ครอบงำมาก ปฏิบัติลำบาก ท่านก็เดินจงกรมปฏิบัติหามรุ่งหามค่ำไป แล้วท่านก็บรรลุเร็ว ๗ วันท่านก็บรรลุแล้ว เพราะอินทรีย์ท่านก็กล้าด้วย

เพราะฉะนั้นมันไม่ล้างกันนะ ระหว่างกุศลกับอกุศล ไม่ใช่กิเลสเยอะแล้วอินทรีย์ต้องอ่อนเสมอไป ไม่แน่ บางคนมันทำทั้งสองอย่างเลย กิเลสก็ทำนะ ปฏิบัติก็ขยันทำนะ อย่างพระสารีบุตรนะ กิเลสท่านเบาบาง ท่านปฏิบัติง่าย ท่านนั่งฟังพระพุทธเจ้าเทศน์ให้คนอื่นฟัง ตามรู้ตามดูไป แล้วก็บรรลุเร็วด้วยนะ อินทรีย์ท่านแก่กล้าด้วย

ทีนี้พวกเราก็ดูจังหวะของตัวเองนะ ดูเอา ทำอย่างไรสติปัญญาเกิดบ่อย เอาอันนั้น


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๗ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗
Track: ๑
File: 471121A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๕๕ ถึง นาทีที่ ๘ วินาทีที่ ๓๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เทคนิคการเจริญสติด้วยการนับลูกประคำ

เทคนิคการเจริญสติด้วยการนับลูกประคำ

ก็แค่เป็นการใช้กายที่เคลื่อนไหวเล่นลูกปัดเป็นเครื่องอยู่
(ใช้นิ้วเลื่อนเม็ดลูกปัดไปทีละเม็ด)
เหมือนใช้การเดินเป็นเครื่องอยู่ (เดินจงกรม) นั่นเองครับ
คือแทนที่จะนั่งนิ่งๆ ก็นั่งเล่นลูกปัดไป เล่นไปเดี๋ยวจิตก็เผลอไปอยู่กับสิ่งอื่น
จนลืมไปว่ามีกายเคลื่อนไหวอยู่ เผลอไปแล้วเดี๋ยวก็จะนึกได้ว่าเผลอไป
นึกได้แล้วก็มาอยู่กับกายที่เคลื่อนไหวไปอีก

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อยู่ตรงไหน ก็ปฏิบัติตรงนั้น

mp 3 (for download) : อยู่ตรงไหน ก็ปฏิบัติตรงนั้น

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ที่จริงการปฏิบัตินะ เราอยู่ตรงไหน เราก็ปฏิบัติตรงนั้น ยกตัวอย่างบางคนค้าขาย บางคนค้าขายแล้ววันนี้ไม่มีลูกค้าเลย โห.. ใจคอไม่ค่อยสบายเลย ไม่มีลูกค้า รู้ว่า(ใจ)ไม่สบายนะ วันนี้ลูกค้ามาเยอะเลย ดีใจ รู้ว่าดีใจ วันนี้ลูกค้ามาเยอะมากเลย จนเหนื่อยแล้วเหนื่อยอีก อยากจะพักแล้ว ไม่รู้จะ โอ๊ย.. มันจะบ้าซื้ออะไรทั้งวันทั้งคืน ชักรำคาญแล้วนะ รู้ว่ารำคาญ

บางคนเลี้ยงลูกก็ปฏิบัติได้นะ เห็นลูกวิ่ง..หัวเราะมา มันน่ารักจังเลย รู้สึกรัก รู้ทันว่าใจมันรัก เห็นลูกเป็นไข้ไม่สบาย เป็นกังวล รู้ว่ากังวล เพราะฉะนั้นทำอะไรเราก็ปฏิบัติได้ ดูหนังดูละครก็ปฏิบัติได้นะ ดูข่าวดูอะไรก็ทำได้ ดูหนังแล้วเห็นนางเอกสวย เห็นพระเอกหล่อ ใจเราชอบ รู้ว่าชอบ เห็นผู้ร้าย เกลียดมัน รู้ว่าเกลียด

