Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

สมาธิ มี ๒ ชนิด ต้องมีสมาธิชนิดจิตตั้งมั่น จึงจะเจริญวิปัสสนาได้

mp 3 (for download) : สมาธิ มี ๒ ชนิด

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : จากนั้นเราก็มาฝึกใจของเราให้มันมีสมาธิขึ้นมา สมาธิมันมี ๒ ชนิดนะ

สมาธิชนิดที่ ๑ จิตมันสงบเฉย ๆ เช่น เราดูท้องพองยุบไปนะ จิตเราก็นิ่งอยู่ที่ท้อง ไม่ไปไหนเลย ซึมอยู่ที่ท้อง นิ่งอยู่ที่ท้องอย่างเดียว ได้สมถะนะ เป็นสมาธิชนิดที่จิตสงบอยู่ในอารมณ์อันเดียว เรียกว่า “อารัมณูปนิชฌาน” ไว้ใช้ทำสมถกรรมฐาน ทำความสงบได้ แต่เดินปัญญาไม่ได้ หรืออย่างเราเดินจงกรมเนี่ย จิตเราไปจับอยู่ที่เท้านะ เท้าขยับ กริ๊ก ๆ ๆ นี่รู้หมดเลยนะ เห็นเท้าตลอดเลย ไม่ลืมเท้าเลย จิตจ่ออยู่ที่เท้าอันเดียว การที่จิตจ่ออยู่ในอารมณ์อันเดียวเนี่ยทำให้จิตสงบนะ แต่ว่าจะไม่เดินปัญญา จิตจะนิ่งอยู่เฉย ๆ มันมีสมาธิอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นสมาธิที่ดีที่วิเศษนะ แต่อาภัพ ไม่ค่อยมีใครรู้จักหรอกนะ กระทั่งพวกที่บอกว่าทำวิปัสสนา วิปัสสนานะทำไม่ได้จริงหรอก เพราะไม่ได้มีสมาธิที่ถูกต้อง

ถ้าจะเจริญปัญญาได้นะ ต้องมีสมาธิที่ถูกต้อง คือ สมาธิที่จิตตั้งมั่นนะ (สมาธิชนิดที่ ๒ เรียกว่า “ลักขณูปนิชฌาน” – ผู้ถอด) สมาธิเนี่ยนะ ถ้าเราไปดูพจนานุกรมนะ สมาธิแปลว่าความตั้งมั่นของจิตนะ สมาธิไม่ได้แปลว่าสงบ พวกเราน่ะมักง่าย ชอบไปคิดว่าสมาธิแปลว่าสงบ สมาธิไม่ได้แปลว่าสงบ สมาธิแปลว่าความตั้งมั่น จิตของเราปกติไม่ตั้งมั่นนะ มันแฉละซ้ายแฉลบขวาตลอด เดี๋ยวก็ไหลไปอดีต ไปคิดถึงอดีต เดี๋ยวก็ไหลไปอนาคต คิดถึงอนาคตใช่ไหม อยู่บ้านก็คิดถึงจะมาอยุธยาพาร์ค จะมาฟังเทศน์ ฟังซักพักนึง จิตกลับบ้านไปแล้ว ตัวยังไม่ได้กลับ จิตมันไม่ได้อยู่กับตัวเองนะ มันแฉลบซ้ายแฉลบขวานะเดี๋ยวก็แฉลบไปทางโน้น แฉลบไปทางนี้ตลอดเวลา ตามองเห็น จิตก็แฉลบไปดู หูได้ยินเสียง จิตก็แฉลบไปฟัง ใจคิดจิตก็แฉลบไปคิดนะ จิตแฉลบไป แฉลบมาทั้งวันเลย ตรงที่จิตมันแฉลบไปแฉลบมา วิ่งไปวิ่งมานี่แหละ เรียกว่าจิตไม่ตั้งมั่น จิตมันไม่มีความสงบนะ แล้วก็ไม่ตั้งมั่น จิตมันแกว่งซ้ายแกว่งขวา แกว่งไปอดีต แกว่งไปอนาคต แกว่งไปทางตา แกว่างไปทางหู แกว่งไปทางใจนะ กวัดแกว่งอยู่ตลอดเวลา

เราต้องมาฝึกนะ ทำไงให้จิตมันตั้งมั่นขึ้นมาให้ได้ ตัวนี้เป็นตัวสำคัญมากเลย ก่อนที่จะเจริญปัญญานะ นี่หลวงพ่อบอกตรง ๆ เลย ก่อนที่เราจะไปเจริญปัญญา ไปรู้รูปรูปนามได้เนี่ย จิตต้องตั้งมั่นเสียก่อน ถ้าจิตเราไม่ตั้งมั่น เจริญปัญญาไม่ได้จริงหรอก จะกลายเป็นไปเพ่งหมดเลย เช่น เราดูท้องพองท้องยุบ จิตเราไม่ตั้งมั่น จิตมันจะไหลลงไปอยู่ที่ท้องนะ ไปนิ่งอยู่ที่ท้องเลย แล้วเราเดินจงกรม ยกเท้า ย่างเท้า จิตมันจะไปอยู่ที่เท้าเลย มันจะไม่เดินปัญญา มันจะสงบเฉย ๆ ปัญญาจะไม่เกิด ปัญญานั้นต้องเห็นไตรลักษณ์นะ ก่อนจะเห็นไตรลักษณ์ได้ จิตต้องตั้งมั่นขึ้นมา เป็นคนดูให้ได้ซะก่อน ถ้าจิตไม่เป็นคนดู จิตเป็นผู้คิด ผู้นึก ผู้ปรุง ผู้แต่งอยู่นะ จะไม่มีปัญญาเกิดขึ้นเลย ต้องถอนตัวเองออกมาเป็นคนดูให้ได้นะ

