Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

เป็นนักปฏิบัติ ต้องภาวนาให้กลมกลืนกับการใช้ชีวิตทางโลก ไม่ต้องโอ้อวดใคร

mp 3 (for download) : เป็นนักปฏิบัติ ต้องภาวนาให้กลมกลืนกับการใช้ชีวิตทางโลก ไม่ต้องโอ้อวดใคร

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : เราภาวนา มานานจริงจังมากเลยนะ แต่การภาวนาของหลวงพ่อนะ คนอื่นไม่ค่อยรู้หรอก เขาดูไม่ออก ภาวนาเป็นเรื่องงานทางใจ เราทำกรรมฐานอยู่ที่ใจเราเนี่ย เรากลมกลืนอยู่กับโลก ชาวโลกไม่รู้เลย เราไม่ต้องวางฟอร์ม อวดว่าฉันเป็นนักปฏิบัติอะไรอย่างนี้นะ ถ้าอวดนะ คนมันชอบมาว่านะ ถ้าเราเดินจงกรมอะไรอย่างนี้มันก็จะว่า เนี่ยเพี้ยนแล้วนะ ซีเรียสเกินไป ชีวิตต้องผ่อนคลาย พวกไม่เข้าใจมันมี เราก็ไม่ต้องไปโชว์เขา

หลวงพ่ออยู่ที่ทำงานนะ กลางวันกินข้าว เราก็ทำเป็นเดินไปวัดใกล้ๆที่ทำงาน วัดโสมฯบ้าง วัดเบญจฯบ้าง อยู่ทำเนียบนะเมื่อก่อน คนถามว่าเดินไปทำอะไร ก็บอกว่าเดินไปไหว้พระหน่อยหนึ่ง ย่อยอาหาร จริงแล้วเดินจงกรม เดินจงกรมของหลวงพ่อก็ไม่ได้มาเดินอย่างนี้นะ เดี๋ยวรถทับตาย จะข้ามถนน ฟุ่บ ข้ามได้ เดินด้วยความเร็วปกติเลย เคลื่อนไหวกลมกลืนอยู่ในชีวิตธรรมดานี่เอง จะขึ้นรถเมล์ จะรอรถเมล์ จะอะไร ปฏิบัติได้หมดเลย ไปกินข้าวก็ปฏิบัติ หน้าร้อน อาบน้ำ หลวงพ่อคนโบราณนะ อาบน้ำในตุ่ม เห็นตุ่มน้ำก็ดีใจแล้ว มีความสุขแล้ว หน้าหนาวเห็นแล้วกลัว แค่คิดถึงก็กลัวแล้ว เนี่ยก็รู้ทัน รู้ทันความรู้สึกของเราไปเรื่อยๆ

ภาวนาโดยที่ไม่มีใครเขารู้ว่าเราภาวนา เราไม่ต้องไปโอ้อวดใคร เนี่ยบางทีเขาแซวนะ อย่างพวกเรา บางทีก็โมโหใช่มั้ย เคยมั้ย โมโหขึ้นมา คนเขาก็มาว่า เธอเป็นนักปฏิบัติยังไงยังโมโหอยู่ ฉันไม่ใช่พระอนาคาฯนี่ บอกเขาไปเนาะ เธออย่างโน้น เธออย่างนี้ ทำไมเธอไม่ทำอย่างนี้ มันกำหนดกฎเกณฑ์ให้พวกเราทำเยอะเลยเนอะ ถ้าเขารู้ว่าเราเป็นนักปฏิบัตินะ เขาจะคาดหวังสูง เรียกร้องสูง


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอังคารที่ ๒๓ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๑
File: 560723A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๓๔ ถึง นาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๕๙

ตัดคลิปส์โดยคุณ ok2077
ถอดคลิปส์และตรวจทานโดยคุณ พัลวัน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ปฏิบัติให้ได้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ตื่นจนหลับ

mp 3 (for download) : ปฏิบัติให้ได้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ตื่นจนหลับ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: หมดเวลาที่ทำในรูปแบบแล้วนะ เวลาที่เหลือในชีวิตเราคือ การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ที่หลวงพ่อเล่าเมื่อเช้า เมื่อตะกี้เนี้ยนะ จะทำอะไร จะยืนเดินนั่งนอน จะกวาดบ้านถูบ้าน จะซักผ้า จะกินข้าว จะอาบน้ำ จะขับถ่าย จะแต่งตัวนะ จะทาลิปสติก ทาโน่น ทานี่ อะไรอย่างเนี้ยนะ จะหวีผม รู้สึกตัวเรื่อยไป เห็นกายมันทำงานเห็นใจมันทำงานไปเรื่อยๆ จะขึ้นรถ รถมันติด กลุ้มใจก็รู้นะ  ขับรถอยู่เห็นไฟแดง ไม่ค่อยพอใจก็รู้ ติดไฟแดงคันแรกเนี่ย เจ็บช้ำที่สุด ใช่ไหม ? ใครขับรถติดไฟแดงคันแรกนะ อยู่หน้าเพื่อนเลยเนี่ยโอ๊ย เจ็บใจที่สุดเลย บอบช้ำ  ติดอยู่คันที่ ๕ ที่ ๖ นะเฉยๆ นะติดอยู่คันที่ร้อย เนี่ยถอดใจเลยใช่ไหม ? ไฟเขียวอีกรอบก็ไม่พ้นหรอกนะ เฮ้อ เวรกรรม

ปฏิบัติได้ตลอดนะในชีวิตประจำวัน ทำให้มากที่สุด ทำในรูปแบบไม่พอ เพราะว่าการทำในรูปแบบเนี่ยทำในเวลาไม่มากหรอก ชั่วโมง สองชัวโมง สามชั่วโมง แต่เวลาส่วนใหญ่อยู่ในชีวิตประจำวันนะ ปฏิบัติให้ได้นะ ถ้าทำในชีวิตประจำวันได้นะ  จะก้าวหน้าเร็วมาก การทำในชีวิตประจำวัน ทำตั้งแต่ตื่นจนหลับ ยกเว้นเวลาที่ทำงานที่ต้องคิด เวลาทำงานที่คิด ปฏิบัติไม่ได้นะ ปฏิบัติไม่ได้ ดูกายไม่ได้ ดูใจไม่ได้ ต้องดูงาน

งั้นการทำในชีวิตประจำวันเนี่ย ทำตั้งแต่ตื่นจนนอนหลับ ยกเว้นเวลาที่ทำงานที่ใช้ความคิด อย่างคนนั่งเขียน ซอฟแวร์  ไปเมืองจีนมีคนมาถาม เขาเขียนซอฟท์แวร์ ระหว่างนั้นน่ะ กายหาย ใจหาย บอกถูกแล้ว ถ้ารู้สึกกายรู้สึกใจ จะเขียนซอฟท์แวร์ ไม่ได้ ถ้าอีกคน เขาเป็นคนปลูกผักนะ ไปหาบน้ำมารดผักอะไรอย่างนี้นะ พวกเนี้ยรู้สึกกาย ปฏิบัติได้ทั้งวันเลยนะ งั้นไอ้พวกอยู่ในห้องแอร์ทำคอมพิวเตอร์อะไรนะ อาจจะภาวนาสู้พวกที่ทำไร่ ทำนา ปลูกพืชปลูกผัก ขี่สามล้อ อะไรอย่างนั้นไม่ได้ก็ได้นะ ดูถูกไม่ได้ เพราะงั้นเห็นคนต่ำกว่าเรา  ก็อย่าไปดูถูกเขานะ เกิดเขาเป็นพระอริยะขึ้นมา เราจะลำบาก วันนี้ยังมีน้อย วันข้างหน้าไม่แน่นะ เดี๋ยวนี้ สามล้อหรือใครต่อใครก็ฟังซีดี หลวงพ่อทั้งนั้นแหละ วันหนึ่งเขาอาจจะได้ธรรมะขึ้นมา เราก็อย่าไปดูถูกคนยากคนจนนะ ไม่แน่หรอก

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอังคารที่ ๒๓ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๑
File: 560723A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๘ วินาทีที่ ๓๗ ถึง นาทีที่ ๓๑ วินาทีที่ ๑๗

ตัด/ถอดคลิปส์โดยคุณ ok2077
ตรวจทานโดยคุณ พัลวัน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การดูจิต และการเดินปัญญาในฌาน

mp3 for download : การดูจิต และการเดินปัญญาในฌาน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย

หลวงพ่อปราโมทย์ : การดูจิตดูใจเรียกว่า จิตตนานุปัสสนา การดูกระบวนการทำงานของสภาวธรรม เรียกว่าธรรมานุปัสสนา กรรมฐานเหล่านี้เหมาะกับพวกทิฎฐิจริต พวกคิดมาก เมื่อพวกเราเป็นพวกช่างคิด เรามาดูจิตดูใจตัวเอง การดูจิตนั้นไม่ต้องใช้สมาธิเยอะ ใช้สมาธิเป็นขณะๆไป เรียกว่าขณิกสมาธิ

วิธีทำให้มีสมาธิเมื่อเช้าหลวงพ่อบอกไปแล้วนะ รู้ทันจิตที่เคลื่อนไป เรารู้ทันจิตที่เคลื่อนไป รู้ทันจิตที่ไหลไป จิตก็จะตั้งมั่นขึ้นมา ตรงที่จิตตั้งมั่นขึ้นมาเนี่ย อย่าไปบังคับจิตให้นิ่ง จิตมีความสุขให้รู้ว่ามีความสุข จิตมีความทุกข์ให้รู้ว่ามีความทุกข์ จิตสงบให้รู้ว่าสงบ จิตฟุ้งซ่านให้รู้ว่าฟุ้งซ่าน จิตมีราคะให้รู้ว่ามีราคะ จิตมีโทสะให้รู้ว่ามีโทสะ จิตไม่มีราคะก็รู้ จิตไม่มีโทสะก็รู้ จิตหลงไปก็รู้ จิตรู้สึกตัวอยู่ก็รู้ เนี่ยคอยดูความเปลี่ยนแปลงของจิตไปเรื่อย

