Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

อสังขตะมีเพียงสิ่งเดียว คือ นิพพาน


อสังขตะ มีเพียงสิ่งเดียว คือนิพพาน

อสังขตะ มีเพียงสิ่งเดียว คือนิพพาน

mp3 for download:อสังขตะมีเพียงสิ่งเดียว คือ นิพพาน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: จริงๆ ถ้าเข้าใจธรรมะนะ ธรรมะเข้ามาอยู่ในใจเราได้ เราจะมีที่พึ่ง เราจะพ้นทุกข์ได้ นี่เป็นของสำคัญมาก พยายามเอาธรรมะเข้ามาสู่ใจตัวเองให้ได้ ไม่ใช่เรื่องยาก

ธรรมะจริงๆแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนที่เป็นสังขตธรรม ยังเป็นความปรุงอยู่ กับส่วนที่พ้นความปรุง เรียกอสังขตะ อสังขตะมีอันเดียวคือ นิพพาน นอกนั้นจะยังเป็นสังขตะอยู่

โลกุตระบางอย่างยังเป็นสังขตะ บางอย่างถึงจะเป็นอสังขตะ สังขตธรรม เช่น มรรค ผล เวลาเกิดมรรค มรรคเกิดแล้วดับมั้ย เกิดแล้วดับ เห็นมั้ย มีเกิดแล้วดับ เป็นสังขตะ อริยผลเกิดขึ้นแล้วดับมั้ย เกิดแล้วดับ อริยมรรคนะ ไม่ว่าจะชั้นใดชั้นหนึ่งก็ตาม เกิดขึ้นชั่ว ๑ ขณะจิตเท่านั้นเอง อริยผลเกิดขึ้น ๒ หรือ ๓ ขณะ แต่ละคนไม่เท่ากัน บางคน ๒ ขณะ บางคน ๓ ขณะ ถ้าพวกอินทรีย์กล้า ปัญญาแก่กล้า เกิด ๓ ขณะ ถ้าปัญญาไม่กล้ามากก็เกิด ๒ ขณะ จะล้างกิเลสได้เท่ากันนะ แต่ความรู้ความเข้าใจก็แตกต่างกัน

เพราะฉะนั้น มรรคเกิดขึ้นแล้วก็ดับ ผลเกิดขึ้นแล้วก็ดับ สิ่งที่ไม่ดับมีแต่นิพพาน เนี่ยธรรมะมี ๒ ส่วน ส่วนที่ปรุงแต่ง กับไม่ปรุงแต่ง ส่วนที่ปรุงแต่งก็มีสองส่วนนะ ส่วนที่เป็นโลกียะ กับส่วนที่พ้นจากโลกียะ เป็นโลกุตระ ธรรมะส่วนของโลกียะเนี่ย เป็นสิ่งที่พวกเรามีอยู่แล้ว ธรรมะในส่วนของโลกุตระของเรายังไม่เกิด คือ มรรค ผล ยังไม่เกิด แต่ธรรมะในส่วนของอสังขตะ คือนิพพาน มีอยู่แล้ว มีอยู่แล้วแต่ไม่เห็น ไม่เห็นเพราะว่าจิตเราไม่มีคุณภาพพอ

จิตมันมีคุณภาพระดับไหน ก็เห็นธรรมะระดับนั้น ถ้าจิตคุณภาพสูง ก็เห็นธรรมะระดับสูง จิตพ้นจากความปรุงแต่ง ก็เห็นธรรมะที่ไม่ปรุงแต่ง จิตยังปรุงแต่งอยู่ ก็เห็นธรรมะที่ปรุงแต่งอยู่ ยกตัวอย่างง่ายๆเลย วันไหนจิตใจเราหดหู่นะ โลกทั้งโลกดูหดหู่ไปหมดเลย

นิพพานมีอยู่แล้วนะ นิพพานไม่ได้เกิดขึ้น เพียงแต่เราไม่เห็น วันใดใจของเราพ้นจากการปรุงแต่งเราก็เห็นนิพพาน วันใดใจเราปรุงแต่งเราก็ไม่เห็นหรอก เพราะฉะนั้นเมื่อใดพ้นความปรุงแต่งก็เห็น

เหมือนอย่างในโลก วันใดจิตใจเราหดหู่นะ โลกก็หดหู่ด้วย ใจเรานี้แหละสร้างโลก คล้ายๆใส่แว่นตาเข้าไป ใส่สีชมพูโลกก็สีชมพู ใส่สีมืดๆหน่อย โลกก็มืดๆหน่อย ใจเราเป็นอย่างไรเราก็เห็นธรรมะระดับนั้น ใจเราชั่วเราก็เห็นแต่เรื่องชั่วๆ ใจเราดีขึ้นมาก็เห็นของดี ในความวุ่นวายก็ยังเห็นของดีได้นะ ถ้าใจของเราดีพอ

อย่างเห็นคนเขาประท้วง คนเขาตีกัน เผาบ้านเผาเมือง นี่เห็นเรื่องไม่ดี ถ้าใจของเรามีคุณภาพพอเราก็เห็น โลกนี้เป็นอย่างนี้แหละ ไม่เป็นไปอย่างที่ปราถนา ปราถนาสันติภาพมันไม่มี ปราถนาให้คนสามัคคีกันมันไม่มี กลับไปเห็นธรรมะได้ นี่ใจถ้ามีคุณภาพพอ เพราะฉะนั้นถ้าใจเราพ้นความปรุงแต่ง เราก็เห็นธรรมะที่พ้นความปรุงแต่ง เห็นนิพพานได้ อยู่ที่ใจเรานี่เอง

ใจนี้เป็นคนสร้างโลก สร้างภพ กระทั่งพ้นโลกพ้นภพแล้ว คือ พระนิพพาน ก็อาศัยใจนี้แหละ ไปรู้ ถ้ามีคุณภาพพอก็รู้ได้ ไม่มีคุณภาพก็ไม่รู้หรอก ให้เรามาฝึกจิตฝึกใจ…

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๓ ก่อนฉันเช้า
ระหว่างนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๑๕ ถึงนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๑๕

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๕
ลำดับที่ ๒๑
File: 530730A.mp3

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

(Visited 839 times, 1 visits today)

Comments are closed.