Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

เกร็ดธรรมคุณสันตินันท์ : การปฎิบัติธรรมเป็นเรื่องไม่ยาก


การปฎิบัติธรรมเป็นเรื่องไม่ยาก

สำหรับผมเองก็ยังเห็นอยู่นั่นเองว่า
การปฏิบัติธรรมไม่ยาก ถ้ามีสัมมาทิฏฐิ
(แต่ถ้ามีมิจฉาทิฏฐิ ก็ยากมาก)
เพราะธรรมะอยู่ที่กายที่จิตเรานี้เอง
แม้แต่สิ่งแวดล้อมภายนอก ก็ล้วนประกาศธรรมอยู่ปาวๆ ตลอดเวลาเช่นกัน

ผมยกตัวอย่างสักเรื่องหนึ่งครับ
คราวหนึ่งผมเดินทางไปกราบหลวงพ่อพุธ ระหว่างทางเดินผ่านกองมูลสุนัข
กองเบ้อเริ่มเลย มีหลายกอง ส่งกลิ่นรุนแรง มีสีเหลืองเขียวแดง
มีแมลงวันใหญ่ๆ บินว่อนตอมมูลสุนัข
พอเดินเข้าไปใกล้ มันก็บินจะมาตอมผม
จิตใจขณะนั้นรู้สึกสะอิดสะเอียนเป็นกำลัง โบกปัดแมลงวันวุ่นไปหมด

พอจิตระวังสนใจมูลสุนัข จิตก็พุ่งออกไปพิจารณามูลสุนัขนั้นโดยอัตโนมัติ
จิตประจักษ์ชัดว่า กลิ่นเป็นส่วนหนึ่ง สีเป็นส่วนหนึ่ง ตัวมูลสุนัขเป็นเพียงธาตุ
เหมือนกายเรานี้เอง ไม่ได้สกปรกอะไรเลย
พอจิตเข้าใจเช่นนั้น จิตก็ตัดกระแสความรังเกียจขาดหมด
มีแต่ความสงบ เบิกบาน ตื่นตัว
พอถึงกุฏิ กราบหลวงพ่อแล้ว เล่าให้ท่านฟัง
ท่านก็สอนสรุปว่า ถ้ามีปัญญาเสียอย่างเดียว แม้แต่มูลสุนัขก็แสดงธรรมให้ฟังได้

เราอย่าไปคิดว่าการปฏิบัติธรรมคือสิ่งนั้นสิ่งนี้
ขอเพียงรู้ชัดสิ่งที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริงของมัน
ทั้งภายในและภายนอก ทั้งรูปและนาม
แรกๆ อาจจะต้องพาจิตให้หัดพิจารณาบ้างพอเป็นแนวทาง
พอจิตเข้าใจแล้ว คราวนี้อะไรมากระทบ จิตเขาจะดำเนินการปฏิบัติของเขาเอง
เราเป็นคนดูเฉยๆ เท่านั้น ไม่ยากหรอกครับ

ผมเขียนตอนที่จิตพิจารณามูลสุนัขยังไม่ชัด ขอขยายความสักนิดครับ
เผื่อจะเป็นประโยชน์บ้าง
ตรงที่จิตพิจารณามูลสุนัขที่น่ารังเกียจนั้น
แทนที่จิตจะมองมูลสุนัขกองนั้นทั้งกอง
มันกลับเข้าไปจำแนกมูลกองนั้นเป็นรูป(สี) ที่เห็นด้วยตา
สีของมูลสุนัข กับสีอื่นๆ ที่ตาเห็น ก็ล้วนแต่เป็นสีอย่างเดียวกัน
ทั้งสิ่งสวยงามและไม่สวยงาม มันก็สักว่าสีที่ตาเห็นเท่านั้น

กลิ่นที่ว่าเหม็น ก็สักว่ากลิ่นที่มากระทบจมูก
ตัวกลิ่นเองมันไม่บอกหรอกว่ามันเหม็นหรือหอม มันก็กลิ่นด้วยกันทั้งนั้น

ที่เหลืออยู่ก็คือก้อนธาตุ ซึ่งก็คือธาตุปกติธรรมดานั่นเอง
พอธาตุน้ำระเหยไป เหลือแต่ธาตุดินแห้งๆ มันก็เหมือนดินธรรมดานั่นเอง
(อันนี้ไม่ได้แยกธาตุตามแนวอภิธรรมนะครับ แต่แยกตามที่ตาเห็น)

จิตพิจารณาจำแนกมูลสุนัขนั้นออกเป็นรูป กลิ่น และเป็นธาตุ
ไม่ได้พิจารณารส และสัมผัส เข้าใจว่าจิตไม่เคยรู้รสมูลสุนัข
และไม่คิดจะกินมูลสุนัข มันจึงไม่ได้พิจารณารส

สิ่งเหล่านี้จิตมันดำเนินไปได้เองครับ ถ้าเรารู้จักคุ้นชินการปฏิบัติมาระดับหนึ่ง
คือแทนที่มันจะมองอะไรเป็นกลุ่มเป็นก้อนอันเดียว
มันกลับรู้จักแยกแยะสิ่งเหล่านั้นออกเป็นส่วนๆ
พอแยกส่วนแล้ว ก็ไม่มีอะไรน่ารังเกียจหรือน่ายินดี
แต่ถ้าสิ่งต่างๆถูกหมายรู้รวมๆ กันแล้ว(มี ฆนสัญญา)
มันก็มีสิ่งที่น่ารังเกียจและน่ายินดีขึ้นมา

โดย คุณ สันตินันท์ (นามปากกาของหลวงพ่อปราโมทย์ก่อนบวช)

เมื่อ ส.ค. 2542

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

(Visited 67 times, 1 visits today)

Comments are closed.