การดูความเปลี่ยนแปลงของจิตนั้น ไม่ต้องไปนั่งสมาธิลึกๆ คนที่นั่งสมาธิลึกๆเนี่ย ดูจิตยาก มันจะไม่มีอะไรให้เปลี่ยน จะนิ่งๆ เพราะฉะนั้นการดูจิตดูใจเนี่ย เหมาะสำหรับพวกที่เข้าฌานไม่เป็น แต่ถ้าพวกที่ดูจิตแล้วเข้าฌานเป็น จะไปสู่จุดสุดยอดอีกเรื่องหนึ่ง สามารถไปเดินปัญญาในสมาธิได้ พวกดูกายเก่งๆเนี่ย เจริญปัญญาในสมาธิไม่ได้ ต้องดูจิตเก่งๆ ทำสมาธิและปัญญาควบกันได้

ดูกายเก่ง ต้องทำสมาธิก่อน ออกจากสมาธิแล้วมาดูกาย แต่ถ้าจะทำสมาธิและปัญญาควบกัน ถ้าทำสมาธิรู้ลมหายใจแล้วจิตรวมเข้าปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร มีปีติ มีความสุข มีความเป็นหนึ่ง มีเอกัคคตา รู้ทันจิตที่เข้าไปจับแสงสว่าง ก็ปล่อย ไม่จับ ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร จิตทวนกระแสเข้าหาตัวรู้ และตั้งมั่นอยู่ ปีติเด่นดวงขึ้นมา ในขณะนั้นมีทั้งปีติมีทั้งสุขมีทั้งเอกัคคตาอยู่ด้วยกัน แต่ปีติจะเด่น ใจเนี่ยเด่นดวงตั้งมั่นเป็นผู้รู้อยู่ แต่ปีติเด่น สติระลึกรู้ลงไปที่ปีติ เห็นปีติดับไป เนี่ยเขาทำวิปัสสนาในสมาธิ เขาดูองค์ฌานที่เกิดดับ องค์ฌานทั้งหลายเนี่ยไม่ใช่กาย องค์ฌานทั้งหลายเนี่ยเป็นเรื่องของนามธรรมทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นพวกที่ดูจิตได้นะ จะไปเดินปัญญาในฌานได้

แล้วถ้าดูจิตจนชำนิชำนาญจนถึงระดับที่เป็นพระอริยบุคคล แล้วถ้าตายไปนะ ยังไม่ใช่พระอรหันต์ ไปเกิดในพรหมโลก แล้วเข้าฌานเก่งมากเลย ได้ฌานที่ ๘ ด้วย ไปเกิดในเนวสัญญานาสัญญายตนะ เป็นภูมิเป็นภพของเนวสัญญานาสัญญายตนะ เป็นภพของพรหมที่สูงที่สุด ในคัมภีร์สอนเอาไว้เลยว่า ถ้าเป็นพระอริยบุคคลที่ชำนาญการดูจิตนะ จะไปทำวิปัสสนาในเนวสัญญานาสัญญายตนะได้ คนอื่นทำไม่ได้ ถ้าเป็นปุถุชนแล้วจะไปทำวิปัสสนาในเนวสัญญานาสัญญายตนะไม่ได้ ถ้าเป็นพระอริยบุคคลที่ไม่ได้ชำนาญเรื่องการดูจิต จะไปทำวิปัสสนาในเนวสัญญานาสัญญายตนะไม่ได้ ถ้าเป็นพระอริยบุคคลที่เข้าอรูปฌานถึงขีดสุดไม่ได้ก็จะไม่ไปเนวสัญญานาสัญญายตนภูมิด้วย

เพราะฉะนั้นการที่เราหัดดูจิตดูใจเนี่ยนะ พวกที่สมาธิมากก็ดูได้ พวกนี้จะสามารถไปเจริญปัญญาในฌานได้ ทำสมาธิและวิปัสสนาควบกัน พวกนี้ทำรวดไปได้ ไม่มีข้อจำกัดในภูมิอะไร ยกเว้นอันเดียว ภูมิอสัญญสัตตา ภพของอสัญญสัตตา พรหมลูกฟัก แต่ท่านจะไม่ไปเกิดในพรหมลูกฟัก พระอริยะทั้งหลายท่านจะไม่ไปเกิดในพรหมลูกฟัก พระโพธิสัตว์ทั้งหลายจะไม่ไปอยู่ในพรหมลูกฟัก เสียเวลา

และถ้าเราดูจิตดูใจแต่ไม่ชำนาญจนถึงอรูป(ฌาน)นะ เราจะดูจิตในชีวิตประจำวัน ดูอยู่ข้างนอกอย่างที่พวกเรามีนี่แหละ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ต.บางพระ อ.ศรีราชา ชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๔ เดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๕
File: 550804B
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๖
ระหว่างนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๑๔ ถึงนาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๕๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ดูจิต เหมาะกับคนที่ไม่ทรงฌาน

mp3 for download : ดูจิต เหมาะกับคนที่ไม่ทรงฌาน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : การดูจิตและธรรมานุปัสสนานี้ เหมาะกับวิปัสสนายานิก เดินปัญญาไปเลย สมาธิเกิดทีหลัง แต่ก็ต้องอาศัยสมาธิ เพียงแต่เป็นสมาธิในระดับขณิกสมาธิ ไม่ถึงฌาน

ขณิกสมาธิคือความตั้งมั่น(ของจิต)ชั่วขณะ ความตั้งมั่นชั่วขณะเป็นอย่างไร ความตั้งมั่นชั่วขณะก็คือ ในภาวะที่จิตกำลังหลงไปไหลไปแล้วเรามีสติรู้ทันจิตที่ไหลไป โดยเฉพาะไหลไปคิด ถ้าเรารู้ว่าจิตไหลไปคิด มีสติรู้ทันปั๊บ การไหลไปจะขาดสะบั้นในทันทีเลย และความไหลไปความหลงไปคิดนะ เป็นความฟุ้งซ่าน จิตมันฟุ้งซ่าน ทันทีที่สติระลึกรู้ความฟุ้งซ่านนะ ความฟุ้งซ่านดับอัตโนมัติ ก็จะเกิดจิตผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานขึ้นมา

ใหม่ๆพอรู้ตัวแว้บขึ้นมายังทำอะไรไม่เป็นนะ มันจะหายไป แล้วหนีไปคิดอีก รู้อีก หนีไปคิดอีก รู้อีก ฝึกตรงนี้ให้ชำนาญเลย ในที่สุดสมาธิที่เป็นขณิกะที่ว่าทีละขณะๆ จะเกิดถี่ขึ้นๆ เมื่อมันถี่มากๆนะ มันเหมือนจะทรงตัวอยู่ได้ ความจริงมันไม่ได้ทรงตัวแต่มันเกิดดับอย่างรวดเร็ว แต่มันเกิดดับต่อเนื่องกันแล้วมันเหมือนเดิม มันเป็นตัวรู้ ตัวรู้ๆ ทีละขณะ มันจึงเหมือนทรงตัวเด่นอยู่ได้ มีช่วงเวลาที่ยาวขึ้นแล้วที่จะรู้สึกตัวได้

ถ้ารู้สึกตัวได้อย่างนี้นะ ดูความเปลี่ยนแปลงของจิตไป เดี๋ยวก็เป็นจิตรู้ เดี๋ยวก็เป็นจิตหลง เดี๋ยวเป็นจิตรู้ เดี๋ยวเป็นจิตคิด เดี๋ยวเป็นจิตรู้ เดี๋ยวเป็นจิตเพ่ง เนี่ยจิตเกิดการเปลี่ยนแปลง เกิดดับ เพราะฉะนั้นจิตตานุปัสสนาเนี่ย ไม่ได้เหมาะกับพวกที่ทรงฌานมาก่อนนะ เพราะถ้าหากทรงฌานมาก่อน มันจะไม่มีความเปลี่ยนแปลงของจิตให้ดู มันจะนิ่งๆ อาศัยอย่างพวกเรานี่แหละ ก็ต้องอาศัยการดูจิตไป แต่ว่าเราต้องมาฝึกให้ได้จิตที่รู้สึกตัวก่อน จิตที่มีตัวรู้ทีละขณะๆ แต่ฝึกบ่อยๆ

วิธีฝึก ให้เกิดตัวรู้เป็นขณะๆบ่อยๆ ก็คือทำกรรมฐานสักอย่างหนึ่ง พุทโธก็ได้ หายใจก็ได้ ดูท้องพองยุบก็ได้ ทำจังหวะก็ได้นะ ขยับมือทำจังหวะ ถ้าจังหวะอย่างหลวงพ่อเทียนเราไม่ชอบ เราคิดจังหวะของเราเองก็ได้ หลวงพ่อไม่ได้ทำอย่างหลวงพ่อเทียน

หลวงพ่อเป็นโทสจริต ใจร้อน หลวงพ่อทำแค่นี้เองนะ อากาศร้อน หลวงพ่อทำกรรมฐานอย่างนี้ ร่างกายเคลื่อนไหวรู้สึก พัดไป แหม..มันสบายใจ มีความสุขขึ้นมา รู้ว่าสบายใจ พัดไปพัดมา ฮึ แมลงวันมาอีกแล้ว อ๊ะ โมโหแล้วนะ โมโหแล้ว รู้ทันใจที่โมโห ตีขู่ ตีขู่มันนะ อย่าไปโดนตัวมัน บาป…

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ ที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๕
ไฟล์ 550525B
ระหว่างนาที่ ๕ วินาทีที่ ๕๐ ถึง นาทีที่ ๘ วินาทีที่ ๔๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ถ้าการปฏิบัติธรรมกับการดำรงชีวิตเป็นคนละส่วนกัน เรายังห่างไกลต่อมรรคผลนิพพาน

mp 3 (for download) : ถ้าการปฏิบัติธรรมกับการดำรงชีวิตเป็นคนละส่วนกัน เรายังห่างไกลต่อมรรคผลนิพพาน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทันทีที่เรารู้ว่าจิตกำลังไปคิดอยู่นะ เราจะตื่นขึ้นในฉับพลัน คือเราจะหลุดออกจากโลกของความคิด เกิดความรู้สึกตัวในฉับพลัน เราจะเห็นทันทีเลยกายนี้ไม่ใช่เรา เราจะเห็นทันทีเลยจิตนี้ไม่เที่ยง จะเห็นลงไป เห็นซ้ำแล้วซ้ำอีก ถึงวันนึงจิตมันพอแล้ว มันตัดสินความรู้นะ มันรวมเข้ามา แล้วมันตัดสินของมันเอง