 

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมที่ อยุธยาพาร์ค เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ เดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๕๖

File: 560425.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๑๑ ถึง นาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๑๕

ตัด/ถอดคลิปส์โดยคุณ ok2077
ตรวจทานโดยคุณ พัลวัน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

กิเลสเหมือนน้ำ ปล่อยให้มันไหลมาแล้วเราเป็นแค่คนดู

mp 3 (for download) : กิเลสเหมือนน้ำ ปล่อยให้มันไหลมาแล้วเราเป็นแค่คนดู

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: ศัตรูร้ายของชีวิตเราเลยนะ คือกิเลสทั้งหลายนี่แหละ กิเลสมันย่ำยีหัวใจเราตลอดเวลา แล้วมีสติปัญญานะ ปลดเปลื้องมันออกไปได้ มันก็พ้นทุกข์ไป ถูกกิเลสย่ำยีอยู่ ก็ทุกข์ไปเรื่อย แต่สู้กิเลส ไม่ได้สู้แบบวัวแบบควาย แบบวัวกระทิงไล่ขวิด อย่าไปไล่ขวิดกิเลส กิเลสเหมือนน้ำนะ เหมือนน้ำในแม่น้ำ ถ้ามันไหลไปเรื่อยๆ มันไม่ค่อยทำลายอะไร นานๆ ก็มีน้ำบ่าใหญ่ๆ มาทีนึง อย่างน้ำไหลมาในแม่น้ำ เราไปกั้นเขื่อน เกิดพลังงานมหาศาลเลย

กิเลสเหมือนกันนะ ถ้าปล่อยให้มันไหลมาแล้วเราเป็นแค่คนดูสบายๆ อย่าไปเผลอลืมดูจนมันตัวใหญ่ เหมือนน้ำบ่าใหญ่ๆ มาแล้ว อย่างนั้นก็ยับเยินเหมือนกัน แต่ถ้ากิเลสตัวเล็กตัวน้อยผ่านมาเนี่ยนะ เราคอยมีสติรู้ทันไว้ กิเลสมันก็ไม่มีโอกาสตัวใหญ่ กิเลสตัวใหญ่มันก็มาจากกิเลสตัวเล็กๆ นั่นแหละ

เหมือนไฟไหม้นะ ก่อนมันจะไหม้บ้านไหม้เมืองได้ มาจากไฟนิดเดียว ไม้ขีดก้านเดียว หรือไฟช๊อตอยู่ติ๊ดเดียว เจอทีแรก เอามือตบยังดับเลย กิเลสถ้าเรามีสติไวๆ นะ กิเลสผุดขึ้นมาปุ๊บ รู้ทัน กิเลสก็สลายตัวไป ไม่มีโอกาสตัวโต

เราเฝ้ารู้มันไปนะ เห็นมันไหลไป ไหลไป เราไม่ไปขวางมัน ถ้าเราขวางกิเลสเมื่อไหร่นะ เหมือนเราไปกั้นเขื่อนในแม่น้ำอย่างนี้ มันเกิดแรงดันมหาศาล เขื่อนแตกเมื่อไหร่ก็แย่


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๓ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๒


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๒
File: 520903.mp3
ระหว่างวินาทีที่ ๕๕ ถึงนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๔๓

ตัด/ถอดคลิปส์โดยคุณ ok2077
ตรวจทานโดยคุณ พัลวัน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

พละ ๕ ของพระเสขบุคคล (๕) ปัญญา

mp 3 (for download) : พละ ๕ ของพระเสขบุคคล (๕) ปัญญา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: กำลังของพระอริยะเสขบุคคล ตัวที่ ๕ คือปัญญาเหมือนกัน แต่เป็นปัญญาที่เข้าใจในสรรพสิ่งทั้งหลาย สิ่งใดเกิดสิ่งนั้นดับ สิ่งใดเกิดสิ่งนั้นดับ เนี่ยในพระไตรปิฎกมีตัวนี้ด้วยนะ เป็นเรื่องที่เราไม่ค่อยเรียนเรื่องปัญญาเห็นความเกิดดับ

ท่านสอนเลยว่า ปัญญาของเสขบุคคลนั้น จะเห็น ตามเห็นความเกิดดับของสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ของเราเป็นปัญญาอะไรก็ไม่รู้ เลอะๆเทอะๆใช่มั้ย เรากลัวโง่ แหมเห็นแต่เกิดดับมันน้อยไป ตัวปัญญาของพระอริยะท่านยังเน้นมาที่เห็นเกิดดับเลย ของเรานะ หลวงพ่อปราโมทย์สอนน้อยเหลือเกิน ให้ดูว่า ตัวนี้มา สุขมาสุขก็ไป ทุกข์มาทุกข์ก็ไป โลภโกรธหลงมาแล้วก็ไป หลวงพ่อปราโมทย์สอนน้อยเหลือเกิน แค่นี้มันจะพอเหรอ มันจะพ้นทุกข์เหรอ

