คำชี้แจง

    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด


    จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง

    ขอแสดงความนับถือ
    Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ดูจิตแล้วรู้สึกโล่งว่างเหมือนไม่มีอะไร

ดูจิตแล้วรู้สึกโล่งว่างเหมือนไม่มีอะไร

ถาม : ถ้าดูความรู้สึกแล้ว มันโล่ง ว่าง เหมือนไม่เจอความรู้สึกอะไร​ เป็นเพราะสมาธิไม่ดีหรือเปล่าคะ? ปกติเป็นคนขี้โมโห ถ้าเป็นโมโห หงุดหงิด รำคาญ ความรู้สึกพวกนี้เหมือนจะรู้ได้ไวค่ะ

ตอบ : ไม่ใช่เพราะสมาธิไม่ได้หรอก​ครับ แต่พอว่างโล่งหน่อยก็เลยเหมือนไม่มีอะไรให้ดู ซึ่งจริงๆ แล้วก็สามารถดูจิตว่างๆโล่ง​ๆก็ได้ครับ เพราะมันก็คือสภาวะหนึ่งที่​เกิดดับเหมือนโทสะนั่นแหละค​รับ … หรือถ้าไม่ถนัดจะดูจิตที่โล่งๆว่างๆ ก็ลองมาดูกายเคลื่อนไหวไปก็​ได้ครับ

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่
สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ที่นี่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

ทางบรรลุธรรม (๗) เมือ ศีล สติ สมาธิ ปัญญา แก่รอบ จิตจะเข้าฌานอัตโนมัติ

mp3 for download : ทางบรรลุธรรม (๗) เมือ ศีล สติ สมาธิ ปัญญา แก่รอบ จิตจะเข้าฌานอัตโนมัติ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางบรรลุธรรม (๗) เมือ ศีล สติ สมาธิ ปัญญา แก่รอบ จิตจะเข้าฌานอัตโนมัติ

ทางบรรลุธรรม (๗) เมือ ศีล สติ สมาธิ ปัญญา แก่รอบ จิตจะเข้าฌานอัตโนมัติ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทีนี้ถ้าจิต สมาธิ ปัญญา ศีล สมาธิ ปัญญา บุญ บารมี แก่รอบแล้ว จิตหยุดความปรุงแต่งแล้ว มันจะรวมเข้าอัปนาสมาธิ รวมเอง ทำไมมันรวมเข้าอัปนาสมาธิได้เอง เพราะว่าจิตไม่ไหลไปตามกาม ฌานจะเกิดเอง

โดยธรรมชาติของจิตนี้ต้องเวียนอยู่ในภพ ภพที่จิตเวียนอยู่ได้ มีอยู่ ๓ ภพ เท่านั้น ๑ กามวจรภพ ภพที่เวียนไปในกาม คือ หาอารมณ์เพลิดเพลินไปทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย เพลินไปเรื่อย พวกเราจิตหมุนอยู่ติ้วๆ ทาง หู ตา จมูก ลิ้น กาย นึกออกมั้ย อันนี้แหละเรียกว่า กามภพ เรียกให้เต็มยศนะ เรียกว่า กามวจรภูมิ ใจก็ไปเวียนอยู่อย่างนี้

ถ้าหลุดออกจากกามภพแล้วนะ ก็จะเข้าไปรูปภพ หรือรูปภูมิ ก็คือ ไปสงบอยู่กับการรู้รูป เช่น รู้ลมหายใจแล้วจิตไม่เอาแล้วโลกข้างนอก อารมณ์ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ไม่เห็นจะมีสาระอะไรเลย จิตมารวมลงที่อารมณ์ภายในอันเดียว อาจจะมารู้ลมหายใจอยู่อันเดียว รู้ร่างกายอยู่อันเดียว มาเพ่งรูปอยู่อันเดียว เพ่งดวงกสิณ ดวงนิมิตอยู่อันเดียว จิตเพ่งรูปอยู่เรียกว่ารูปภูมิ

ถ้าจิตไม่อยู่ในกามภูมิ ไม่อยู่ในรูปภูมิ จิตก็ต้องเข้าอรูปภูมิ ทิ้งรูปไปแล้วไปอยู่กับนามธรรม เช่นไปอยู่กับความว่าง จิตอยู่ในความว่าง อยู่กับความไม่มีอะไรเลย เพราะฉะนั้นบางคนที่เขาสอนให้ภาวนาเพื่อให้ไปอยู่กับความว่าง อันนั้นเพี้ยนนะ ไม่ใช่ทางของพระพุทธเจ้า มันก็เป็นอรูปภูมิ เป็นภูมิอีกภูมิหนึ่ง เป็นภพอีกภพหนึ่งเท่านั้นเอง