ไม่ใช่เรื่องประหลาดนะ ไม่ใช่เรื่องยาก ธรรมะไม่ใช่เรื่องพ้นวิสัย ไม่ใช่เรื่องหมดยุคหมดสมัยแล้ว ใครทำใครก็ได้ ทำแทนกันไม่ได้นะ ที่สำคัญต้องหัดเจริญสติในชีวิตประจำวัน ถ้าเรายังรู้สึกว่า การปฏิบัติธรรมกับการดำรงชีวิตของเรา เป็นคนละส่วนกัน เรายังห่างไกลต่อมรรคผลนิพพานมาก ถ้าเรารู้สึกว่า การปฏิบัติธรรมกับการใช้ชีวิตปกติของเรา เป็นอันเดียวกัน เราใกล้ต่อมรรคผลนิพพานแล้ว


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ศาลากาญจนาภิเษก (ศาลาลุงชิน)
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๙

CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๒ (วันอาทิตย์ที่ ๑๘ เดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๙)
File: 490618.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๓๔ วินาทีที่ ๕๔ ถึง นาทีที่ ๓๕ วินาทีที่ ๔๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

พวกเรามีหน้าที่เจริญสติไป ถึงเวลามันพอของมันเอง

mp 3 (for download) : พวกเรามีหน้าที่เจริญสติไป ถึงเวลามันพอของมันเอง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : หลวงปู่ดูลย์เองก็ไปเรียนกับหลวงปู่มั่น หลวงปู่มั่นสมัยโน้นท่านก็ยังไม่ถึงขั้นสุดขีดอะไรหรอก ท่านภาวนาได้..ถ้าเทียบกับมหาวิทยาลัยนะคือจบปี ๓ แล้ว กำลังเรียนปี ๔ ยังไม่จบ ทีนี้หลวงปู่ดูลย์ไปเรียนด้วย หลวงปู่มั่นก็สอนหลวงปู่ดูลย์ให้ทำความสงบแล้วก็พิจารณากายนี้แหละ เบื้องต้นนะ พอท่านทำสอบปี ๑ ผ่านเนี่ยนะ ไปเรียนต่อ หลวงปู่มั่นสอนให้ดูจิตแล้ว

หลวงปู่มั่นท่านสอนเลย สพฺเพ สงฺขารา สพฺพ สญฺญา อนิจฺจา (สัพเพสังขารา สัพพะสัญญา อนิจจา) สพฺเพ สงฺขารา สพฺพ สญฺญา อนตฺตา (สัพเพสังขารา สัพพะสัญญา อนัตตา) สอนอย่างนี้ หลวงปู่ดูลย์ท่านก็มาดูๆนะ ดูอยู่ไม่กี่เดือนหรอก ท่านก็แจ้งอริยสัจจ์ขึ้นมา รู้เลยว่า ถ้าไม่มีความเป็นตัวเป็นตนนะ ถ้าไม่มีความปรุงแต่งความเป็นตัวตนก็ไม่มี ถ้าไม่มีความเป็นตัวตนนะ ความทุกข์มันก็ไม่มีที่อยู่ที่ตั้ง ก็ไม่มีความทุกข์เกิดขึ้น ทีนี้ท่านก็เลยรู้แจ้งอริยสัจจ์แห่งจิตขึ้นมา

ลีลาแห่งการรู้แจ้งของท่านก็ประหลาดนะ ท่านก็คงเจริญสติธรรมดานี่แหละ ถึงเวลาก็ทำความสงบบ้าง เดินจงกรมอะไรของท่าน ก็ทำอย่างนั้นแหละ เหมือนที่เราปฏิบัติเนี่ย แต่อินทรีย์ท่านแก่กล้าแล้ว ท่านใช้เวลาไม่มาก วันหนึ่งบิณฑบาตมา ฉันเสร็จแล้ว ท่านเอาบาตรไปล้าง ระหว่างนั่งล้างบาตรอยู่ เวลาท่านพูดถึงเนี่ย ท่านไม่ได้บอกว่าท่านนั่งล้างบาตร แต่หลวงพ่อก็ไม่ได้เห็นว่าพระรุ่นโบราณยืนล้างบาตรนะ แต่ว่าพระรุ่นใหม่นี้ยืนล้างบาตรนะที่ล้างมันสูง ท่านอยู่ตามห้วยตามเขาตามอะไร ต้องนั่งล้างเอา

ระหว่างที่ล้างบาตรเนี่ย มีแมวตัวหนึ่งวิ่งมา มีหมา ๓ – ๔ ตัว ไล่มา หมาไล่กัดแมว หลวงปู่ก็หันไปดู แมวนี่วิ่งจ๊กๆๆ ไปเจอต้นมะละกอ กระโดดขึ้นต้นมะละกอไป ไปเกาะอยู่ข้างบน หมาเข้ามาล้อมต้นไม้ไว้ เห่าใหญ่ หมาเนี่ยจะขึ้นต้นไม้ไม่ได้ สัตว์ตระกูลหมามันไม่ขึ้นต้นไม้หรอกพวกหมา ยกเว้นหมาชนิดเดียว ชื่อหมาไม้ หมาไม้ขึ้นต้นไม้ได้ แต่หมาไม้ไม่ใช่หมา เรียกเป็นหมาไปอย่างนั้นแหละ

แมวนี่นะ พอเห็นหมาอยู่ข้างล่างนะ แมวก็หัวเราะเยาะ หัวเราะเยาะหมาด้วยใจ แหมแมวคงไม่ร้องเฮ่อๆออกมานะ ถ้าอย่างนั้นหลวงปู่คงไม่ได้อะไร คงตกใจ พอแมวมันหัวเราะเยาะหมานะว่าเอ็งทำอะไรข้าไม่ได้แล้ว ท่านบอกว่าตอนนั้นท่านปิ๊งเลย ท่านเข้าใจเลยว่า ถ้าจิตพ้นจากความปรุงแต่งแล้วความทุกข์ก็มีไม่ได้

ทำไมต้องไปเกิดตอนนั้น คล้ายๆเรื่องพระเซ็นเลยนะ พระเซ็น อิคคิวซังนะ ซาโตริตอนได้ยินอีการ้อง พวกเราไปหาเทปอีกามาฟังนะ ฟังมันก็ไม่ซาโตริหรอก เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเรามีอันเดียวแหละ ภาวนาไป เจริญสติไป เหมือนเรามีหน้าที่กินข้าวก็กินไปนะ หน้าที่อิ่มมันเป็นหน้าที่ของท้อง ไม่ใช่หน้าที่ของเราหรอก หน้าที่กินก็เคี้ยวไป กินไป ถึงเวลาใจมันพอแล้ว มันก็พอของมันเองแหละนะ เราไม่รู้หรอกว่าเราจะพอตอนไหน กลางวันหรือกลางคืน เราไม่รู้หรอกว่ามันจะพอตอนไหน เราไม่รู้ว่าจะพอตอนยืน ตอนเดิน ตอนนั่ง หรือตอนนอน นะ ไม่แน่นอนนะ เราไม่รู้ว่าจะพอตอนหายใจออกหรือว่าหายใจเข้านะ แต่ว่ามันพอตอนมีสติ ถ้าเมื่อไรเราทิ้งขาดสตินะ เอ้อระเหยลอยชายไปนะ ไม่พอหรอกในขณะนั้น

เพราะฉะนั้นเราฝึกมีสติ รู้กายรู้ใจบ่อยๆนะ รู้ไปเรื่อยๆ วันไหนมันพอ มันก็พอของมันเอง ใจเราจะเปลี่ยนแปลงไปนะ ความทุกข์มันจะตกหายไปจากใจเรา มีความสุขล้วนๆเลย คราวนี้


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๒ ก่อนฉันเช้า

สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๐
Track: ๑๘
File: 520612.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๒๕ ถึง นาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๑๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ดีหรือเลว อยู่ที่ รู้หรือไม่รู้

mp 3 (for download) : ดีหรือเลว อยู่ที่ รู้หรือไม่รู้

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

โยม : เมื่อเราไปปฏิบัติที่ไหนแล้วเรารู้สึกว่า เรามีแต่อกุศลเกิด แล้วความลังเลสงสัยเกิด เราน่าจะตัดสินตรงนั้นได้มั้ยคะว่า ตรงนั้นที่..ไมใช่แล้วสำหรับเรา

หลวงพ่อปราโมทย์ : เราดูตรงนี้นะว่า กิเลสเกิดแล้วเรารู้ทันนะ ตรงนั้นดี อยู่ที่เรารู้ทันต่างหากล่ะ (โยม : อ๋อ..ค่ะ) ไม่ใช่ว่ามีกิเลสแล้วไม่ดีนะ พระพุทธเจ้าท่านแยกดีแยกเลวอยู่ที่ รู้หรือไม่รู้

ท่านบอกว่า จิตคนนะ คนมันมี ๔ พวก พวกหนึ่งจิตเป็นกุศล รู้ว่าเป็นกุศล นี้ดีเลิศ, พวกหนึ่งเป็นกุศลไม่รู้ว่าเป็นกุศล ใช้ไม่ได้, พวกหนึ่งมีอกุศล รู้ว่ามีอกุศล ยกตัวอย่างคุณไปภาวนาแล้วอกุศลเกิด คุณรู้เนี่ย ท่านบอกว่าดีนะ, แต่ถ้าอกุศลเกิดแล้วไม่รู้ว่าอกุศลเกิด แบบคนในโลกนี้ อกุศลทั้งวันแหละ แล้วคิดว่าไม่มีอกุศลนี่แหละ พวกนี้ใช้ไม่ได้เลย ไม่ดี

เวลาที่หลวงพ่อภาวนาดีที่สุดนะ สมัยโน้นเป็นฆราวาส เกือบสามสิบปีมาแล้ว ภาวนาเนี่ย ในบรรยากาศที่แย่มากๆเลย ทำงานที่เครียดมากๆเลย เจ้านายก็เครียด ใครๆก็เครียดไปหมดเลย ในเวลานั้นน่ะ จิตมีแต่อกุศลเกิดบ่อยๆ เรามีสติตามรู้ได้บ่อยๆ ช่วงนั้นเป็นเวลาที่กระปรี้กระเปร่าในการปฏิบัติที่สุดเลย แต่ถ้ามันไม่ไหวจริงๆก็เลี่ยงซะ แต่ถ้ายังเห็นกิเลสเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปได้นะ เราก็ภาวนาอยู่ตรงนั้นแหละ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๒ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๑
Track: ๘
File: 520710.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๓๐ ถึง นาทีที่ ๒๑ วินาทีที่ ๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