ขนาดพระพุทธเจ้ายังสอนนะว่า ปัญญาของพระเสขบุคคล โสดาฯ สกทาคาฯ อนาคาฯ คือการเห็นว่า สิ่งต่างๆเนี่ยเกิดแล้วก็ดับไป ปัญญาเขาอยู่ตรงนี้ต่างหากล่ะ ไม่ใช่ปัญญาเรื่องอื่น เพราะฉะนั้นที่หลวงพ่อสอนนี้นะ เหลือเฟือแล้วนะ เหลือเฟือแล้ว กลั่นกรองเอาธรรมะอันมากมายมหาศาลออกมาเพื่อการปฏิบัตินะ เหลือเฟือที่จะปฏิบัติน่ะ ถ้าเข้าใจในสิ่งที่หลวงพ่อสอนเนี่ย จะทำไปได้สุดสายเลย ทำไปได้อย่างสุดทางเลย พ้นทุกข์ได้เลย เพราะนี่กลั่นกรองมาจากคำสอนของพระพุทธเจ้านั่นเอง นี่ท่านสอน พระเสขะบุคคล มีปัญญาเห็นความเกิดดับอยู่ ปัญญาตัวอื่นไม่สำคัญเลยนะ ปัญญาที่เห็นความเกิดดับต่างหากที่สำคัญ

กับปุถุชนก็เหมือนกันแหละ ขนาดปัญญาของพระอนาคาฯท่านยังให้เห็นเกิดดับเลย แล้วทำไมเราจะไม่เห็นเกิดดับบ้าง อย่าดูถูกว่าการเห็นเกิดดับนี้มันตื้นไปต่ำไปน้อยไป

แปลกมั้ยพระพุทธเจ้าไม่พูดถึงพละของสติและสมาธิกับพระเสขะ ของปุถุชนนะ ท่านพูดถึง ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา แต่ของพระเสขะบุคคล ท่านพูดถึง ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ วิริยะ ปัญญา ไม่พูดถึงสติและสมาธินะ เพราะสติและสมาธิเป็นเครื่องมืออยู่แล้ว ต้องทำอยู่แล้ว ทำเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว ต้องฝึกต้องซ้อมเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องคุยแล้วนะ เพราะจะต้องภาวนาถึงขั้นสติอัตโนมัติ ปัญญาอัตโนมัติ ก็ไม่ต้องพูดแล้วนะว่าจะเร่งกว่านั้นอย่างไร ก็ค่อยๆฝึกเอา


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๒
File: 561110A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๔๔ ถึงนาทีที่ ๒๐ วินาทีที่ ๓๕

ตัดคลิปส์โดยคุณ ok2077
ถอดคลิปส์และตรวจทานโดยคุณ พัลวัน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

คุณของพระพุทธเจ้ามีมากมายอเนกประการ

mp3 for download :คุณของพระพุทธเจ้ามีมากมายอเนกประการ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : แล้วมาดูสิ่งที่ท่านสอนเรา ขนาดท่านสอนแล้วนะ เรายังต้องปฏิบัติแทบเป็นแทบตายนะ ล้มลุกคลุกคลาน เหมือนจะผ่านได้ ถึงขั้นได้ธรรมะ ก็ต้องสู้เอา นี่นะท่านเก่งจริงๆ ท่านมีกรุณามาก ธรรมะเนี่ยปราณีตลึกซึ้ง ท่านอุตส่าห์เอามาสอนคนหยาบๆอย่างพวกเราได้ เราไต่ตามท่านไป กระดื๊บๆตามท่านไป จนได้รู้ได้เห็นจริงตามท่านได้ จะรู้เลยว่าความกรุณาของท่านใหญ่โต (มหากรุณา – ผู้ถอด) อยากจะให้เราเป็น.. ทุ่มเทนะ ถ่ายทอดธรรมะ แต่เราทำได้ไม่อย่างท่าน ใจมันไม่เหมือนกัน

เราจะรู้ว่าพระพุทธเจ้า มีพระปัญญาอันเลิศเลย มีความบริสุทธิ์เป็นเลิศเลย เทียบกับใจของเราที่บริสุทธิ์ขึ้นมา สะอาดขึ้นมาเป็นลำดับๆ จะรู้ว่าท่านมีกรุณาสูงมากเลย ที่อุตส่าห์เอาธรรมะที่ยากเย็นแสนเข็ญนะ ที่คนเขลาทั้งหลายเนี่ย หรือคนที่กิเลสหนาทั้งหลายเนี่ย รู้ตามไม่ได้ อุตส่าห์เอามาสอนคนที่มีกิเลสให้รู้ตามได้ ท่านต้องอดทนมากเลย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๐ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
CD ส่วนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๒
File : 561110A
ระหว่างเวลา นาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๑๓ ถึง นาทีที่ ๘ วินาทีที่ ๓๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เมื่อภาวนามากเข้าก็จะเห็นว่า สภาวธรรมต่างๆเหมือนเล่นละครให้เราดู

mp3 for download : เมื่อภาวนามากเข้าก็จะเห็นว่า สภาวธรรมต่างๆเหมือนเล่นละครให้เราดู

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย
retouched by Dhammada.net

หลวงพ่อปราโมทย์ :สติก็ต้องละเอียดขึ้น ศรัทธา วิริยะ สติ ต้องดีขึ้นๆ สมาธิคือความตั้งมั่นของจิต จิตใจต้องอยู่กับเนื้อกับตัว จิตไหลไปแล้วรู้ จิตไหลไปแล้วรู้ รู้ไวๆ เอาสตินั้นแหละไปรู้ สมาธิก็จะเพิ่มขึ้นๆ ต่อไป จิตก็จะเป็นคนดู เห็นทุกอย่างแสดง รูปธรรมแสดงละครให้ดู นามธรรมแสดงละครให้ดู โลภโกรธหลงก็แสดงละครให้เราดู สุขทุกข์ก็แสดงละครให้เราดู ใจเป็นคนดู นี่เรียกว่าใจมีสมาธินะ