ทีนี้ถ้าสติปัญญาเราพอนะ เรารู้เลย จิตแส่ส่ายออกทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย มีแต่ทุกข์ จิตไม่แส่ส่าย จิตก็หลุดออกกามภูมิ เข้ารูปภูมิ หรืออรปภูมิ เข้าเองเลยนะ

เพราะฉะนั้นอย่างพวกเรา หัดเจริญสติไปเรื่อย พอ ศีล สมาธิ ปัญญา สติ สมาธิ ปัญญา แก่รอบนะ จิตจะหมดความหลงใหล รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ทั้งหลาย มาดึงดูจิตไหลไปไม่ได้แล้ว อย่างน้อยก็ชั่วขณะ ชั่วขณะเท่านั้นแหละ ชั่วขณะ จิตจะตั้งมั่น รู้ว่าไหลออกไปแล้วทุกข์ ก็ตั้ง เด่นดวง จิตก็เข้าฌานอัตโนมัติ

เพราะฉะนั้น ถึงเราจะเจริญสติ เจริญปัญญา โดยเข้าฌานไม่เป็น ถึงนาทีสุดท้าย ที่จะเกิดอริยมรรค อริยผล ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่โสดาปัตติมรรค จนถึงอรหัตตมรรค จิตจะเข้าฌานของเขาเองนะ จิตจะเข้าฌานของเขาเอง

ยกเว้นคนซึ่งเดินปัญญาอยู่ในฌาน เวลาที่จะเกิอริยมรรคเนี่ย ไม่ต้องถอยออกมาอยู่กับโลกก่อนนะ ไม่ต้องกลับมาอยู่ในกามภูมิก่อน จิตก็ไปตัดอยู่ข้างในได้เลยนะ นี่เป็นอีกพวกหนึ่ง

แต่รวมความก็คือ อริยมรรค ไม่เกิดอยู่ในจิตที่อยู่ในกาม อย่างพวกเรา อริยมรรคจะต้องเกิดในรูปภูมิ หรืออรูปภูมินะ จะเกิดกันตรงนั้น จะล้างกันตรงนั้น

เพราะฉะนั้นจิตจะเข้าฌานอัตโนมัติ

540805.12m44-15m52

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
วันศุกร์ที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า

CD: 41
File (ประเทศไทย): 540805.mp3
File (สหรัฐอเมริกาและยุโรป): 540805.mp3

นาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๔๔ ถึง นาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๕๒

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่
สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ที่นี่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ฟากโลก-ฟากธรรม

ฟากโลก-ฟากธรรม
ฟากโลก
ย่อมมี “เห็นต่าง”
เห็นต่าง สร้างโลกที่ดีขึ้นได้ ก็ทำลายโลกที่ดีลงได้
ขึ้นกับว่า เห็นต่างนั้น ต่างไปข้างกุศลหรือต่างไปข้างอก​ุศล
แต่เพราะปกติของโลก ข้างอกุศลจะมีมากกว่าและแรงกว่า​เสมอ
เมื่อเห็นต่างไปข้างอกุศล จะไม่ให้แตกแยกย่อมเป็นไปไม่ได้
โลกจึงมีแต่วุ่นวาย ไม่มีวันจะสงบสันติอย่างยั่งยืน​ได้เลย
.
ฟากธรรมะ
ไม่มีเห็นต่าง มีแต่เห็นผิดกับเห็นถูก
เมื่อใดวางความเห็นผิดได้หมด ก็มีแต่เห็นถูก
เมื่อเห็นถูกจิตก็สงบสันติอย่าง​แท้จริง

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่
สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ที่นี่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

ทางบรรลุธรรม (๖) เมื่อภาวนาเต็มที่ จิตจะจนมุมต่อความจริง และเข้าสู่ สังขารุเปกขาญาณ และ อนุโลมญาณ (สัจจานุโลมิกญาณ)

mp3 for download : ทางบรรลุธรรม (๖) เมื่อภาวนาเต็มที่ จิตจะจนมุมต่อความจริง และเข้าสู่ สังขารุเปกขาญาณ และ อนุโลมญาณ (สัจจานุโลมิกญาณ)

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางบรรลุธรรม (๖) เมื่อภาวนาเต็มที่ จิตจะจนมุมต่อความจริง และเข้าสู่ สังขารุเปกขาญาณ และ อนุโลมญาณ (สัจจานุโลมิกญาณ)

ทางบรรลุธรรม (๖) เมื่อภาวนาเต็มที่ จิตจะจนมุมต่อความจริง และเข้าสู่ สังขารุเปกขาญาณ และ อนุโลมญาณ (สัจจานุโลมิกญาณ)

หลวงพ่อปราโมทย์ : พอจิตหมดแรงดิ้นแล้ว จิตก็สักว่ารู้ว่าเห็น ตรงนี้แหละสักว่ารู้ว่าเห็นขึ้นมา