หัดรู้สึกตัว

mp3 for download: หัดรู้สึกตัว

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์:หัดรู้สึกตัวไปเรื่อย วันๆนึงเอาเวลาไปล้างผลาญซะเยอะละ ลองใช้เวลาวันละ 15 นาทีนะมาคอยรู้สึกตัว รู้สึกกายรู้สึกใจไปเรื่อยๆ ดูเล่นๆ ดูสบายๆ ไปเรื่อย ต้องทำเล่นๆ นะ อย่าทำเคร่งเครียด ฝึกเล่นๆ รู้สึกๆๆ ไปเรื่อย เราจะเห็นเลยใจนี้ลอยแว้บๆ  ทั้งวัน เดี๋ยวหนีไปโน่น เดี๋ยวหนีไปนี่ ส่ายไปส่ายมา ให้เรารู้ทันนะ ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น จิตเรายินดีให้เรารู้ทัน จิตเรายินร้ายให้รู้ทัน คอยรู้ทันจิตตัวเองไปเรื่อยๆ ตาหูจมูกลิ้นกายใจกระทบอารมณ์แล้ว จิตก็ยินดีขึ้นมาบ้าง ตาหูจมูกลิ้นกายใจกระทบอารมณ์แล้ว จิตยินร้ายบ้าง กระทบแล้วจิตแกว่งไปแกว่งมาคอยรู้ไปเรื่อยๆ

ต่อไปก็จะเห็นเลยทุกอย่างไม่เที่ยง ทุกอย่างชั่วคราวหมดเลย ความสุขความทุกข์ กุศลอกุศลชั่วคราวทั้งหมดเลย

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ศาลากาญจนาภิเษก (ศาลาลุงชิน)
แสดงธรรมเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๘ เดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๑
CD: ศาลากาญจนาภิเษก (ศาลาลุงชิน) ครั้งที่ ๒๐
File: 510518
ระหว่างนาทีที่ ๒๑ วินาทีที่ ๒๗ ถึง นาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๑๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนธรรมะเพื่อปฎิบัติ ไม่ใช่เพื่อคุยเล่นสนุกๆ เพื่อคุยอวดกัน

mp 3 (for download) : เรียนธรรมะเพื่อปฎิบัติ ไม่ใช่เพื่อคุยเล่นสนุกๆ เพื่อคุยอวดกัน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

เอื้อเฟื้อภาพโดย ชมรมสารธรรมล้านนา

หลวงพ่อปราโมทย์ : งั้นสรุปนะพวกเรา การที่เรามาศึกษาธรรมะ ศึกษาเพื่อปฏิบัติ ไม่ใช่ศึกษาเล่นสนุกๆ ธรรมะเป็นของสูง เป็นของหายาก

สมัยพุทธกาลมีพระเจ้าแผ่นดินองค์หนึ่ง ได้ยินจากพวกพ่อค้าว่า “พุทโธ โลเก อุุปปันโน พระพุทธเจ้าเกิดขึ้นแล้วในโลก ธัมโม โลเก อุปปันโน พระธรรมเกิดขึ้นแล้วในโลก สังโฆ โลเก อุปปันโน พระสงฆ์เกิดขึ้นแล้วในโลก” ท่านแทบช็อกเลย ถามซ้ำว่า อะไรนะ พูดอะไรนะ ถามตั้งสามรอบนะ พอรู้เนี่ยนะ ท่านสั่งพ่อค้าเลยบอก ให้ไปบอกพระมเหสีนะ เอารางวัลให้ไปแล้วก็ยกราชบัลลังก์ให้พระมเหสีปกครองไป ท่านขึ้นม้าหนีเลย ออกจากเมืองเลย ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า

เพราะท่านเห็นความสำคัญ ว่าโอกาสที่พระพุทธเจ้าจะเกิดขึ้นนั้นยากแสนยาก โอกาสที่พระธรรมจะปรากฎลงมาสู่โลกมนุษย์นั้นยากแสนยาก โอกาสที่พระสงฆ์คือปุถุชนคนธรรมดาจะพัฒนาตนเองขึ้นไปสู่ความบริสุทธิ๋หมดจดนั้นยากแสนยาก เป็นโอกาสที่ยากแสนยากที่จะเกิดขึ้น เวลานี้พวกเราได้รับโอกาสอันนั้นแล้วนะ หน้าที่เรารีบปฏิบัตินะ เราเรียนธรรมะเพื่อจะเอาไปปฏิบัติ ไม่ใช่เพื่อฟังเล่นสนุกๆ เพื่อเอาไปคุยอวดกัน


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๒ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๔
File: 550212A
ระหว่างนาทีที่ ๒๐ วินาทีที่  ๔๙ ถึง นาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๑๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เกร็ดธรรมคุณสันตินันท์ : เตรียมจิตให้พร้อมสำหรับการเจริญสติปัฏฐาน (๑) แนะนำ!!!

เกร็ดธรรมคุณสันตินันท์ : เตรียมจิตให้พร้อมสำหรับการเจริญสติปัฏฐาน (๑)

จิตที่พร้อมจะเจริญสติปัฏฐานได้จริง จะต้องเป็นจิตที่มีคุณสมบัติดังนี้

1.เป็นจิตที่สามารถระลึกรู้อารมณ์ จะเป็นกาย เวทนา จิตหรือธรรมอะไรก็ได้
อย่างเป็น  วิหารธรรม คือเครื่องรู้ เครื่องอยู่ เครื่องระลึกของสติ
แต่ส่วนมากเราเอาอารมณ์มาเป็นคุกขังจิตกัน
(แบบที่คุณหมอ Lee เล่าว่าเพ่งลงไปให้จิตหยุดอยู่ในอารมณ์เดียว)
มากกว่าจะเอามาเป็นวิหารธรรมหรือเครื่องอยู่อันสบายของจิต

2. จิตต้องมี  ตบะ หรือความเพียรแผดเผากิเลสให้เร่าร้อน
การปฏิบัติต้องปฏิบัติด้วยความรู้เท่าทันกิเลส
ไม่ใช่ปล่อยให้กิเลสตัณหาชักนำให้ปฏิบัติ
คือปฏิบัติไปด้วยความอยากมี อยากเป็น อยากเห็น อยากรู้ อยากพ้น สารพัดอยาก
เมื่อกิเลสชักจูงให้ปฏิบัติแล้ว ที่จะเอาชนะกิเลสนั้นยากนักครับ
เพราะไม่รู้ทันปัจจุบันว่า กำลังมีกิเลสตัณหา
มัวแต่เฝ้ารอจะต่อสู้กับกิเลสตัณหา ที่คิดว่าประเดี๋ยวจึงจะมา

3. จิตจะต้องมี สัมปชัญญะ ซึ่งทางกายหมายถึงการรู้ความเคลื่อนไหวของกาย
ทางจิตหมายถึงการรู้ความเคลื่อนไหวของจิต
ไม่ถูกโมหะครอบงำ จนไม่รู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง

4. จิตจะต้องมี สติ คือรู้เท่าทันสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ
ซึ่งเรื่องสตินั้นผู้กำหนดอิริยาบถย่อยมักจะมีกันอยู่แล้ว
ที่ขาดคือขาดความรู้ตัวจริงๆ เท่านั้น

5 จิตจะต้อง  สลัดความยินดียินร้ายในโลก
คือเป็นกลางต่อ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และธัมมารมณ์ได้
แต่ผู้ปฏิบัติส่วนมากไม่รู้เท่าจิตใจของตน
จิตหลงยินดียินร้ายแต่รู้ไม่ทัน คิดว่าตนเป็นกลางแล้ว 

โดย คุณ สันตินันท์ (นามปากกาของหลวงพ่อปราโมทย์ก่อนบวช)

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เพราะรู้ตามความเป็นจริงจึงเบื่อหน่าย

เพราะรู้ตามความเป็นจริงจึงเบื่อหน่าย

จิตที่มีสติมีความตั้งมั่นแล้วไประลึกรู้กายรู้ใจบ่อยๆ
เป็นเหตุให้เห็นตามความเป็นจริง (เห็นไตรลักษณ์) และจะค่อยๆมีความเข้าใจต่อไตรลักษณ์มากขึ้น
จนจิตเกิดเบื่อหน่าย(ไม่เห็นว่ากายนี้จิตนี้เป็นของดีของน่ายึดถือ)
จนในที่สุดจิตจะปล่อยวางและหลุดพ้นไปตามลำดับ

ตรงที่เกิดเบื่อหน่ายนั้น ต้องสังเกตดีๆว่า
ยังเบื่ออย่างหนึ่ง แล้วไปยินดีอยากได้อยากเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นของคู่ตรงข้ามกันหรือไม่
เช่นเบื่อโลกที่วุ่นวาย แต่ยังอยากอยู่กับโลกที่สุขสงบ
การเบื่อแบบนี้ยังไม่ใช่ความหมายของ เบื่อหน่าย(นิพพิทา) ที่จะพัฒนาไปสู่ความคลายกำหนัด
แต่ยังเป็นเพียงการเบื่อที่เป็นโทสะ(ไม่ชอบ) เท่านั้น

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การทำตามรูปแบบ ทำได้ ๓ อย่าง

mp 3 (for download) : การทำตามรูปแบบ ทำได้ ๓ อย่าง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : การที่เราปฏิบัติในรูปแบบนั้น ยังทำได้ ๓ อย่าง

  • อันที่ ๑ ถ้าจิตฟุ้งซ่านมาก ทำความสงบ ให้จิตอยู่ในอารมณ์อันเดียว
  • อันที่ ๒ เมื่อจิตอยู่ในอารมณ์อันเดียวแล้ว รู้ทันจิตที่เคลื่อนไป ไหลไปคิด เราจะได้สมาธิชนิดที่ ๒ คือจิตตั้งมั่น
  • เมื่อจิตตั้งมั่นแล้วเวลาที่เราทำในรูปแบบเนี่ย หัดรู้สภาวะไป

สภาวะของร่างกาย สภาวะของเวทนาคือความสุขทุกข์ สภาวะของสังขารคือความปรุงดีปรุงชั่ว เช่นความโลภความโกรธความหลง ความวิตกกังวลต่างๆนะ ให้รู้ทัน แล้วก็รู้สภาวะของจิต จิตเดี๋ยวก็วิ่งไปดู เดี๋ยวก็วิ่งไปฟัง วิ่งไปคิด