ปัญญาก็จะเกิด ก็จะเห็นเลย รูปธรรมที่แสดงละคร มันก็แค่ละคร ละครมันไม่ใช่ของจริงหรอก นามธรรมทั้งหลายนะ พวกความสุขความทุกข์ กุศล-อกุศลทั้งหลายนะ ก็แสดงละครให้เราดู ไม่ใช่ของจริงอะไรหรอก ไม่มีตัวมีตน ตัวจิตเองก็แสดงละคร เดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เดี๋ยววิ่งไปทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ ก็เล่นละครให้เราดูอีกนะ ปัญญามันก็เกิดนะ มีแต่ละครนะ มีแต่ของหลอกนะ มีแต่ภาพลวงตานะ
ขันธ์ ๕ นี้ไม่มีจริง (หมายถึง ไม่ถาวรจริง) มีขึ้นมาชั่วครั้งชั่วคราว เหมือนภาพลวงตา เหมือนความฝัน เหมือนพยัพแดด เห็นปัญญาแก่กล้า ก็ปล่อย

ปล่อยขันธ์ไปตามลำดับนะ เบื้องต้นก็ปล่อยรูปธรรมไปก่อน เบื้องปลายก็ปล่อยนามธรรม ปล่อยรูปธรรมได้ ได้พระอนาคา(มี) ปล่อยนามธรรมได้ก็หมดแล้ว จบกิจ ไม่มีธุระที่จะต้องปฏิบัติอีกแล้ว

ไปฝึกเอานะ ต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ แล้วจะรักพระพุทธเจ้า ไม่ใช่กูเก่งนะ ภาวนาแทบเป็นแทบตาย แล้วจะรู้สึกว่าพระพุทธเจ้าเก่ง ไม่ใช่กูเก่งหรอก เพราะกูไม่มี กูไม่มี มันว่างจากความเป็นตัวเป็นตน

เอ้าไปฉัน ไปทานข้าวกันไป


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
วันศุกร์ที่ ๑๑ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
File: 560111A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๘
ระหว่างนาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๒ ถึงนาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เจริญปัญญาก็เพื่อล้างความยึดถือในตัวในตน

mp3 for download : เจริญปัญญาก็เพื่อล้างความยึดถือในตัวในตน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย

หลวงพ่อปราโมทย์ :สุดท้ายก็มาถึงขั้นของการเจริญปัญญา การเจริญปัญญาเนี่ย เมื่อใจของเราเข้มแข็งเพียงพอแล้ว ใจของเราไม่ได้ไหลไปในกาม ติดแต่ในความสุขความสบาย ใจของเรามีกำลังมีความเข้มแข็ง เราก็มาเผชิญหน้ากับความจริงของชีวิต คล้ายๆเข้าสงครามใหญ่แล้ว ไม่ใช่ทำสงครามเล็กๆน้อยๆ ทำสงครามใหญ่กับความโง่ของเราเอง ไม่ได้ทำสงครามกับคนอื่นเลย

ที่ผ่านมาเรามีความสำคัญมั่นหมายว่าตัวเรามีอยู่จริงๆ กายนี้เป็นตัวเรา ใจนี้เป็นตัวเรา ความสุขก็ความสุขของเรา ความรู้สึกต่างๆก็ของเรา มีตัวเราก่อนนะ แล้วก็ขยายออกไป ทีแรกก็รู้สึกว่ากายนี้เป็นตัวเรา จิตใจนี้เป็นตัวเรา ต่อมาก็ขยายความต้องการออกไป นี่ความรู้สึกของเรา นี่บ้านเรา นี่ครอบครัวเรา ลูกเมียเรา นี่ทรัพย์สมบัติของเรา นี่เพื่อนของเรา นี่คือหน้าที่การงานชื่อเสียงเกียรติยศของเรา ใหญ่ๆออกไปเรื่อย

ค่อยเข้มแข็งพอนะ บุกเข้ามาต่อสู้เผชิญหน้ากับหัวโจกเลย หัวโจกของความเป็นเราก็คือกายกับใจนี้เอง ถ้าเอาชนะตัวนี้ได้ ตัวอื่นไม่สำคัญหรอก คล้ายๆถ้าทำสงครามนะ มีกำลังมากพอแล้ว ตีก็ตีเมืองหลวง อย่ามัวไปตีชายแดนเล็กๆน้อยๆ แต่ถ้าไม่มีกำลังมากพอ ก็ตีชายแดนไปก่อน ก็คือ ทำทานรักษาศีลอย่างนี้นะ ยังไม่กล้าเจริญปัญญา พอจะเจริญปัญญานะ พอเริ่มเห็นกายไม่ใช่เรา ก็ร้องห่มร้องไห้ ทนไม่ไหว บางคนจะสติแตกน่ะ นี่กำลังยังไม่พอ

ก็ค่อยๆพัฒนากำลังขึ้นมา วันหนึ่งก็จะเผชิญหน้ากับความจริงของชีวิตได้ ตัวเราไม่มีหรอก มีแต่ตัวทุกข์ ร่างกายนี้ก็ไม่ใช่ตัวเรา ร่างกายนี้เป็นตัวทุกข์ จิตใจนี้ก็ไม่ใช่ตัวเรา จิตใจนี้เป็นตัวทุกข์ นี่ถ้าเห็นได้ขนาดนี้นะ มันจะไม่ยึดถือในกายในใจ นี้หมดความยึดถือตัวตนได้เด็ดขาดที่สุดเลย ด้วยปัญญา