อย่างที่พวกเราพูดว่าสักว่ารู้ว่าเห็นนั้นน่ะ ไม่จริงหรอก ไม่ยอมสักว่ารู้ว่าเห็นหรอก มีแต่ว่าทำอย่างไรจะดีกว่านี้อีก ทำไงจะดี ทำไงจะดี ทำไงจะถูก รู้สึกมั้ยแต่ละวัน นักปฏิบัติตื่นนอนก็คิดว่า วันนี้จะทำไงดี คิดอย่างนี้แหละ

จนกระทั่งมันสุดสติสุดปัญญานะ ทำไงมันก็ดีกว่านี้ไปไม่ได้แล้ว ยอมรับสภาพมัน จิตหมดแรงดิ้น จิตหมดความปรงุแต่ง หมดความดิ้นรน พอจิตไม่มีความปรงุแต่ง ไม่มีความดิ้นรน จะยังอยู่ตรงนี้ช่วงหนึ่ง บางคนก็อยู่ ๑๕ วัน อะไรอย่างนี้ อาจจะมากกว่านั้น น้อยกว่านั้น ไม่ได้เปิดสัมภาษณ์เสียที

พอจิตมันหมดแรงดิ้น ก็ไม่ปรุง อะไรเกิดขึ้นก็แค่รู้ อะไรเกิดขึ้นก็แค่รู้ ไม่ปรุงต่อ จิตก็เรียกว่าจิตเข้าถึงความเป็นอนุโลม อนุโลมญาณ หมายถึงว่า อะไรเกิดขึ้นก็คล้อยตามมันไป คล้อยตามเนี่ยไม่ใช่หลงตามมันไป ก็แค่เห็นน่ะ เออ..มีขึ้นมา เออ..ก็หายไป มีแค่นั้นเอง ไม่ต่อต้าน ไม่หลงตามไป ยอมรับ มันมาก็มา มันไปก็ไป

เนี่ย จิตมีอุเบกขาอย่างแท้จริงเลยนะ คล้อยตามทุกสิ่งทุกอย่าง ก็เห็นน่ะ เห็นแต่ควมจริง ทุกอย่างมาแล้วก็ไป มาแล้วก็ไป จิตเห็นอยู่แค่นี้เอง

540805.11m17-12m44

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
วันศุกร์ที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า

CD: 41
File (ประเทศไทย): 540805.mp3
File (สหรัฐอเมริกาและยุโรป): 540805.mp3

นาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๑๗ ถึง นาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๔๔

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่
สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ที่นี่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : โกรธจนเครียดกับอุบายทำความสงบ

โกรธจนเครียดกับอุบายทำความสงบ

ถาม : ที่อาจารย์ว่าดูอารมณ์ให้ดับเอง คือถ้ามันนาน เราคิดเรื่องเดิมแล้วโกรธ ถ้าเราไม่เปลี่ยนไปทำอย่างอื่นมันเครียดมากค่ะ แล้วเราจะดูมันดับเองได้อย่างไร มีครั้ง นึง เคยโกรธเหมือนกันแล้วสวดมนต์ทั้งๆที่โกรธ ก็หายเอง กับ ที่เราโกรธ แล้วเล่นอะไรเพลินๆแล้ว หายโกรธ เหมือนกันไหมค่ะ แล้วเราจะดูอารมณ์โกรธให้ดับเองโดยที่เราไม่เครียดมากมีวิธีไหมค่ะ?

ตอบ : จะสวดมนต์หรือทำอย่างอื่นให้เพลินๆ แล้วหายโกรธก็เหมือนกันครับ
ถือว่าเป็นอุบายที่ใช้ระงับความโกรธได้ชั่วครั้งคราว (เป็นอุบายทำความสงบ)
ซึ่งในหลายๆโอกาส เราก็จำเป็นต้องใช้อุบายทำความสงบ
แต่ต้องไม่ทำทุกครั้งที่โกรธ เพราะจะเคยชินแล้วเจริญปัญญาต่อไม่ได้
ดังนั้นถ้าโกรธไม่มากมายอะไร หรือยังรู้สึกว่าสามารถเห็นความโกรธได้
สามารถสำรวมกายวาจาได้ ก็ไม่ต้องใช้อุบายทำความสงบ
แต่ให้หัดดูจิตที่โกรธไปเลย โดยให้หัดดูแบบไม่ใช่จะดูให้หายโกรธนะครับ
แค่ดูเพื่อรู้ว่าจิตมีความโกรธอยู่เท่านั้น (ดูแล้วจะหายโกรธหรือไม่หายโกรธก็ได้ครับ)
และหัดดูแบบเห็นความโกรธเป็นสิ่งที่ถูกรู้
แล้วถ้าเห็นว่าไม่ชอบอยากหายโกรธ ก็มาหัดดูความไม่ชอบอยากหายไปด้วยครับ

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่
สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ที่นี่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

Page 10 of 381« First...89101112203040...Last »