แต่ตอนที่ทำในรูปแบบเนี่ย มันจะปิดทวารไปบางส่วน ถ้าเรานั่งสมาธิอยู่นะ มันก็ไม่วิ่งทางตา ไม่วิ่งทางหู เหลือแต่ทางใจ ก็เห็นจิตไหลไปทางใจ เคลื่อนไปเคลื่อนมา ก็รู้ทันอาการของจิต เป็นการหัดรู้สภาวะ การทำในรูปแบบนี้แหล่ะ ฝึกไว้ให้ชำนาญนะ ต่อไปเราจะขึ้นสู่การเจริญปัญญา เจริญปัญญาได้

เมื่อมีจิตตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดู มีสติรู้เท่าทันสภาวะที่เกิดขึ้น การที่หัดรู้สภาวะนั่นแหล่ะ จะทำให้เกิดสติ การที่รู้ทันว่าจิตไหลไป จิตหลงไป จะทำให้เกิดสมาธิชนิดตั้งมั่น อาศัยสติและความตั้งมั่นของจิต ๒ อย่างนี้เป็นตัวช่วยกัน จะทำให้เกิดปัญญา คือการเห็นความจริงของกายของใจ

เพราะฉะนั้นต้องมี ๒ สิ่งนี้ อาศัยการทำในรูปแบบนี้มาช่วย เพราะฉะนั้นทำในรูปแบบนะ ถ้าฟุ้งซ่าน ก็ทำความสงบ พุทโธๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ให้จิตสงบ ถ้าจิตสงบแล้ว ก็ทำกรรมฐานเดิมนั้นแหล่ะ แต่รู้ทันเวลาจิตมันเคลื่อนไป จิตมันไหลไป ถ้ารู้ทันจิตที่เคลื่อนไปไหลไป จิตจะตั้งมั่นขึ้นมาเป็นคนดู พอจิตตั้งมั่นเนี่ย เราได้สมาธิแล้ว

ต่อไปเราก็มาพัฒนาให้เกิดสติ โดยรู้สภาวะนะ เห็นร่างกายหายใจ จิตเป็นคนดู เห็นร่างกายเดิน จิตเป็นคนดู เห็นความสุขความทุกข์ เกิดขึ้นในกาย จิตเป็นคนดู เห็นความสุขความทุกข์ความเฉยๆ เกิดขึ้นในจิต จิตเป็นคนดู เห็นกุศลอกุศลเกิดขึ้นในจิต จิตเป็นคนดู เห็นจิตเคลื่อนไปทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ จิตเป็นคนดู

ถ้าดูได้อย่างนี้ชำนิชำนาญนะ พอร่างกายขยับกริ๊กเดียวนะ สติเกิดเอง จะรู้สึกตัวขึ้นเองเลย ความรู้สึกแปลกปลอมเข้ามาในร่างกายนิดเดียว สติเกิดเองเลย ความรู้สึกหรือกุศลอกุศลแปลกปลอมเข้ามาในจิตนิดเดียวนะ สติระลึกได้เลย จิตเคลื่อนทางตาหูจมูกลิ้นกายใจนิดเดียวนะ สติระลึกได้เลย เมื่อเราได้ทั้งสติ ได้ทั้งสมาธิคือความตั้งมั่นแล้วเนี่ย เราเจริญปัญญาได้แล้ว

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๕
Track: ๒
File: 550421.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๖ วินาทีที่ ๙ ถึง นาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๔


เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ความทุกข์ไม่ใช่สิ่งที่ต้องไปละ หมดเหตุก็ดับเอง

Mp3 for download:  ความทุกข์ไม่ใช่สิ่งที่ต้องไปละ หมดเหตุก็ดับเอง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : คือ รู้ตรงนี้ว่าพอไปคิดเนี่ยนะ เกิดความทุกข์ เห็นความทุกข์ในใจเราเนี่ยนะ มากขึ้นบ้าง เบาลงบ้าง มากขึ้นบ้าง เบาลงบ้าง

ในขณะที่เรามาเฝ้ารู้ใจของเราที่เป็นทุกข์เนี่ย เราไม่ได้คิดละ ความทุกข์นั้นจะค่อยๆสลายตัวไป แต่สลายเพราะอะไร เพราะว่าเราไม่ได้คิด ทำไมเราไม่ได้คิดตอนนั้น เพราะเรามาเฝ้ารู้อยู่ แล้วเราจะเห็นเลย ความทุกข์เองไม่ใช่สิ่งที่ต้องไปละมันหรอก พอมันหมดเหตุมันก็ดับ ไม่ใช่มันดับเพราะเราไปละมันเข้า

ถ้าเราไม่ละเอียดลออ เราจะไปคิดว่าเราไปดับทุกข์ได้ พอเราดูปุ๊บ ความทุกข์ก็ดับไป พอเราโกรธขึ้นมา เราเห็นความโกรธ ความโกรธก็ดับไป มันเกิดความสำคัญผิด ความจริงเป็นเพราะว่าเราไม่ได้ไปทำเหตุของมัน มันหมดเหตุแล้วมันดับ

อย่างเราโกรธใครสักคนนะ เราคิดถึงเขาบ่อยๆ นะ ยิ่งโกรธใหญ่ ใช่มั้ย เรามารู้อยู่ที่ความโกรธของเรานี้ เห็นความโกรธตั้งอยู่ในจิตใจ จิตใจเร่าร้อนเป็นเพราะความโกรธ ไม่ได้ไปคิดเรื่องที่ทำให้โกรธ เดี๋ยวความโกรธมันก็หายไป เราก็จะได้ความเห็นที่ถูกต้องว่าความโกรธก็ไม่เที่ยงหรอก เกิดจากเหตุ คือ การไปคิดเรื่องที่ไม่ชอบใจ พอหมดเหตุมันก็ดับ

แต่ความโกรธเกิดขึ้นเนี่ย ถ้าความโกรธครอบงำใจเราได้ ใจเราจะเป็นทุกข์ ก็เห็นต่อไปอีกชั้นนึง อ้อ จิตใจที่เป็นตัวของตัวเอง เป็นอิสระนี้ ไม่ทุกข์หรอก เบิกบาน มีความสุข แต่พอถูกอารมณ์ ถูกกิเลสครอบงำ ก็จะเป็นทุกข์ นี่มันจะเห็นตรงนี้

งั้นเรามีสติอยู่ เราค่อยเห็นข้อเท็จจริง มันคือการเห็นข้อเท็จจริงทั้งนั้นเลย

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๗ เดือนกรกฏาคม พ.ศ.๒๕๔๕ ก่อนฉันเช้า
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑
File: 450707A
ระหว่างนาทีที่ ๓๗ วินาทีที่ ๐๑ ถึง นาทีที่ ๓๘  วินาทีที่ ๔๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อย่าทิ้งเวลาให้เสียเปล่า เอามาภาวนา

mp 3 (for download) : อย่าทิ้งเวลาให้เสียเปล่า เอามาภาวนา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์  : วันนึงๆนะ คนเราเอาเวลาไปคิดฟุ้งซ่านเนี่ยเยอะมาก มหาศาลเลย รวมแล้วมากกว่าชั่วโมงที่เราภาวนา งั้นถ้าเราเก็บเวลาพวกนี้มาภาวนาได้นะ เราเพิ่มชั่วโมงการภาวนาขึ้นได้อีกเยอะเลย อย่างคนที่บอกว่าทำงานทั้งวัน ไม่มีเวลาภาวนา ก็ลองไปดูให้ดีนะ ถ้าแยกชีวิตออกเป็นส่วนย่อยๆออกไป มันจะมีเวลาที่ทิ้งเปล่าๆเนี่ยเยอะมากเลย เช่นเรากำลังรอแขกอยู่จะมาเจรจากับเรา ทุกอย่างเราเตรียมพร้อมแล้ว ว่างๆแล้ว ว่างก็นั่งใจลอย นั่งทำโน้นทำนี้ไป หรือเราไปที่ทำงาน บอกงานยุ่งทั้งวัน ตอนขึ้นลิฟท์ไปที่ทำงาน ยังไม่ได้ทำงาน ตอนเดินไปที่โต๊ะทำงานก็ยังไม่ได้ทำงาน ตอนนั่งเปิดกุญแจก็ยังไม่ได้ทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์ก็ยังไม่ได้ทำงาน เนี่ยเวลาเหล่านี้นะ แต่ละวันๆเนี่ย ถ้าไปรวบรวมมานะ จะพบว่าเยอะเลย หลายชั่วโมง ก็คนเราเนี่ยสมองคนเราเนี่ย ทำงานปราดเปรียวที่สุดนะ ๔๐ นาที ๔๕ นาทีเท่านั้น เวลาที่เหลือเนี่ยเฉื่อยๆแล้ว ถูลู่ถูกังทำไปงั้นเอง

เพราะงั้นถ้าเราทำงานไปซัก ๕๐ นาทีนะ เราเบรกตัวเองนิดนึง เบรกตัวเองซัก ๕ นาที ทำความรู้สึกตัวขึ้นมา เราทำงานได้ดีกว่าเก่าอีก ยกเว้นแต่เขียนซอฟท์แวร์นะ ใจวอกแวก ออกไปภาวนาก่อนแล้วเขียนต่อไม่ถูกบางที ถ้าเราไม่ทิ้งเวลาเล็กๆน้อยๆเนี่ย เราจะไม่บ่นว่าไม่มีเวลาปฏิบัติ