แต่ถ้าไม่ได้ละด้วยปัญญา ละด้วยศีลด้วยสมาธิด้วยการทำทานอะไรอย่างนี้นะ ยังละไม่ได้จริงหรอก แค่ข่มๆเอาไว้เท่านั้นเอง ต้องถึงขั้นเจริญปัญญาเนี่ย ถึงจะมาล้างความยึดถือในตัวในตนได้จริงๆ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
วันจันทร์ที่ ๓๑ เดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า
File: 551231A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๘
ระหว่างนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๒๗ ถึงนาทีที่ ๘ วินาทีที่ ๕๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

รูปนามเกาะกลุ่มด้วยกรรม ทำกรรมใหม่

mp3 for download : รูปนามเกาะกลุ่มด้วยกรรม ทำกรรมใหม่

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรม

หลวงพ่อปราโมย์ : พอจับแยกออกไปแล้วด้วยสติด้วยปัญญาอย่างแท้จริง ก็พบว่าตัวเราไม่มีหรอก มีแต่รูปธรรมนามธรรมจำนวนมาก มาประชุมร่วมกันมาทำงานร่วมกัน มีกรรมเป็นตัวผลักดันให้รูปธรรมและนามธรรมเหล่านี้มาเกาะกลุ่มกัน

เมื่อได้รูปธรรมนามธรรมมาแล้วก็ไปทำกรรมใหม่ ทำกรรมดีบ้าง ทำกรรมชั่วบ้าง ก็ส่งเสริมและเป็นปัจจัยให้เกิดรูปธรรมนามธรรมใหม่ในอนาคตต่อไปอีก ดีบ้างร้ายบ้าง ก็หมุนไปอย่างนี้เรื่อยๆ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๖
File 550701
ระหว่างนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๙ ถึงนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๔๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การภาวนา ต้องเดินปัญญาให้ได้

mp3 for download : 550701.00m00-01m37

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมย์ : ตอนนี้เห็นทุกข์มากขึ้นมั้ย หรือภาวนามีแต่ความสุข การภาวนามี ๒ ขั้นนะ ขั้นแรก ทำให้จิตตั้งมั่นก่อน เรียกว่าจิตตสิกขา จิตตั้งมั่นมีสมาธิ มีความสุข ไม่ได้ทำอะไร แค่รู้สึกตัวขึ้นมา จิตมันไหลไป เรารู้สึกตัวขึ้นมา จิตก็ตั้งมั่น ก็มีความสุขผุดขึ้นมา

เพราะฉะนั้นหัดกับหลวงพ่อใหม่ๆนะ จะมีความสุขเยอะมากนะ ไม่ได้ทำอะไรก็มีความสุข มีความสุขผุดขึ้นมา ตรงนั้นเราฝึกในขั้นที่เรียกว่า จิตตสิกขา เรารู้ทันจิต ในการภาวนาเนี่ย ถ้าไม่รู้ทันจิต ใช้ไม่ได้จริง

เพราะฉะนั้นเรื่องจิตตสิกขาเป็นเรื่องใหญ่ ก็เรียนจนกระทั่งจิตมันตั้งมั่น ถึงฐานของมันจริงๆ เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน โดยไม่ได้เจตนา ยังเจตนาอยู่ ยังไม่ใช่ของจริง

เพราะฉะนั้นบางที เราหัดใหม่ๆ จิตเราไหลไปเผลอไป เรารู้ทัน เรารู้สึกตัว จิตตั้งมั่นขึ้นมา จิตตื่นขึ้นมา ก็มีความสุข เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน อยู่ดีๆก็มีความสุขโชยขึ้นมาเป็นระยะๆ ทั้งวันเลย มีความสุขเยอะเลย

แต่ทีนี้การภาวนาไม่ได้ไปหยุดอยู่แค่การทำสมาธิ ต้องเดินปัญญาให้ได้

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๖
File 550701
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๐ ถึงนาทีที่ ๑ วินาทีที่ ๓๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

สัมมาสมาธิ

mp 3 (for download) : สัมมาสมาธิ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ :ตัวสัมมาสมาธิเนี่ย เป็นสิ่งที่หลวงพ่อเห็นว่าพวกเราพลาดมากที่สุดเลย สติอีกตัวนึงพลาดมาก นี้สติยังไปเพ่งๆอะไรขึ้นมา สติยังเกิดได้นะ แต่สัมมาสมาธินี่เกิดยากมากเลย

เพราะพวกเราคุ้นเคยกับมิจฉาสมาธิ สมาธิที่เพ่งเอา เราไม่คุ้นเคยกับสมาธิที่จิตตั้งมั่นในการรู้อารมณ์ เราคุ้นเคยแต่สมาธิที่จิตเข้าไปตั้งแช่อยู่ในตัวอารมณ์ จิตที่ไปตั้งแช่นิ่งอยู่กับอารมณ์นะ เรียกว่า “อารัมมณูปนิชฌาน” เป็นจิตที่ใช้ทำสมถะนะ มีการทำสมถะ เพราะงั้นเราไปดูท้องพองยุบ แล้วเราเพ่งจิตไปเกาะที่ท้องเนี่ย สมถะ รู้ลมหายใจแล้วจิตไปเกาะนิ่งอยู่กับลมหายใจนี่ สมถะ ค่อยๆฟังนะ ฟัง ค่อยๆเรียน ค่อยๆฟังไป