เนี่ย มันจะต่างกับคนทั่วๆไปนิดเดียว คนทั่วๆไปดูหนังนะ พระเอกอย่างโน้น นางเอกอย่างนี้ มัวแต่รู้เรื่องหนัง ผู้ปฏิบัติน่ะดูหนังแล้วก็มาดูใจ ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัว ดูใจของเราบ้าง

โยม : ทีนี้ก็อยากจะปฏิบัติให้จริงจังอะไรอย่างนี้

หลวงพ่อปราโมทย์: อันนี้ล่ะจริงจังสุดขึดแล้ว ส่วนอย่างนี้ไม่จริงจังเท่าไหร่.. วันหนึ่งจะนั่งได้กี่ชั่วโมง ปฏิบัติน่ะ ทำตั้งแต่ตื่นจนหลับเลยเนี่ย จริงจังมั้ย? ตั้งแต่สมัยก่อนนะ พวกเก่าๆฟังแล้วฟังอีก รับราชการอยู่ ตื่นนอมาวันจันทร์นะ พอนึกได้ว่าวันจันทร์ ใจกระทบความคิด นึกขึ้นได้ว่าวันนี้วันจันทร์นะ ใจแห้งแล้งเลย พอตื่นมาวันศุกร์ นึกขึ้นได้ว่าวันนี้วันศุกร์นะ ใจมันสดชื่นเลย สดชื่นก็รู้ แห้งแล้งก็รู้ นี่ละปฏิบัติแล้วนะ ยังไม่ได้ลงจากที่นอนเลย อากาศหนาวๆอย่างนี้จะไปอาบน้ำในตุ่ม ตามองเห็นตุ่มน้ำ เนี่ยตาเห็นรูป ตาเห็นตุ่มน้ำ ใจนี้สยองเลย ใจสยองรู้ว่าสยอง จะทานข้าว รู้ว่าอันนี้อร่อย พอใจ อันนี้ของไม่อร่อย ไม่พอใจ เห็นมั้ย ลิ้นกระทบรส ความรู้สึกก็เปลี่ยน เนี่ย ภาวนาตามรู้อย่างนี้

ออกมาจากบ้านจะไปขึ้นรถเมล์ เห็นรถเมล์ไม่มาสักที มีแต่คนรอเยอะแยะเลย ไม่สบายใจ รู้ว่าไม่สบายใจ นี่ก็ปฏิบัตินะ รถเมล์มาดีใจ รถเมล์ไม่ยอมจอด ชักโมโหอะไรอย่างนี้ เฝ้ารู้ความรู้สึก เนี่ยทำอย่างนี้ทั้งวันเลย ตั้งแต่ตื่นจนหลับนั่นแหละ ยกเว้นเวลาที่ทำงานที่ต้องคิด เวลาทำงานที่ต้องคิด ต้องรู้เรื่องงาน เพราะรู้เรื่องงานเป็นการรู้อารมณ์บัญญัติ ไม่ใช่เวลาเจริญวิปัสสนา รู้เรื่องงานก็มีสมาธิในการทำงาน จดจ่อในงานไป ทีนี้ทำงานไปสักช่วงหนึ่ง ชักเบื่อแล้ว เบื่อไม่ใช่งานแล้ว เบื่อเป็นกิเลสแล้ว มีสติรู้ว่ามันเบื่อ หรือทำงานไป วันนี้ คนเขาชม present งาน คนเขาชมเราดีใจ รู้ว่าดีใจ เสนองานไปไม่ผ่าน ชักหงุดหงิด รู้ว่าหงุดหงิด ส่วนเวลาคิดงานนั้นต้องคิดนะ ไม่ใช่เวลาเจริญสติ

เนี่ย อาตมาทำอยู่อย่างนี้ กลับมาบ้านตอนเย็นน่ะ ก่อนจะนอนนั้นแหละ ถึงจะได้ไหว้พระ สวดมนต์ ทำสมาธิ เดินจงกรม นิดๆหน่อยๆ เพราะเป็นฆราวาสใช่มั้ย เดินจงกรมทั้งวัน ใครเขาจะให้เงินเดือนเรานะ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗
Track: ๗
File: 480116B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๓๔ ถึง นาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Page 1 of 41234