อย่างหลวงพ่อได้เวลาเยอะเลยนะ สมัยเป็นฆราวาส  ตื่นนอนมาเนี่ย ตอนลุกขึ้นมาเก็บที่นอน ก็ได้ปฏิบัติแล้ว เราไปอาบน้ำไปเข้าห้องน้ำ ก็ได้ปฏิบัติ แต่งตัวก็ได้ปฏิบัติ เดินทางจากบ้านไปที่ทำงาน ก็ได้ปฏิบัติอีก ไปอยู่ทำเนียบ แต่ก่อนทำงานในทำเนียบรัฐบาล ทำเนียบรัฐบาลแต่ก่อนสงบนะ สวย เช้าๆเนี่ยสงบ หลังๆนี้มีคนไปล้อมทำเนียบอยู่เรื่อยๆ พอเดินอยู่ในทำเนียบ เดินไปก็ดูต้นไม้ดูนกดูอะไร เราภาวนาไปด้วย ถึงเวลาทำงานก็ทำงานไป ทำงานไปช่วงนึงนะ จะเดินไปห้องน้ำ ก็มีสติอีกแล้ว ไม่เคยบ่นเลย ว่าไม่มีเวลาปฏิบัติ เวลาไปหาครูบาอาจารย์เนี่ย เอาผลงานไปส่ง ผลงานชั้นดีด้วย ขนาดพวกพระอุปัฏฐากบางทีถาม มาถามหลวงพ่อทีหลัง โยมทำได้ไง พระทำตั้งสิบปียี่สิบปี ไม่ได้อย่างนี้ บอกผมทำทั้งวันนะ ทำตั้งแต่ตื่นเลย จนถึงนอนหลับ ยกเว้นเวลาหลับกับเวลาที่ทำงานต้องคิด มันภาวนาไม่ได้ ก็มีบ้างเราพักผ่อน ทำงานหนักๆแล้วก็ภาวนาต่อเนื่องไปเรื่อย ใจก็ต้องการพักเหมือนกันบางที ทำสมาธิหายใจเข้า หายใจออกไป บางวันมันไม่่ไหวจริงๆ แม้กระทั่งจะทำสมถะยังไม่ไหวเลย งานมันเครียดมาก งานมันหนักมาก หลวงพ่ออ่านหนังสือด้วยซ้ำไป หาหนังสือการ์ตูนมานั่งอ่าน หรือบางทีก็อ่านพระไตรปิฎกอ่านอะไร เลือกเรื่องที่ไม่เครียด ที่ไม่ซับซ้อนมาก ให้จิตใจได้พักผ่อน เดี๋ยวเดียวก็มีแรงขึ้นมา ก็พอภาวนาต่อ

งั้นถ้าเราบอกว่าเราไม่มีเวลาภาวนานะ ให้เราสำรวจตัวเองว่าเราเอาเวลาไปทิ้งที่ไหน จริงหรือที่ทำงานวันละสิบชั่วโมง ทำตลอดเวลารึ ? สิบชั่วโมงแล้วอู้ไปตั้งเยอะน่ะ หรือทำสิบสองชั่วโมงสิบสี่ชั่วโมงบางคน คนมันทำแต่มีแต่เวลา งานไม่ค่อยมี เคยเจอมั้ย ทำล่วงเวลานะ ทำในเวลาไม่ทันต้องทำล่วงเวลา เพราะตอนอยู่ในเวลาไม่ได้ทำ ดูอ่านหนังสือพิมพ์อะไรนี้ มี แล้วไปทำล่วงเวลา ทิ้งเวลาเปล่าๆ ตายเปล่าๆ น่าเสียดาย อย่างพวกเรา สมมติเรารู้ว่าปีหน้าเราจะตายแล้ว เราต้องใช้เงินเดือนละแสนนะเพื่อจะยืดชีวิต เอามั้ย บางคนเอานะ เดือนละล้านเพื่อจะยืดชีวิต ไปซักเดือนนึงก็เอา เห็นชีวิตมีค่ามาก เรารักตัวเองนะ รักชีวิต แต่ไม่ทำตัวเองให้มีค่าเลย ต่อไปนี้เราไม่ละเลย เวลาเล็กเวลาน้อยนะ เก็บมาภาวนาให้มากๆ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๔
Track: ๖
File: 550218.mp3
ระหว่างวินาทีที่ ๔๑ ถึง นาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๑๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

รักษาศีลให้ดี ให้รักษาที่จิต

mp3 (for download) : รักษาศีลให้ดี ให้รักษาที่จิต

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์​ : วิธีที่จะทำใจของเราให้เป็นพระนะ พัฒนาศีลสมาธิปัญญาขึ้นมาให้ได้ การจะรักษาศีลได้ดีต้องรักษาที่จิต รักษาที่ปากที่มือที่เท้ารักษายาก ที่มือที่เท้ายังง่ายนะ รักษาที่ปากนี่ยากที่สุดเลย เราผิดศีลง่ายที่สุดเลยเรื่องข้อ ๔ โดยเฉพาะพูดเพ้อเจ้อ มันไม่ถึงกับศีลขาดทีเดียวนะ แต่มันด่างพร้อย ศีลไม่งามไม่หมดจด พูดเพ้อเจ้อคือพูดโดยไม่จำเป็นต้องพูด ในความเป็นจริงทุกคราวที่เราพูดนะเราใช้พลังงานนะ ใช้พลังของจิต งั้นถ้าใครจะฝึกจิตให้เข้มแข็งนะก็พูดน้อยๆ ฝึกจิตให้มีพลัง

นี้การที่เราจะรักษาศีลได้ดีเราต้องรักษาที่จิต คนทำผิดศีลได้เพราะกิเลสครอบงำจิต มีเท่านี้เอง ถ้ากิเลสไม่ครอบงำจิตเนี่ยไม่ทำผิดศีล ราคะโทสะโมหะครอบงำขึ้นมาก็ผิดศีล ๕ ได้ เรามีสติ เวลากิเลสอะไรเกิดที่จิตเรารู้ทัน กิเลสเกิดขึ้นที่จิตเรารู้ทันบ่อยๆ กิเลสจะครอบงำจิตไม่ได้ เป็นกฎของธรรมะเลย เมื่อไรมีสติเมื่อนั้นไม่มีกิเลส เมื่อไรมีกิเลสเมื่อนั้นไม่มีสติ นี่เป็นกฎของธรรมะ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรม ณ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
อ. ศรีราชา จ.ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๕

CD: พระธรรมเทศนา สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๔
File: 550331
ระหว่างนาทีที่  ๔ วินาทีที่ ๔๗ ถึงนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๑๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : การภาวนาในชีวิตประจำวันเป็นอย่างไร?

การภาวนาในชีวิตประจำวันเป็นอย่างไร?

การทำนั่นทำนี่ก็เป็นไปตามปกติธรรมดาของคนทั่วไป
การหัดภาวนาก็เป็นการหัดรู้สึกว่า มีกายเคลื่อนไหว มีจิตใจเป็นอย่างไร
ซึ่งก็เป็นการหัดรู้ไปตามปกติธรรมดาที่เป็นนั่นเองครับ
เพียงแต่จะรู้สึกเหมือนมีจิตใจอีกส่วนหนึ่งทำหน้าที่ในการรู้กายรู้ใจ
ซึ่งถ้าไม่ได้เป็นการหัดภาวนา จะไม่รู้สึกว่าเหมือนมีจิตใจอีกส่วนหนึ่งทำหน้าที่ในการรู้กายรู้ใจ

ถาม : จะภาวนาโดยการดูความกลัวได้อย่างไร ?

ดูไปเท่าที่จะดูได้ครับ
บางครั้งอาจดูไปจนเห็นว่าความกลัวดับ
บางครั้งดูแล้วความกลัวยังไม่ได้ดับ แต่จิตเกิดไปสนใจรู้สิ่งอื่นแทนก็ได้ครับ
ที่สำคัญคือ เราไม่ได้ดูเพื่อให้สภาวะใดๆดับนะครับ
แต่ดูเพื่อให้รู้ว่ามีสภาวะนั้นเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปตามเหตุปัจจัย (แล้วแต่จะเห็นได้)

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทางวิปัสสนา (๒๕) เมื่อเป็นคนหงุดหงิดง่าย ให้คอยรู้ทันความหงุดหงิด

mp3 for download : ทางวิปัสสนา (๒๕) เมื่อเป็นคนหงุดหงิดง่าย ให้คอยรู้ทันความหงุดหงิด

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางวิปัสสนา

ทางวิปัสสนา

โยม : กราบนมัสการหลวงพ่อค่ะ หนูไม่ได้ส่งการบ้านหลวงพ่อนานมากแล้วค่ะ แล้วก็ ภาพรวมก็คือ การปฏิบัติก็วนเวียนแต่ความเข้าใจที่หลวงพ่อพูด แล้วก็ค่อยๆเข้าใจมากขึ้นน่ะค่ะ แล้วก็ หนูก็ฟังหลวงพ่อแล้วหนูก็ไปคิดเยอะมากเลยค่ะ หนูเพิ่งจะเข้าใจว่า หนูน่ะไปคิดตลอด แล้วก็เพิ่งจะรู้ว่า เรียนรู้ที่จะเผชิญกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อไม่นานมานี้น่ะค่ะ ก็ขอคำแนะนำจากหลวงพ่อด้วยค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์ :
ก็ดีนะ แต่ว่าไม่ว่าจะเผชิญกับอะไรนะ ถ้าใจเราหงุดหงิด ใจเรารำคาญ ใจเราเป็นอย่างไร เราก็รู้ทันะ คือ เวลาที่เราเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆเนี่ย เราเจอปรากฎการณ์ต่างๆแล้วเนี่ย จิตของเราเป็นอย่างไร เรารู้ทันอีกชั้นหนึ่ง เช่น เห็นสภาวะอย่างนี้แล้วหงุดหงิด รู้ว่าหงุดหงิด หงุดหงิดเก่งมั้ย

โยม : เก่งค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : นะ หลวงพ่อก็ว่าอย่างนั้น เพราะฉะนั้นถ้าใจเราหงุดหงิด เราก็คอยรู้ทันนะ รู้ทันนะ ต่อไปใจเราสบาย ภาวนานะ ดีขึ้นเยอะแล้ว

โยม : ขอบคุณค่ะ

550409.51m58-53m10

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ห้องสุวรรณภูมิบอลรูม ชั้น ๒ อาคารบี
บจก. เตียวฮงสีลม บางพลี
วันจันทร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕
ระหว่างเวลา ๑๓:๐๐ – ๑๕:๐๐ น.