จิตที่เป็นสัมมาสมาธิเกิดแล้วเนี่ย ปัญญาถึงจะเกิดได้ เพราะปัญญามีสัมมาสมาธิเป็นเหตุใกล้ให้เกิด ปัญญาไม่ใช่เกิดจากการคิดนะ ปัญญาที่เกิดจากการคิดเรียก “จินตามยปัญญา” ไม่ใช่  “ภาวนามยปัญญา” ภาวนามยปัญญาเนี่ย เกิดจากจิตตั้งมั่นเป็นสัมมาสมาธิ เป็นแค่ผู้รู้ ผู้ดู เห็นปรากฎการณ์ทั้งหลาย ปรากฏขึ้นมา เกิดขึ้นมา แล้วก็ดับไป เห็นสภาวะธรรมทั้งหลายในแต่ละปรากฎการณ์ ล้วนแต่ไม่ใช่ตัวเราทั้งสิ้น ใจมันจะเห็นอย่างนี้นะ มันถึงมีปัญญา

งั้นตัวนี้ต้องเรียนนะ หลวงพ่อก่อนจะบวชเนี่ย หลวงพ่อตระเวนไปตามสำนักต่างๆมากมาย หลวงพ่อไปดูว่าเราจะไปบวชสำนักไหนดี บางแห่งสำนักดีนะ ครูบาอาจารย์ดี แต่ครูบาอาจารย์ไม่มีเวลาเลย ครูบาอาจารย์ไม่อยู่วัดน่ะ รับนิมนต์ไปทุกวันๆนะ หายไปเลย หรือบางแห่งมีแต่รูปแบบ หลายแห่งเพ่งลูกเดียว กระทั่งในสำนักที่บอกว่าทำแต่วิปัสสนานะ จริงๆแล้วติดสมถะ เกือบทั้งหมดน่ะติดสมถะ นักปฏิบัติ

เพราะว่าอะไร เพราะว่าเวลาเราเรียนธรรมะ เราเรียนข้ามขั้น เราถือศีล พอเรามีศีลสิกขาใช่มั้ย แล้วเราก็ไปกำหนดรูปนามเลย เราไปเจริญปัญญาสิกขา เราข้ามจิตสิกขาไปบทเรียนนึง

เพราะงั้นถ้าเราไม่ได้เรียนจิตสิกขาให้ถ่องแท้ซะก่อนเนี่ย จิตจะไม่มีสัมมาสมาธิ งั้นจิตจะไปเพ่ง ไปรู้ท้องก็เพ่งท้อง รู้เท้าเพ่งเท้า รู้ลมเพ่งลม รู้มือเพ่งมือ รู้อะไรก็เพ่งอันนั้น จะไม่สักว่ารู้สักว่าเห็น พวกเราเรียนข้ามขั้นนะ

เนี่ยเที่ยวตระเวนไปนะ บางที่ก็ส่วนใหญ่จะไปแอบดูเค้านะ ถ้าไปนั่งเรียนเนี่ยมันยาวใช่มั้ย หลายชั่วโมงหลายวัน ส่วนมากหลวงพ่อเป็นคนใจเราว่องไวหน่อย เราไปแอบดู ดูตัวอาจารย์นั่นแหล่ะดีที่สุดเลย ดูเวลาอาจารย์เค้าภาวนานะ ก็จะโอ้ เข้าใจรวดเร็ว

นี้ไปเห็นหลวงพ่อเทียน หลวงพ่อเทียนนี้เนี้ยบจริงๆ ลูกศิษย์หลวงพ่อเทียนที่เยี่ยมมากๆก็หลวงพ่อคำเขียนนี่แหล่ะ

งั้นถ้าใจเรามีสัมมาสมาธิ มันจะตั้งมั่น สักว่ารู้สักว่าเห็น ปัญญามันจะเกิด มันจะเห็นเลย ทุกอย่างเนี่ยไม่ใช่ตัวเรา แต่ถ้าใจเราไม่มีสัมมาสมาธิ ไม่ตั่งมั่น ไปดูอะไรมันก็จะเป็นเราไปหมดเลย เห็นความโกรธเกิดขึ้น มันก็เป็นเราโกรธ เห็นขามันเมื่อย ก็เป็นขาของเราเมื่อย จะเป็นอย่างนี้ตลอด

เพราะนั้นเวลาที่เราใจเราไม่ตั้งมั่น ไปรู้สิ่งต่างๆนะ เราจะสะสมความรู้สึกผิดๆ ความเห็นผิดๆตลอดเวลาเลย สะสมว่ามันมีตัวเรา มันมีตัวเรา แต่ถ้าเรามีสติถูกต้องที่เรียกว่า”สัมมาสติ” มีสมาธิถูกต้องเรียกว่า”สัมมาสมาธิ”นี่ ปัญญาที่เกิดขึ้นจะเป็นสัมมาทิฏฐิ เป็นปัญญาที่ถูกต้อง


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ศาลากาญจนาภิเษก (ศาลาลุงชิน)
เมื่อวันวันอาทิตย์ที่ ๒๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐

CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๑๑
File: 500520.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๑๙ ถึง นาทีที่ ๒๘ วินาทีที่ ๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

บุญที่ใหญ่ที่สุดคืออะไร?

mp 3 (for download) : บุญที่ใหญ่ที่สุดคืออะไร?