File: 550409.mp3 (ไทย)
File: 550409.mp3 (สหรัฐอเมริกาและยุโรป)
เสียงพระธรรมเทศนา ระหว่างนาที่ ๕๑ วินาทีที่ ๕๘ ถึง นาทีที่ ๕๓ วินาทีที่ ๑๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทางวิปัสสนา (๒๓) ถ้ามีเหตุขันธ์ก็เกิดสืบทอดไป ถ้าไม่มีเหตุขันธ์ก็ไม่เกิดสืบทอดไป

mp3 for download : ทางวิปัสสนา (๒๓) ถ้ามีเหตุขันธ์ก็เกิดสืบทอดไป ถ้าไม่มีเหตุขันธ์ก็ไม่เกิดสืบทอดไป

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางวิปัสสนา

ทางวิปัสสนา

โยม : นมัสการหลวงพ่อครับ ผมส่งการบ้านมาหลายครั้ง ก็ยังตื่นเต้นอยู่เหมือนเดิม ความตื่นเต้นมานี่ มันยังไม่หายเลยครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ห้ามมันไม่ได้หรอก จิตมันเป็นอนัตตา

โยม : ทีนี้ การปฏิบัติที่จะมาส่งก็คือ เวลาผมทำสมาธิ แล้วผมก็สังเกตไปเรื่อยๆ ว่าอะไรปรากฎก็รู้มันๆ ทีนี้สักพักหนึ่ง มันไม่มีอะไรปรากฎ มันเงียบๆ

หลวงพ่อปราโมทย์ : เงียบปรากฎล่ะ

โยม : ใช่ๆครับ ความเงียบปรากฎ ตรงนี้ ผมเคยถกกับคุณหมอท่านหนึ่ง คุณหมอบอกว่าจิตสงบแล้ว ผมบอกว่า คิดเรื่องเงียบ ผมมีความรู้สึกว่าคิดเรื่องเงียบอยู่

หลวงพ่อปราโมทย์ : เงียบปรากฎนะ

โยม : แล้วความเงียบ ผมก็ดูต่อไป ดูไปแล้วก็ไม่เงียบอีกแล้ว

หลวงพ่อปราโมทย์ : ใช่ มันก็ไม่เที่ยง

โยม : แต่มันก็นานพอสมควร คือ ถ้ามันเป็นอย่างนี้บ่อยๆ เวลาที่มันเงียบ มันจะยิ่งนานขึ้นๆ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ก็ออกจากสมาธิแล้ว อยู่ในโลก ก็เจริญสติในชีวิตประจำวันให้มาก เท่านั้นแหละ

โยม : คราวนี้เวลาออกจากสมาธิน่ะครับ แล้วมีสติอัตโนมัติขึ้นมา เวลาที่สติอัตโนมัติค้างอยู่ มันรู้สึกได้ว่านานกว่าเดิม

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าจิตทำสมาธินะ จิตที่ทรงฌานเนี่ย สติอัตโนมัติจะอยู่นาน

โยม : อย่างนั้นเรียกว่าฌานหรือครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าจิตเข้าไปอยู่ในความนิ่ง ความว่าง ความไม่มีอะไร รู้เนื้อรู้ตัวอยู่ ก็เข้าสมาธิที่ละเอียดเข้าไปแล้วล่ะ

โยม : อีก ๒ ประเด็นนะครับ คือเวลา อย่างเหตุการณ์เมื่อคืนนี้เอง ขณะที่กำลังทำงานอยู่แล้วมันหงุดหงิดขึ้นมา ก็ดูมันไป สังเกตไปเรื่อยๆ ปรากฎว่า ความหงุดหงิดหายไปแล้ว แต่มันยังร้อนอยู่

หลวงพ่อปราโมทย์ : อื้อ.. วิบาก กิเลส กิเลสเกิดนะ จิตก็กระทำกรรม จิตกระทำกรรมก็ต้องมีวิบาก ตรงหงุดหงิดนะก็เป็นกิเลส แล้วผลักดันให้จิตเราดิ้นรน ก็ต้องรับวิบากอีกช่วงแหละ

โยม : สภาพที่แยกธาตุแยกขันธ์อย่างนั้น ใช่มั้ยครับ แต่มัน มันไม่ได้แยกได้ตลอดเวลา

หลวงพ่อปราโมทย์ : ไม่เป็นไร เวลาเราทำความสงบเนี่ย ไม่ต้องแยกธาตุแยกขันธ์ เวลาเผลอ ไม่ได้แยกธาตุแยกขันธ์ เวลาที่จิตตั้งมั่น เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานนะ ก็แยกธาตุแยกขันธ์ได้ มันไม่ได้เป็นตลอดนะ

โยม : ในระหว่างที่ผมกำลังสังเกต ความหงุดหงิด ผมรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่าง รู้สึกว่า มีเรา(หลวงพ่อปราโมทย์ : อื้อ..)กำลังดูมันอยู่(หลวงพ่อปราโมทย์ : อื้อ..)

หลวงพ่อปราโมทย์ : ดีที่เห็นนะ แสดงว่ายังไม่ใช่พระโสดาบัน ถ้าเป็นพระโสดาบันจะเห็นว่า ธรรมชาติรู้เป็นคนดูอยู่ ไม่ใช่เราดูละ

โยม : แต่ว่าเราไม่ได้มีอยู่ตลอดเวลา

หลวงพ่อปาโมทย์ : ไม่อยู่ตลอด

โยม : เวลาผมเผลอ เราหายไป

หลวงพ่อปราโมทย์ : เออ.. สักกายทิฎฐิก็ไม่เที่ยงเหมือนกัน ความเห็นว่าเป็นเรา เป็นชั่วคราว เกิดเป็นคราวๆ

โยม : ผมขออีกนิดนะครับ คือ เวลาที่เรานอนหลับสนิท แล้วตื่นขึ้นมา ก็รู้สึกว่าโลกปรากฎ ทีนี้ตอนหลับสนิท สนิทจริงๆครับ ไม่มี ตรงนี้ ตรงกับที่ผมศึกษา คือว่า ตรงนี้ขออนุญาตนิดนึงครับ คือ ผมเคยอ่านเจอในพระอภิธรรมว่า เทวดาถามพระพุทธเจ้าว่า โลกมีอะไรนำไป โลกปรากฎได้อย่างไร ผมเข้าใจความหมายทำนองนี้ ใช่มั้ยครับ ผมเข้าใจถูกแล้ว? อีกอันหนึ่งนะครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : หา ทำไมเยอะนักล่ะ คนอื่นเขาจะประท้วงหรือเปล่า หือ..

โยม : ครับ ต้องขอโทษด้วยครับว่า ผม.. ต้อง.. ให้ความรู้กับเพื่อนที่ปฏิบัติธรรมด้วยกัน ป้องกันไม่ให้เกิดมิจฉาทิฎฐิ คือเมื่อกี๊ผมฟังที่หลวงพ่อพูดตอนเริ่มต้น บอกว่า ถ้าเราไปมั่นใจว่าตายแล้วเกิด เป็นมิจฉาทิฎฐิ ตรงนี้หมายความว่า เราต้องมั่นใจว่า ไม่มีพระอรหันต์ใช่มั้ยครับ ถึงจะเรียกว่าไม่เป็นมิฉาทิฎฐิ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ไม่ใช่ พวกเราตอนนี้ต้องคิดว่ามีพระอรหันต์ไว้ก่อน แต่พระอรหันต์ท่านไม่ได้คิดว่าท่านเป็นพระอรหันต์หรอก ของเรามันยังมี

โยม : อย่างนี้แสดงว่า ที่ผมกำลัง ตอนนี้อย่างที่ผมกำลังพูดกับลูก ผมบอกว่า ผมมั่นใจว่าตายแล้วเกิด อย่างตัวผม ผมมั่นใจว่าตายแล้วเกิด อย่างนี้เป็นมิจฉาทิฎฐิมั้ยครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าพูดกับลูกก็พูดโดยอนุโลมเอา เอาแบบนั้นก่อนนะ คือ มันจะเห็นแจ้งต่อเมื่อเห็นว่า ปัจจุบันนี้ ไม่มี ปัจจุบันนี้ไม่มีคน ไม่มีสัตว์ ไม่มีเรา ไม่มีเขา ก็ปัจจุบันยังไม่มีเลย ตายแล้วจะมีหรือไม่มีอย่างนี้ ถ้ามีเหตุก็เกิด ถ้าไม่มีเหตุก็ไม่มี ถ้ามีเหตุขันธ์ก็เกิดสืบทอดไป ถ้าไม่มีเหตุขันธ์ก็ไม่เกิดสืบทอดไป ถ้าพูดให้ถูกก็ต้องพูดอย่างนั้น แต่ว่าสอนเด็กไม่ได้ มันยากไป ถ้าสอนลูกก็บอกว่า ตายแล้วเกิด สอนอย่างนี้ไปก่อน

โยม : ขอบคุณมากครับ

550409.44m08-49m47

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ห้องสุวรรณภูมิบอลรูม ชั้น ๒ อาคารบี
บจก. เตียวฮงสีลม บางพลี
วันจันทร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕
ระหว่างเวลา ๑๓:๐๐ – ๑๕:๐๐ น.

File: 550409.mp3 (ไทย)
File: 550409.mp3 (สหรัฐอเมริกาและยุโรป)
เสียงพระธรรมเทศนา ระหว่างนาที่ ๔๔ วินาทีที่ ๘ ถึง นาทีที่ ๔๙ วินาทีที่ ๔๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อยู่ตรงไหน ก็ปฏิบัติตรงนั้น

mp 3 (for download) : อยู่ตรงไหน ก็ปฏิบัติตรงนั้น

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ที่จริงการปฏิบัตินะ เราอยู่ตรงไหน เราก็ปฏิบัติตรงนั้น ยกตัวอย่างบางคนค้าขาย บางคนค้าขายแล้ววันนี้ไม่มีลูกค้าเลย โห.. ใจคอไม่ค่อยสบายเลย ไม่มีลูกค้า รู้ว่า(ใจ)ไม่สบายนะ วันนี้ลูกค้ามาเยอะเลย ดีใจ รู้ว่าดีใจ วันนี้ลูกค้ามาเยอะมากเลย จนเหนื่อยแล้วเหนื่อยอีก อยากจะพักแล้ว ไม่รู้จะ โอ๊ย.. มันจะบ้าซื้ออะไรทั้งวันทั้งคืน ชักรำคาญแล้วนะ รู้ว่ารำคาญ

บางคนเลี้ยงลูกก็ปฏิบัติได้นะ เห็นลูกวิ่ง..หัวเราะมา มันน่ารักจังเลย รู้สึกรัก รู้ทันว่าใจมันรัก เห็นลูกเป็นไข้ไม่สบาย เป็นกังวล รู้ว่ากังวล เพราะฉะนั้นทำอะไรเราก็ปฏิบัติได้ ดูหนังดูละครก็ปฏิบัติได้นะ ดูข่าวดูอะไรก็ทำได้ ดูหนังแล้วเห็นนางเอกสวย เห็นพระเอกหล่อ ใจเราชอบ รู้ว่าชอบ เห็นผู้ร้าย เกลียดมัน รู้ว่าเกลียด

เนี่ย มันจะต่างกับคนทั่วๆไปนิดเดียว คนทั่วๆไปดูหนังนะ พระเอกอย่างโน้น นางเอกอย่างนี้ มัวแต่รู้เรื่องหนัง ผู้ปฏิบัติน่ะดูหนังแล้วก็มาดูใจ ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัว ดูใจของเราบ้าง

โยม : ทีนี้ก็อยากจะปฏิบัติให้จริงจังอะไรอย่างนี้

หลวงพ่อปราโมทย์: อันนี้ล่ะจริงจังสุดขึดแล้ว ส่วนอย่างนี้ไม่จริงจังเท่าไหร่.. วันหนึ่งจะนั่งได้กี่ชั่วโมง ปฏิบัติน่ะ ทำตั้งแต่ตื่นจนหลับเลยเนี่ย จริงจังมั้ย? ตั้งแต่สมัยก่อนนะ พวกเก่าๆฟังแล้วฟังอีก รับราชการอยู่ ตื่นนอมาวันจันทร์นะ พอนึกได้ว่าวันจันทร์ ใจกระทบความคิด นึกขึ้นได้ว่าวันนี้วันจันทร์นะ ใจแห้งแล้งเลย พอตื่นมาวันศุกร์ นึกขึ้นได้ว่าวันนี้วันศุกร์นะ ใจมันสดชื่นเลย สดชื่นก็รู้ แห้งแล้งก็รู้ นี่ละปฏิบัติแล้วนะ ยังไม่ได้ลงจากที่นอนเลย อากาศหนาวๆอย่างนี้จะไปอาบน้ำในตุ่ม ตามองเห็นตุ่มน้ำ เนี่ยตาเห็นรูป ตาเห็นตุ่มน้ำ ใจนี้สยองเลย ใจสยองรู้ว่าสยอง จะทานข้าว รู้ว่าอันนี้อร่อย พอใจ อันนี้ของไม่อร่อย ไม่พอใจ เห็นมั้ย ลิ้นกระทบรส ความรู้สึกก็เปลี่ยน เนี่ย ภาวนาตามรู้อย่างนี้

ออกมาจากบ้านจะไปขึ้นรถเมล์ เห็นรถเมล์ไม่มาสักที มีแต่คนรอเยอะแยะเลย ไม่สบายใจ รู้ว่าไม่สบายใจ นี่ก็ปฏิบัตินะ รถเมล์มาดีใจ รถเมล์ไม่ยอมจอด ชักโมโหอะไรอย่างนี้ เฝ้ารู้ความรู้สึก เนี่ยทำอย่างนี้ทั้งวันเลย ตั้งแต่ตื่นจนหลับนั่นแหละ ยกเว้นเวลาที่ทำงานที่ต้องคิด เวลาทำงานที่ต้องคิด ต้องรู้เรื่องงาน เพราะรู้เรื่องงานเป็นการรู้อารมณ์บัญญัติ ไม่ใช่เวลาเจริญวิปัสสนา รู้เรื่องงานก็มีสมาธิในการทำงาน จดจ่อในงานไป ทีนี้ทำงานไปสักช่วงหนึ่ง ชักเบื่อแล้ว เบื่อไม่ใช่งานแล้ว เบื่อเป็นกิเลสแล้ว มีสติรู้ว่ามันเบื่อ หรือทำงานไป วันนี้ คนเขาชม present งาน คนเขาชมเราดีใจ รู้ว่าดีใจ เสนองานไปไม่ผ่าน ชักหงุดหงิด รู้ว่าหงุดหงิด ส่วนเวลาคิดงานนั้นต้องคิดนะ ไม่ใช่เวลาเจริญสติ

เนี่ย อาตมาทำอยู่อย่างนี้ กลับมาบ้านตอนเย็นน่ะ ก่อนจะนอนนั้นแหละ ถึงจะได้ไหว้พระ สวดมนต์ ทำสมาธิ เดินจงกรม นิดๆหน่อยๆ เพราะเป็นฆราวาสใช่มั้ย เดินจงกรมทั้งวัน ใครเขาจะให้เงินเดือนเรานะ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗
Track: ๗
File: 480116B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๓๔ ถึง นาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จุดอ่อนของฆราวาส

mp 3 (for download) : จุดอ่อนของฆราวาส

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ฆราวาสเนี่ยมีจุดอ่อนที่ความต่อเนื่อง ไม่โง่นะ ฆราวาสไม่ได้โง่กว่าพระหรอก ภาวนานะจับหลักได้ ดีไม่ดีเร็วกว่าพระอีก ยกเว้นพระพวกนี้นะพวกนี้พระจีเนียส ฉลาดจนกระทั่งภาวนายาก คิดมาก

นี่โยมเรียนรู้เนี่ยโยมเรียนได้เร็ว แต่โยมไม่ต่อเนื่องหรอก โยมพร้อมจะทิ้งการปฏิบัตินะไปทำอย่างอื่นก่อนแล้วว่างๆจะมาทำใหม่ โยมเนี่ยไม่เข้าใจอย่างนึงนะ ถึงเข้าใจแต่ก็ทำเป็นไม่เข้าใจว่าจริงๆแล้วการปฏิบัติไม่เบียดบังเวลาทำมาหากินเลย ไม่เบียดบังเวลาที่จะดูแลครอบครัวของตัวเองเลย อย่างเลี้ยงลูกก็ภาวนาได้ใช่มั้ย คุยกับสามีก็ภาวนาได้มันพูดอะไรก็ขัดหูทุกคำนะ ถ้าคุยกับแฟนใช่มั้ยก็ภาวนาได้มันพูดอะไรก็ชื่นใจทุกคำ พอมันเปลี่ยนสถานะภาพนะมันพูดแล้วมันเปลี่ยนความรู้สึกไปอีกนะ แฟนกับภรรยาก็ให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนกัน ถ้าแฟนตอนไปจีบเค้าใหม่ๆมันก็ตื่นเต้นใช่มั้ย จีบแล้วก็แหมหวานชื่นแต่งแล้วก็งั้นๆแหล่ะ อย่าไปบอกใครเค้านะ อันนี้เป็นความลับเฉพาะตัวพวกผู้ชายคุยกันนะผู้หญิงห้ามได้ยินนะนี่เค้าเรียกพูดแบบลิเกใครเคยดูลิเกบ้าง

ความรู้สึกเรานี่แหล่ะเปลี่ยน เพราะงั้นไม่ว่าเราจะทำอะไรนะเราดูได้ ยกเว้นเท่านั้น เวลาที่ทำงานที่ต้องใช้ความคิด อย่างบางคนจะเขียนซอฟท์แวร์ ขืนไปนั่งดูจิตสิเค้าก็ไล่ออกจากงาน มันเขียนไม่ได้ งั้นเวลาที่ทำงานที่ใช้ความคิดเท่านั้นแหล่ะที่ยกเว้น เวลาที่เหลือเนี่ยไม่เบียดบังเลย ไม่เบียดบังการปฏิบัติเลย ไปกินเลี้ยงกับเพื่อนก็ได้เ ห็นมันเฮๆฮาๆมันคุยกัน ใจเราขำขึ้นมารู้ว่าขำ คอยรู้ของเรา ทำได้ทั้งนั้นแหล่ะ จะขึ้นรถลงเรือจะทำอะไรนะทำได้ทั้งนั้นน่ะ มันไม่ได้เบียดบังเวลา

ไอ้ที่บอกว่าไม่มีเวลาปฏิบัติน่ะมีสองชอยส์เท่านั้น อันหนึ่งไม่รู้จักวิธีปฏิบัติไม่รู้จักการเจริญสติที่แท้จริงเลยคิดว่าไม่มีเวลาปฏิบัติ อีกอันนึงพวกขี้เกียจโดยสันดานหาข้ออ้างว่าไม่มีเวลา งั้นอย่าว่าไม่มีเวลามาพูดนะ หลวงพ่อเคยอ่านประวัติหลวงพ่อเกษม เขมโก มีคราวนึงในหลวงคุยกับท่านในหลวงเล่าบอกว่าผมงานเยอะ ในหลวงงานเยอะเราคงไม่เควชชั่นใช่มั้ย (ท่านบอก) ผมงานเยอะนะ แต่ผมแบ่งซอยชีวิตของตัวเองเป็นช่วงเล็กๆ งั้นท่านมีเวลาเหลือสองนาทีสามนาทีท่านดู ของเราถ้ามีเวลาเหลือซักสิบนาทีเราจะโยนทิ้ง เราจะเถลไถลเตลิดเปิดเปิงไป สะสมกิเลสไปสิบนาที มีเวลาห้านาทีเราก็เอาเวลาห้านาทีไปสะสมกิเลสห้านาที พระเจ้าอยู่หัวไม่ได้ทำงั้น ท่านบอกท่านมีเวลาสองสามนาทีท่านก็ดูเอา อย่างท่านนั่งรถไปท่านจะต้องไปกล่าวสปีชอะไรเนี้ย ท่านก็นั่งดูๆไปดูที่เค้าร่างมาให้ท่านไม่ร่างเองหรอกดูเค้าร่างมา ดูพอเข้าใจประเด็นเข้าใจพอยท์แล้ว เวลาที่เหลือสองสามนาทีอะไรงี้ท่านดูของท่าน ท่านว่างี้

นี่ท่านภาวนาของท่านอย่างนี้ ท่านภาวนาเก่งนะ ท่านภาวนาเก่ง งานท่านก็เยอะท่านทำได้ เราก็ต้องเอาอย่างท่านบ้างนะ อย่ามาอ้างเลยว่างานเยอะ หลวงพ่อเมื่อก่อนอยู่สภาความมั่นคงงานเยอะนะ แต่ทำไมภาวนาได้ เพราะเราดูของเราตั้งแต่ตื่นตอนตื่นยังไม่มีใครใช้งานเรานี่ ตอนอาบน้ำตอนกินข้าวตอนนั่งอึนั่งฉี่ทำไมทำไม่ได้เหรอ เอาเวลาไปทำอะไรเอาเวลาไปใจลอยน่ะสิใช่มั้ย จนกระทั่งภาวนาชำนิชำนาญแล้วนะถึงเข้าห้องน้ำถึงเอาการ์ตูนไปนั่งอ่าน สมัยพากเพียรทำความเพียรไม่มีหรอกมีแต่ดูเอาดูเอาตลอดเลย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๖
Track: ๔
File: 510801.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๑๒ ถึง นาทีที่ ๒๘ วินาทีที่ ๑๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Page 1 of 41234