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
ขอขอบคุณ ภาพจากงาน “ธรรมะกลางเมือง”

หลวงพ่อปราโมทย์ : ความดีทั้งหลายนะ มีหลายระดับ การทำทานก็เป็นความดี รักษาศีลก็เป็นความดีนะ เห็นคนอื่นเขาทำดีแล้วดีใจกับเขาก็เป็นความดี เรียกว่าอนุโมทนา อนุโมทนาดีตรงไหน ดีตรงแก้ริษยาได้ เห็นเขาดีแล้วอิจฉาเขา แต่ถ้าดีใจกับเขาด้วยเขาดี อะไรอย่างนี้ เป็นบุญ

ฟังธรรมก็เป็นบุญนะ ฟังธรรมก็เป็นบุญ แสดงธรรมก็เป็นบุญ อุทิศส่วนบุญก็เป็นบุญ อนุโมทนาส่วนบุญของคนอื่นก็เป็นบุญ บุญนั้นมี ๑๐ อย่างนะ มีชื่อเรียกว่า บุญกริยาวัตถุ ๑๐ อย่าง มีทาน มีศีล มีอะไรอย่างนี้เป็นบุญทั้งนั้นนะ ทำสมาธิอะไรอย่างนี้นะ

แต่บุญที่เหนือบุญธรรมดานะ บุญที่เลิศที่สุดเลย คือบุญที่ประกอบด้วยสติปัญญา เป็นบุญใหญ่ บุญที่ไม่ประกอบด้วยสติปัญญาเนี่ย เป็นบุญธรรมดา พาเราเวียนว่ายตายเกิดในภพภูมิที่ดี แต่บุญจากการเจริญสติปัญญานั้นน่ะ จะพาเราข้ามภพข้ามชาติได้ นั่นเป็นบุญที่ใหญ่ที่สุด

เพราะฉะนั้นการที่เราจะมาฝึกวิปัสสนากรรมฐานนั้น มาแยกรูปแยกนาม เห็นไตรลักษณ์ของรูปนาม นี่คือบุญที่ใหญ่ที่สุดเลยนะ ที่มนุษย์อย่างพวกเราจะทำได้

บางคนหวังว่าวันหนึ่งจะมีพระเข้านิโรธสมาบัติ ใครเคยคิดเรื่องนี้บ้าง ถ้าพระเข้านิโรธนะ ออกจากนิโรธเราจะมาดักทำบุญ ดีมั้ย ดี ผลบุญจะให้ผลเร็วมากเลย ในวันนั้นจะให้ผลรวดเร็วเลย แต่บุญอย่างนั้นนะเป็นบุญอยู่กับโลก เราต้องมาทำบุญข้ามโลกให้ได้ เหนือโลกให้ได้ โลกนี้มันทุกข์ เราต้องเจริญสติเจริญปัญญาให้มาก


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๕ หลังฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๗
Track: ๖
File: 550909B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๑๓ ถึง ๘ วินาทีที่ ๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

พละ ๕ (๕) เราต้องพัฒนากำลังให้แก่กล้าพอ จึงจะล้างกิเลสได้

mp 3 (for download) : พละ ๕ (๕) เราต้องพัฒนากำลังให้แก่กล้าพอ จึงจะล้างกิเลสได้

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
ขอขอบคุณ ภาพจากงาน “ธรรมะกลางเมือง”

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าพวกเราทำในรูปแบบนะ เราค่อยๆพัฒนาไปเรื่อย กำลังของศรัทธาเราก็จะแก่กล้าขึ้น กำลังของวิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา ก็จะแก่กล้าขึ้น ถ้ากำลังของเราแก่กล้าพอเนี่ย มันจะล้างกิเลส มันจะมีพลังไปล้างกิเลสได้ ถ้าเรา มัวแต่ท้อแท้ หดหู่ ท้อถอยนะ ป้อๆแป้ๆไปวันหนึ่งๆ เราสู้กิเลสไม่ไหวหรอก


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ศาลากาญจนาภิเษก (ศาลาลุงชิน)
ถนนแจ้งวัฒนะ ซอย ๑๔
หลักสี่ กรุงเทพมหานคร
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๖

CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๕๖
File: 560120.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๔๕ ถึง นาทีที่ ๓๐ วินาทีที่ ๑๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

พละ ๕ (๔) สติ สมาธิ ปัญญา

mp 3 (for download) : พละ ๕ (๔) สติ สมาธิ ปัญญา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
ขอขอบคุณ ภาพจากงาน “ธรรมะกลางเมือง”

หลวงพ่อปราโมทย์ : สติก็เหมือนกันต้องซ้อมทุกวัน ที่หลวงพ่อบอกให้ทำในรูปแบบนะ ไม่ใช่แค่ได้ศรัทธาได้วิริยะนะ จะได้สติด้วย หายใจเข้า”พุท” หายใจออก”โธ” อะไรก็ทำไปนะ ถ้าจิตไหลไปแล้วรู้ รู้ทันจิตใจของเราไปเรื่อย เกิดสุขก็รู้ เกิดทุกข์ก็รู้ เกิดกุศลก็รู้ เกิดอกุศลก็รู้ ร่างกายหายใจออกก็รู้ ร่างกายหายใจเข้าก็รู้ ร่างกายเดินไปก็รู้ ร่างกายหยุดนิ่งก็รู้ ดูอยู่ในกาย ดูอยู่ในใจ ระลึกรู้กาย ระลึกรู้ใจให้มาก สติของเราก็จะแก่กล้าขึ้น

ถ้าเราไม่ทำในรูปแบบเลย เดินไปรู้สึกบ้าง เผลอไปบ้างนะ เผลอนานกว่ารู้สึกอีก กำลังของสติก็พัฒนายาก งั้นการทำในรูปแบบเนี่ย ไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะ เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเราทำได้นะ ศรัทธาของเราก็จะเพิ่มขึ้น วิริยะก็จะเพิ่มขึ้น สติก็จะเพิ่มขึ้น

หรือเราเดินจงกรมนั่งสมาธิ แล้วจิตเราเคลื่อน เราเห็น สมาธิของเราจะเพิ่มขึ้น จิตใจจะกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว

แล้วการปฏิบัติในรูปแบบ ถ้าวันไหนกำลังของเราพอ จิตใจอยู่กับเนื้อกับตัวนะ เราก็ดูธาตุดูขันธ์เลย แยกกายส่วนกาย จิตส่วนจิต ความสุขความทุกข์ก็แยกออกไป กุศลอกุศลก็แยกออกไป จิตเป็นคนดู สุดท้ายมันก็เกิดปัญญานะ เห็นเลยร่างกายที่หายใจออกนะ ร่างกายที่หายใจเข้า ร่างกายที่ยืนเดินนั่งนอน มีแต่ทุกข์ทั้งนั้นเลย นั่งอยู่ก็ทุกข์ ยืนอยู่ก็ทุกข์ เดินอยู่ก็ทุกข์ นอนอยู่ก็ทุกข์ มันปวดมันเมื่อยตลอดเวลา ส่วนจิตใจก็เต็มไปด้วยความไม่เที่ยงนะ ความสุขก็ไม่เที่ยง ความทุกข์ก็ไม่เที่ยง กุศลก็ไม่เที่ยง อกุศลก็ไม่เที่ยง จิตใจบังคับไม่ได้ จะสุขหรือจะทุกข์ จะดีหรือจะชั่ว สั่งไม่ได้ บังคับไม่ได้ เนี่ยคือการเจริญปัญญา


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ศาลากาญจนาภิเษก (ศาลาลุงชิน)
ถนนแจ้งวัฒนะ ซอย ๑๔
หลักสี่ กรุงเทพมหานคร
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๖

CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๕๖
File: 560120.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๘ วินาทีที่ ๓ ถึง นาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๔๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

พละ ๕ (๑) กำลังทั้ง ๕ ต้องพอ จึงจะเกิดอริยมรรค

mp 3 (for download) : พละ ๕ (๑) กำลังทั้ง ๕ ต้องพอ จึงจะเกิดอริยมรรค

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
ขอขอบคุณ ภาพจากงาน “ธรรมะกลางเมือง”

หลวงพ่อปราโมทย์ : แรงของนักปฏิบัติก็มี ๕ แรง มีกำลังมีพละ ๕ อย่าง เรามีศรัทธามั้ย บางวันเราก็มีศรัทธาใช่มั้ย บางวันพระพุทธเจ้าขัดผลประโยชน์ของเรา เราก็ไม่เอา เราก็เอาผลประโยชน์ ไม่เอาพระพุทธเจ้า ศรัทธาของเราก็ผลุบๆโผล่ๆ

วันนี้มีศรัทธา อีกวันนึงไม่มีศรัทธา วันนี้มีวิริยะนะขยันหมั่นเพียร อีกวันนึงขี้เกียจไปแล้ว วิริยะไม่มี บางวันมีสติใช่มั้ย ช่วงนึงมีสติอยู่ ๑ วัน ขาดสติไป ๗ วันอย่างนี้ กำลังของสติเราไม่พอ จิตใจของเราไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว จิตใจเราร่อนออกข้างนอกตลอดเวลา เนี่ยสมาธิเราไม่พอ กำลังของสมาธิไม่พอ เราไม่ค่อยสนใจที่จะคอยแยกธาตุแยกขันธ์ แล้วดูความเป็นไตรลักษณ์ของธาตุของขันธ์ ของกายของใจ นานๆเห็นทีนึง รู้สึกมั้ย นานๆก็เห็นร่างกายไม่ใช่เรา แว้บนึงนะ บางทีแปรงฟันอยู่ เห็นไม่ใช่เรามั้ย ที่เหลือเป็นเราหมดเลย เนี่ยปัญญากำลังปัญญาเราไม่พอ

ถ้ากำลังของเราพอนะ ศรัทธาของเราแน่นแฟ้น วิริยะของเราต่อเนื่อง สติของเราทำงานได้รวดเร็ว สมาธิเราดี จิตใจอยู่กับเนื้อกับตัว ปัญญาของเราดี เราแยกธาตุแยกขันธ์ เห็นไตรลักษณ์ของธาตุของขันธ์ ของกายของใจอย่างสม่ำเสมอ ถ้าแรงเราพอแบบนี้นะ จิตจะยิ่งมีกำลังที่จะตัดกิเลส เกิดอริยมรรค เกิดอริยผล เกิดอริยมรรคฆ่ากิเลสได้ ถ้ากำลังไม่พอ ไม่เกิดอริยมรรคหรอก

งั้นเราต้องมาพัฒนากำลังของเรานะ จุดอ่อนของฆราวาสคือกำลังน้อย สังเกตมั้ย บางวันก็ศรัทธา บางวันก็ไม่ศรัทธา บางวันก็(มี)วิริยะใช่มั้ย บางวันก็ไม่มีวิริยะ บางวันน้อยวันที่มีสติ จำนวนมากไม่มีสติหรอก หลงแหลกลาน จิตที่หลงไปกับจิตที่รู้สึกตัว จิตที่ตั้งมั่นอยู่กับตัวเอง มีน้อย รู้สึกมั้ย สภาวะที่หลงไปมีเยอะ สมาธิเราไม่พอนะ งั้นเราต้องพยายามมาพัฒนากำลังทั้ง ๕ เนี่ย ผนึกกำลังทั้ง ๕ นี่ขึ้นมาให้ได้นะ รวมแรงทั้ง ๕ นี้ขึ้นมาเนี่ย จะฆ่ากิเลสตาย เราต้องมารวมแรง


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ศาลากาญจนาภิเษก (ศาลาลุงชิน)
ถนนแจ้งวัฒนะ ซอย ๑๔
หลักสี่ กรุงเทพมหานคร
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๖

CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๕๖
File: 560120.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๓๙ ถึง นาทีที่ ๒๑ วินาทีที่ ๕๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่